ม.เกษตรฯ เสนอ 5 แนวทางรับมือน้ำท่วม ชูระบบเตือนภัย–เสริมท้องถิ่น–พัฒนาเมืองฟองน้ำ ถอดบทเรียนกรุงเทพฯ และภาคใต้ ผ่าน 6 มุมมองนักวิชาการและภาคประชาชน เตรียมจัดทำ Policy Brief เสนอต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.) เปิดเวทีแลกเปลี่ยน 6 มุมมองจากนักวิชาการ ผู้บริหารท้องถิ่น และ
ภาคประชาชน เพื่อถอดบทเรียนการรับมือน้ำท่วมจากกรุงเทพมหานครและภาคใต้ พร้อมสังเคราะห์เป็น
5 แนวทางเชิงนโยบาย ครอบคลุมการบูรณาการข้อมูลน้ำ การพัฒนาระบบเตือนภัย การเสริมศักยภาพท้องถิ่น การใช้ธรรมชาติช่วยจัดการน้ำ และการดูแลประชาชนให้เข้าถึงความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง โดยเตรียมจัดทำเอกสารข้อเสนอเชิงนโยบาย (Policy Brief) เสนอต่อรัฐบาล สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เมื่อวันที่ 19 ต.ค. มก. จัดเสวนาเรื่อง “น้ำท่วม: บทเรียนวันนี้ ความพร้อมวันหน้า ถอดบทเรียนกรุงเทพฯ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ภาคใต้ เพื่อเมืองและชุมชนพร้อมรับมือ” ที่อาคารสารนิเทศ 50 ปี มก. พร้อมถ่ายทอดสดผ่านช่องทางออนไลน์ โดยมี ผศ.น.สพ.ดร.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม อธิการบดีมก. เป็นประธานเปิดงาน และ
รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย ร่วมสังเคราะห์ประเด็นสำคัญจากเวที
อธิการบดีมก. เน้นย้ำว่าบทบาทของมหาวิทยาลัยในการนำองค์ความรู้และงานวิจัยไปใช้แก้ปัญหาของสังคมและประเทศ โดยเน้นความร่วมมือระหว่างนักวิชาการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน และผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ข้อค้นพบทางวิชาการสามารถนำไปใช้ได้จริง และช่วยเพิ่มความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติในอนาคต
6 มุมมองสำคัญ เสริมความพร้อมตั้งแต่ต้นน้ำถึงชุมชน
รศ.ดร.สิตางศุ์ พิลัยหล้า อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มก. เสนอให้จำแนกลักษณะน้ำท่วมและเชื่อมโยงการบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำ โดยบูรณาการข้อมูลและกลไกประสานงานระหว่างหน่วยงาน เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในภาวะวิกฤตอย่างเป็นระบบ
รศ.ดร.บัญชา ขวัญยืน อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมชลประทาน คณะวิศวกรรมศาสตร์ กำแพงแสน ชี้ถึงข้อจำกัดของพื้นที่ธรรมชาติที่เคยรองรับน้ำและระบบระบายน้ำ พร้อมเสนอให้วางแผนพื้นที่รับน้ำควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการซักซ้อมแผนฉุกเฉิน โดยคำนึงถึงความเป็นธรรมต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่รับน้ำ
รศ.ดร.พรรณพิมพ์ พุทธรักษา มะเปี่ยม อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มก. นำเสนอระบบ Radar4Flood ซึ่งใช้ข้อมูลเรดาร์ตรวจอากาศและข้อมูลฝนเพื่อสนับสนุนการประเมินและคาดการณ์สถานการณ์น้ำ กรณีศึกษาลุ่มน้ำทับมา จังหวัดระยอง สะท้อนศักยภาพของเทคโนโลยีในการช่วยให้หน่วยงานมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจและเตรียมรับมือได้ล่วงหน้า
