เมื่อ : 02 ต.ค. 2569

ภายหลังความพยายามของรัฐเทนเนสซีในการบังคับใช้โทษประหารชีวิตโดยไม่รับฟังเหตุผล และการประหารชีวิตคริสตา ไพก์ที่ล้มเหลวเมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา จัสติน มาซโซลา รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า การประหารชีวิตคริสตา ไพก์ที่ล้มเหลวของรัฐเทนเนสซี เป็นภาพสะท้อนที่สุดโต่งของความโหดร้าย และเป็นเครื่องเตือนใจล่าสุดว่าโทษประหารชีวิตเป็นการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม และย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ 

 

“ที่ผ่านมา บิล ลี ผู้ว่าการรัฐ มีอำนาจที่จะสั่งยุติการประหารชีวิตได้ แต่กลับไม่ทำเช่นนั้น สถานการณ์ยังเลวร้ายลงไปอีก เมื่อรัฐเทนเนสซีเร่งดำเนินการประหารชีวิต แม้ว่าศาลอุทธรณ์กลางจะมีคำสั่งระงับการประหารชีวิตเป็นการชั่วคราวแล้วก็ตาม เพื่อเปิดโอกาสให้ศาลมีเวลาพิจารณาคำกล่าวอ้างเกี่ยวกับการละเมิดทางเพศและบาดแผลทางใจในวัยเด็กที่เกิดขึ้นกับคริสตา ไพก์ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่ได้ถูกนำเสนออย่างเหมาะสมในระหว่างการพิจารณาคดีของเธอ เรื่องราวไม่ควรลุกลามบานปลายจนมาถึงขั้นนี้เลย” 

 

“นับเป็นครั้งที่สองแล้วในเวลาไม่ถึง 5 เดือนที่รัฐเทนเนสซีดำเนินการประหารชีวิตไม่สำเร็จ โดยก่อนหน้านี้ก็เกิดเหตุการณ์ในลักษณะคล้ายกันกับโทนี่ คาร์รูเธอร์ส เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา รัฐเทนเนสซีไม่เพียงมีประวัติการประหารชีวิตที่ล้มเหลวมายาวนาน แต่หน่วยงานของรัฐยังคงมุ่งมั่นที่จะดำเนินการประหารชีวิต แม้จะใช้กระบวนการฉีดยาที่มีการปกปิดข้อมูลเป็นความลับก็ตาม การแสดงความทารุณโหดร้ายอย่างยิ่งเช่นนี้ เป็นสัญญาณเตือนว่าเหตุใดเราจึงจำเป็นต้องยกเลิกโทษประหารชีวิตโดยทันที เนื่องจากไม่มีวิธีการประหารชีวิตใดที่มีมนุษยธรรม ระบบการใช้โทษประหารชีวิตเป็นระบบที่ผิดพลาดจนยากต่อการเยียวยา เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และไม่มีรัฐบาลใดควรมีอำนาจดำเนินการเช่นนี้ต่อไป”

 

“ผู้ว่าการรัฐลีได้กล่าวว่า จะระงับการประหารชีวิตทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นในปีนี้เป็นการชั่วคราว แต่การดำเนินการดังกล่าวไม่ใช่การแก้ปัญหาที่เพียงพอ เขาจะต้องลดโทษให้กับคริสตา ไพก์และนักโทษประหารคนอื่นๆ ทั้งหมด และเปลี่ยนโทษของพวกเขา นอกจากนี้ ยังจะต้องจัดทำข้อตกลงชั่วคราวเพื่อพักใช้การประหารชีวิตทั้งหมดทันที โดยไม่มีการกำหนดวันสิ้นสุด ไม่ใช่เพียงการระงับไว้ไม่กี่เดือน เหตุการณ์ที่ทารุณโหดร้ายเมื่อวันก่อนจะต้องนำไปสู่ความมุ่งมั่นครั้งใหม่ ในการเดินหน้ากดดันรัฐเทนเนสซีให้ยกเลิกโทษประหารชีวิตอย่างถาวร 

 

“ในขณะที่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกลดการใช้โทษประหารชีวิต สหรัฐอเมริกายังคงเป็นหนึ่งในประเทศส่วนน้อยที่ใช้โทษประหารชีวิตมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงเวลาแล้วที่รัฐเทนเนสซีและสหรัฐอเมริกาจะต้องยุติการประหารชีวิตผู้คนในนามของความยุติธรรม และยกเลิกการลงโทษที่โหดร้ายเช่นนี้ เพื่อให้เหลือเพียงข้อมูลในหนังสือประวัติศาสตร์” 
 

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโทษประหารชีวิตในสหรัฐอเมริกา 

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล  คัดค้านโทษประหารชีวิตในทุกกรณีโดยไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าจะเป็นความผิดทางอาญาประเภทใด ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะมีบุคลิกลักษณะใด ไม่ว่าจะมีความผิดหรือเป็นผู้บริสุทธิ์ หรือไม่ว่าทางการจะใช้วิธีประหารชีวิตแบบใด ในปี 2568 สหรัฐฯ ประหารชีวิตนักโทษ 47 คนใน 11 รัฐ ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2552 โดยการประหารชีวิต 19 ครั้งในรัฐฟลอริดาเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยอดรวมเพิ่มสูงขึ้น ตามมาด้วยรัฐเซาท์แคโรไลนา เท็กซัส และแอละแบมา ซึ่งแต่ละรัฐมีการประหารชีวิตรัฐละ 5 ครั้ง

 

ส่วนรัฐอื่นๆ ที่มีการประหารชีวิต ได้แก่ รัฐเทนเนสซี 3 ครั้ง แอริโซนา 2 ครั้ง อินเดียนา 2 ครั้ง มิสซิสซิปปี 2 ครั้ง โอคลาโฮมา 2 ครั้ง มิสซูรี 1 ครั้ง และหลุยเซียนา 1 ครั้ง ทั้งนี้ สหรัฐฯ จัดอยู่ในกลุ่ม 5 ประเทศที่มีการประหารชีวิตมากที่สุดในปี 2568 จนถึงปัจจุบันในปี 2569 มีการประหารชีวิตในสหรัฐฯ แล้ว 29 ครั้ง โดยรัฐเทนเนสซีประหารชีวิตนักโทษไปแล้ว 11 คนนับตั้งแต่ปี 2561 ปัจจุบัน มี 113 ประเทศทั่วโลกที่ยกเลิกโทษประหารชีวิตสำหรับความผิดทุกประเภท และมี 145 ประเทศที่ยกเลิกโทษประหารชีวิตในทางกฎหมายหรือในทางปฏิบัติ ซึ่งคิดเป็น 2 ใน 3 ของประเทศทั่วโลก