ศุลกากรกรุงเทพสกัดจับยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ผ่านพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศ 5 คดี จากสหราชอาณาจักรและเยอรมนี ยึด “โคคาอีน – ยาอี – อัลปราโซแลม” มูลค่ารวมกว่า 1.93 ล้านบาท
กรมศุลกากร โดยสํานักงานศุลกากรกรุงเทพ เข้มงวดตรวจสอบพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศที่มีความเสี่ยง นําไปสู่การตรวจยึดยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์จํานวน 5 คดี จากสหราชอาณาจักรและเยอรมนี ประกอบด้วยโคคาอีน กว่า 600 กรัม จากสหราชอาณาจักร ยาอี 97 เม็ด และอัลปราโซแลม 94 เม็ด จากประเทศเยอรมนี รวมมูลค่าของกลาง กว่า 1938340 บาท ตอกยํ้ามาตรการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนําเข้าสิ่งผิดกฎหมายผ่านระบบไปรษณีย์ ระหว่างประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางหรือทางผ่านของเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ
นายประวีณ ตันติยาพงศ์ ผู้อํานวยการสํานักงานศุลกากรกรุงเทพ เปิดเผยว่า กรมศุลกากร โดยนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร ขานรับนโยบายเร่งด่วนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ในการป้องกันและปราบปรามสิ่งผิดกฎหมาย โดยเฉพาะยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิต และประสาท ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน
สํานักงานศุลกากรกรุงเทพ จึงเพิ่มความเข้มงวด ในการตรวจสอบสินค้าและพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศที่มีความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อสกัดกั้นการลักลอบนําเข้าสิ่งผิดกฎหมายและป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นช่องทางการลําเลียงยาเสพติดของเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ โดยบูรณาการและประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ศูนย์รักษาความปลอดภัยกองบัญชาการกองทัพไทย สํานักงานตํารวจแห่งชาติ และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จํากัด ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและดําเนินมาตรการปราบปรามอย่างมีประสิทธิภาพ
จากการดําเนินงานดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตรวจพบและตรวจยึดยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิต และประสาทจากพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศต้องสงสัย จํานวน 5 คดี โดยมีรายละเอียดดังนี้
โคคาอีนจากสหราชอาณาจักร จํานวน 3 คดี
เมื่อวันที่ 2 ต.ค. และ 9 ต.ค. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศต้องสงสัย ต้นทางจากสหราชอาณาจักร พบยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 โคคาอีน (Cocaine) ลักษณะเป็นผงสีขาว ซุกซ่อนอยู่ ภายในพัสดุไปรษณีย์ จํานวน 3 หีบห่อ นํ้าหนักรวมสิ่งห่อหุ้มรวมประมาณ 607 กรัม คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 1821000 บาท
ยาอีจากประเทศเยอรมนี
เมื่อวันที่ 9 ต.ค. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศต้องสงสัย ต้นทางจาก ประเทศเยอรมนี พบยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ยาอี (Ecstasy) ลักษณะเป็นเม็ดสีเขียว จํานวน 97 เม็ด มูลค่าประมาณ 116400 บาท
อัลปราโซแลมจากประเทศเยอรมนี
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศต้องสงสัย ต้นทางจาก ประเทศเยอรมนี พบวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 อัลปราโซแลม (Alprazolam) ลักษณะเป็นเม็ดสีขาว จํานวน 94 เม็ด รวมเศษแตกหัก มูลค่าประมาณ 940 บาท
จากการตรวจยึดทั้ง 5 คดี พบของกลางประกอบด้วยยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 โคคาอีน นํ้าหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 607 กรัม ยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ยาอี จํานวน 97 เม็ด และวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 อัลปราโซแลม จํานวน 94 เม็ด รวมเศษแตกหัก คิดเป็นมูลค่าของกลางรวมประมาณ 1938340 บาท
การกระทําดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานนํายาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ยาอี (Ecstasy) และยาเสพติด ให้โทษในประเภท 2 โคคาอีน (Cocaine) รวมถึงวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 อัลปราโซแลม (Alprazolam) เข้ามา ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 ประกอบ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 โดยเจ้าหน้าที่ได้ยึดของกลางทั้งหมดไว้ และส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดําเนินการ ตามกฎหมายต่อไป
ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรมศุลกากร ในการเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวัง วิเคราะห์ ความเสี่ยง โดยมุ่งเน้นการตรวจสอบพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศเพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบนําเข้ายาเสพติด และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทอย่างเข้มงวด เพื่อสกัดกั้นการใช้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางหรือเส้นทาง ลําเลียงยาเสพติดของเครือข่ายข้ามชาติ ป้องกันการแพร่กระจายของยาเสพติดเข้าสู่สังคมไทย ตลอดจนยกระดับ ความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของประเทศอย่างต่อเนื่อง
