11ปี กองทุนยุติธรรม ช่วยเหลือเคียงข้างประชาชน เผยปี69 อนุมัติงบช่วยชาวบ้านเกือบ 300 ล้านบาท รมว.ยุติธรรมแถลงผลงาน ย้ำการทำงานมุ่งยกระดับบริการ ลดขั้นตอน รวดเร็ว และเป็นธรรม
วันที่ 23 ก.ย. พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในงานแถลงผลการดำเนินงานกองทุนยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ภายใต้แนวคิด “11 ปี กองทุนยุติธรรม ช่วยเหลือ เคียงข้างประชาชน” ที่ห้องประชุม 202 ชั้น 2 โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ โดยมี ปลัดกระทรวงยุติธรรม ผู้บริหาร ข้าราชการ ผู้แทนหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม เครือข่ายภาคประชาชน และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง
พล.ต.ท. รุทธพล เปิดเผยว่า กระทรวงยุติธรรมให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างเท่าเทียม ทั่วถึง และเป็นธรรม ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 และตาม 1 ใน 7 นโยบายหลักในการขับเคลื่อนกระทรวงยุติธรรม ทั้งนี้ “กองทุนยุติธรรม” นับเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการให้ความช่วยเหลือประชาชนในการเข้าถึงความยุติธรรม เป็นแหล่งเงินทุนสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชนผู้ด้อยโอกาสหรือมีข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ ตามเจตนารมย์ของพ.ร.บ.กองทุนยุติธรรม พ.ศ. 2558
ตลอดระยะเวลา 11 ปีที่ผ่านมา กองทุนยุติธรรมได้อนุมัติความช่วยเหลือประชาชนไปแล้วกว่า 32000 ราย คิดเป็นวงเงินรวมกว่า 2200 ล้านบาท และอบรมให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน นักเรียน และนักศึกษาปีละกว่า 40000 ราย
สำหรับผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กองทุนยุติธรรมได้อนุมัติให้ความช่วยเหลือประชาชนรวมทั้งสิ้น 2435 ราย คิดเป็นงบประมาณ 296890807.17 บาท แบ่งตาม 4 ภารกิจหลัก ได้แก่ :
1. การช่วยเหลือประชาชนในการต่อสู้คดี (สนับสนุนค่าจ้างทนายความ ค่าธรรมเนียมศาล ค่าใช้จ่ายดำเนินคดี): อนุมัติ 1649 ราย รวมเป็นเงิน 40736114.50 บาท
2. การขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลย (ทั้งในชั้นสอบสวน อัยการ และศาล): อนุมัติ 597 ราย รวมเป็นเงิน 237618660.67 บาท
3. การช่วยเหลือผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน: อนุมัติ 13 ราย รวมเป็นเงิน 1485702 บาท
4. การให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน: สนับสนุน 176 โครงการ รวมเป็นเงิน 17050330 บาท (มีประชาชนได้รับประโยชน์ 42222 ราย)
รมว.ยุติธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ในก้าวต่อไป กระทรวงยุติธรรมมุ่งพัฒนาการบริการให้ “สะดวกและรวดเร็วขึ้น” สอดรับกับ พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการประชาชน พ.ศ. 2569 ที่จะมีผลบังคับใช้ในเดือนมกราคมที่จะถึงนี้ โดยพัฒนามาตรฐานระยะเวลาพิจารณาจากเดิมกว่า 70 วัน ลดลงเหลือเพียง 18 วัน พร้อมเร่งทบทวนกฎหมายกองทุนยุติธรรมให้ทันสมัย เชื่อมโยงฐานข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว พร้อมขอบคุณ ทุกภาคส่วน ศาล อัยการ ตำรวจ สภาทนายความฯ สื่อมวลชน และเครือข่ายภาคประชาชนที่ร่วมกันขับเคลื่อนงานอย่างเข้มแข็ง
ด้าน ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงภาพรวมและกิจกรรมภายในงานว่า การจัดงานแถลงผลงานในครั้งนี้นอกจากจะเป็นการสรุปบทเรียนและผลสัมฤทธิ์ตลอด 11 ปีของกองทุนยุติธรรมแล้ว ยังมีการจัดนิทรรศการแสดงผลงาน เวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือร่วมกับภาคประชาชนและหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม เพื่อรับฟังเสียงสะท้อน ข้อเสนอแนะ ตลอดจนร่วมกันกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนงานในอนาคต อันจะนำไปสู่การพัฒนากลไกการให้บริการของกองทุนยุติธรรมให้สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริงและมีประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป
