ส.ว.เปรมศักดิ์ จี้ถามรัฐบาล“ถอดถอน”ดร.สืบพงษ์” อดีตอธิการบดีรามคำแหง เหตุผลใด หวั่นการเมืองแทรก

”นพ.เปรมศักดิ์” ยื่นกระทู้ถามนายกรัฐมนตรี ปมความไม่ชัดเจนในการรับรองวุฒิต่างประเทศ พร้อมยกกรณี ดร.สืบพงษ์ ปราบใหญ่ อดีตอธิการบดีรามคำแหง(มร.) ที่ถูกตรวจสอบซ้ำและถอดถอนตำแหน่ง ทั้งที่วุฒิการศึกษาของเขาได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล ชี้ชัดเป็น เกมการเมืองและแรงต้านจากกลุ่มอำนาจและผลประโยชน์เก่า
เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ที่รัฐสภา น.พ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) เปิดเผยว่า ได้ยื่นกระทู้ถามต่อประธานวุฒิสภาเพื่อนำส่งถึงนายกรัฐมนตรี เรื่อง “ปัญหาการรับรองคุณวุฒิจากต่างประเทศเพื่อใช้ในการบรรจุและแต่งตั้งบุคลากรเข้ารับราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา” โดยได้รับเลขรับหนังสือที่ 7146
นพ.เปรมศักดิ์ ระบุว่า ปัจจุบันยังเกิดความไม่ชัดเจนในอำนาจหน้าที่ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สป.อว.) ส่งผลให้ผู้สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศจำนวนมากไม่ได้รับสิทธิ์ตามมาตรฐานสากล และเกิดช่องว่างให้ กลุ่มอำนาจและผลประโยชน์เก่า แทรกแซงจนเกิดความยุ่งยาก
นพ.เปรมศักดิ์ยกกรณี ดร.สืบพงษ์ เป็นตัวอย่างชัดเจน โดยดร.สืบพงษ์สำเร็จการศึกษาปริญญาเอกจาก Pacific States University สหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับการรับรองจาก Accrediting Council for Independent Colleges and Schools (ACICS) ในช่วงปี 1996–2021 และหลักสูตร DBA ได้รับการรับรองในปี 2011 ตรงกับช่วงเวลาที่เขาศึกษา โดยกระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่าหลักสูตรและสถาบันได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล แต่เมื่อปี 2564 หลังดำรงตำแหน่งอธิการบดี กลับถูกตรวจสอบคุณวุฒิซ้ำหลายเรื่อง จนนำไปสู่ การถอดถอนตำแหน่งอธิการบดี เพิกถอนตำแหน่งวิชาการ และเลิกจ้าง ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเคยผ่านการพิจารณาและบรรจุเป็นอาจารย์ตั้งแต่ปี 2554

กรณีนี้สะท้อนว่า อาจไม่ได้เกิดจากปัญหามาตรฐานการศึกษาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจาก เกมการเมืองและแรงต้านของกลุ่มอำนาจและผลประโยชน์เก่า
“นี่คือประเด็นที่รัฐบาลต้องชี้แจงให้ชัดเจน เพราะหากการรับรองวุฒิกลายเป็นพื้นที่ให้การเมืองเข้าแทรก จะไม่เพียงทำลายชีวิตบุคลากร แต่ยังบั่นทอนความน่าเชื่อถือของระบบราชการและวงการอุดมศึกษาไทย” นพ.เปรมศักดิ์กล่าว
กระทู้ดังกล่าวตั้งคำถามต่อรัฐบาล 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
1. การกำหนดอำนาจหน้าที่ระหว่าง ก.พ. และ สป.อว. ให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการเลือกปฏิบัติและการใช้ดุลพินิจทางการเมือง
2. การจัดทำฐานข้อมูลกลางของสถาบันการศึกษาต่างประเทศและองค์กรรับรอง เพื่อให้หน่วยงานตรวจสอบร่วมกันอย่างโปร่งใสและเป็นมาตรฐาน
3. มาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมกลไกป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการกลั่นแกล้งและเลือกปฏิบัติซ้ำ
นพ.เปรมศักดิ์ ย้ำว่า รัฐบาลต้องตอบต่อสาธารณะผ่านราชกิจจานุเบกษา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าระบบการศึกษาไทยจะไม่ถูกแทรกแซงด้วยการเมืองหรือ กลุ่มอำนาจและผลประโยชน์เก่า