เมื่อ : 09 ก.ย. 2569

นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงความกังวลของประชาชน ต่อปัญหาปลาหมอคางดำ ที่เกิดการระบาดตั้งแต่ปี 2563 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยยืนยันว่า ตั้งแต่ตนเข้ามากำกับดูแลปัญหานี้ ก็ไม่เคยนิ่งนอนใจ และได้มีการดำเนินมาตรการเชิงรุกไปแล้ว 7 มาตรการ และจากกรณีที่ศาลปกครองกลางชั้นต้น มีคำพิพากษาในประเด็นปลาหมอคางดำว่า ให้กรมประมงดำเนินการตามแผนที่ได้เคยกำหนดไว้แล้ว โดยให้กระทรวงเกษตรฯ ให้การสนับสนุน และให้ดำเนินการภายใน 180 วัน นับแต่คำพิพากษาถึงที่สุดนั้น 


ขอยืนยันว่า รัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาปลาหมอคางดำที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และกระทบต่อการประกอบอาชีพของประชาชนในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาด การควบคุมการระบาดของปลาหมอคางดำ จึงเป็นพันธกิจที่รัฐบาลได้ดำเนินการมาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ จะไม่รอผลคดีถึงที่สุด
       


นายวัชระพล ยังยืนยันว่า 7 มาตรการดังกล่าว ที่ได้ดำเนินการเชิงรุกไปแล้ว ประกอบด้วย 1) การเร่งจับและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำที่พบการระบาดโดยเร็วที่สุด 2) การปล่อยปลาผู้ล่าลงในแหล่งน้ำเพื่อช่วยล่าปลาหมอคางดำและจำกัดจำนวนปลาหมอคางดำให้อยู่ในพื้นที่ที่ควบคุมได้ 3) การนำปลาหมอคางดำที่จับขึ้นมาได้ไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การแปรรูปทำปลาป่น หรือทำปุ๋ย เพื่อไม่ให้ทิ้งเสียเปล่า 


4) การวางมาตรการเข้มงวดในการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่กระจายไปยังแหล่งน้ำใหม่ 5) การให้ความรู้และดึงเครือข่ายเกษตรกรในระดับชุมชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง 6) การใช้นวัตกรรมและงานวิจัยด้วยการนำเทคโนโลยีมาช่วยจัดการ เช่น ระบบ Tracking เพื่อติดตามและป้องกันการลุกลาม รวมถึงการวิเคราะห์ DNA และ 7) การดำเนินการฟื้นฟูทรัพยากรและระบบนิเวศทางน้ำ หลังจากกำจัดปลาหมอคางดำในพื้นที่สำเร็จแล้ว
       

ในส่วนที่ประชาชนอาจมีคำถามหากดำเนินการไปแล้ว เหตุใดยังไม่สามารถกำจัดได้สิ้นซากนั้น นายวัชระพล ชี้แจงว่า ปัจจุบันพบการระบาดเป็นวงกว้าง 21 จังหวัด และมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ และบุคลากรที่มีอยู่เดิมไม่เพียงพอ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ยื่นขอสนับสนุนงบกลางไป รวมถึงตนยังได้หารือกับนายกรัฐมนตรี โดยรัฐบาลจะยกระดับมาตรการกำจัด และควบคุมจำนวนปลาหมอคางดำให้ได้มากที่สุดและรวดเร็วที่สุด พร้อมทั้งจะนำมาตรการเดิมที่ได้ผลมาดำเนินต่ออย่างเข้มข้น และครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 21 จังหวัด 


ตลอดจนการเพิ่มมาตรการใหม่ โดยใช้เครื่องมือที่กฎหมายประมงฉบับใหม่อนุญาต รวมถึงวิธีการที่กรมประมงได้ทดลองและประเมินว่ามีประสิทธิภาพ และเนื่องจากพื้นที่แพร่ระบาดมีวงกว้าง รัฐบาลจึงต้องสร้างกลไกให้ชาวประมง ชุมชน และประชาชนในพื้นที่ เข้ามามีส่วนร่วมในการควบคุมและลดจำนวนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยจะตั้งกลไกเฉพาะกิจ มีคณะกรรมการพิเศษขึ้นมากำกับโดยเฉพาะโดยตรง ควบคู่กับคณะเคลื่อนที่เร็วในระดับจังหวัด หรือ Task Force ในระดับปฏิบัติการทุกจังหวัดที่พบการแพร่ระบาด เพื่อให้การดำเนินงานมีผู้รับผิดชอบชัดเจน สามารถประสานหลายหน่วยงานและลงพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว
     


สำหรับในส่วนของการเยียวยานั้น นายวัชระพล เปิดเผยว่า ตนได้ทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุดด้วย


นายวัชระพล ย้ำว่า ปัญหาปลาหมอคางดำ ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ทุกภาคส่วน ทั้งรัฐและภาคเอกชน ต้องมีความเข้มงวดในความรับผิดชอบต่อระบบนิเวศของสัตว์น้ำ กรมประมงจะต้องเพิ่มความเข้มงวดในการอนุญาตการนำเข้า และการควบคุมสัตว์น้ำต่างถิ่น รวมถึงยกระดับระบบเฝ้าระวังบริเวณด่าน และกลไกกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำในอนาคตต่อไป

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