รศ.ดร.ศนิ ลิ้มทองสกุล อาจารย์ประจำสาขาวิชาภูมิสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เสนอแนวคิด Nature-based Solutions และ Sponge City หรือเมืองฟองน้ำ โดยเพิ่มพื้นที่สีเขียว พื้นที่ซึมน้ำ หลังคาเขียว และพื้นที่กักเก็บน้ำ เพื่อช่วยชะลอน้ำไหลบ่าและลดภาระของระบบระบายน้ำในเมือง ควบคู่กับมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐและการคำนึงถึงความเป็นธรรมต่อผู้ที่ช่วยรองรับน้ำ
นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา ถ่ายทอดประสบการณ์การจัดการภัยพิบัติระดับท้องถิ่น โดยเน้นความร่วมมือระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การใช้เซนเซอร์และแพลตฟอร์มข้อมูลชุมชน การเตรียมพื้นที่พักพิง ตลอดจนการดูแลกลุ่มเปราะบางและการฟื้นฟูหลังเกิดเหตุ สะท้อนความสำคัญของเครือข่ายความร่วมมือและระบบช่วยเหลือที่ตอบสนองได้รวดเร็ว
นายธราธพ ชาตรี กรรมการอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรุงเทพฯ สะท้อนปัญหาของชุมชนริมคลองเปรมประชากรและคลองลาดพร้าว โดยเน้นว่าการเตือนภัยต้องชัดเจน ทันเวลา และเข้าถึงประชาชนในพื้นที่จริง ขณะที่การช่วยเหลือต้องครอบคลุมผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ผู้พิการ และกลุ่มเปราะบาง เพื่อไม่ให้ประชาชนกลุ่มใดตกหล่นจากระบบดูแลในภาวะวิกฤต
จากการแลกเปลี่ยนทั้ง 6 มุมมอง รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มก. สรุปประเด็นสำคัญสำหรับพัฒนาเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย 5 แนวทาง ได้แก่
1. บูรณาการการจัดการน้ำตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เชื่อมโยงข้อมูล แผนงาน และการดำเนินงานระหว่างหน่วยงานให้เป็นระบบ
2. พัฒนาระบบเตือนภัยที่ประชาชนใช้ประโยชน์ได้จริง นำข้อมูลและเทคโนโลยีมาสนับสนุนการตัดสินใจ พร้อมสื่อสารคำเตือนให้ชัดเจน ทันเวลา และเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม
3. เสริมศักยภาพท้องถิ่นและชุมชน สนับสนุนข้อมูล บุคลากร เครื่องมือ และกลไกประสานความช่วยเหลือให้สอดคล้องกับความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่
4. ผสานโครงสร้างพื้นฐานกับการใช้ธรรมชาติช่วยจัดการน้ำ ฟื้นฟูพื้นที่รับน้ำ เพิ่มพื้นที่ซึมน้ำ และพัฒนาเมืองให้มีความยืดหยุ่นต่อสถานการณ์น้ำท่วม
5. ยกระดับความปลอดภัยและการฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ เตรียมระบบช่วยเหลือที่รวดเร็ว ดูแลกลุ่มเปราะบาง และประเมินความเสียหายอย่างเป็นธรรม
มก.จะรวบรวมและสังเคราะห์ข้อคิดเห็น องค์ความรู้ หลักฐาน ข้อจำกัด และช่องว่างของข้อมูลจากเวทีเสวนา เพื่อจัดทำเอกสารข้อเสนอเชิงนโยบาย (Policy Brief) เสนอต่อรัฐบาล สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเผยแพร่องค์ความรู้และต่อยอดความร่วมมือในการพัฒนาแนวทางรับมือน้ำท่วมที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละลุ่มน้ำ เมือง และชุมชน โดยไม่ใช้แนวทางเดียวกันกับทุกพื้นที่
การจัดเสวนาในครั้งนี้มุ่งเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการกับประสบการณ์จริงของหน่วยงานและประชาชน เพื่อพัฒนาการจัดการน้ำท่วมให้ครอบคลุมทั้งการป้องกัน การเตือนภัย การรับมือ และการฟื้นฟูอันจะช่วยเสริมความพร้อมของเมืองและชุมชนต่อความเสี่ยงจากน้ำท่วมในอนาคต
