รมว.ศธ. เร่งช่วยเหลือร.ร.ในจ.น่านประสบภัยน้ำท่วม ระดมอาชีวะอาสา–Fix It Center ฟื้นฟูสถานศึกษาและดูแลประชาชนเต็มกำลัง
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เดินทางถึงจ.น่านแล้ว เพื่อลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม พร้อมตรวจเยี่ยมการช่วยเหลือนักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา สถานศึกษา และประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเร่งฟื้นฟูพื้นที่อย่างเต็มกำลัง ควบคู่กับการตรวจสอบความปลอดภัยก่อนเปิดเรียน โดยเฉพาะโครงสร้างอาคาร ระบบไฟฟ้า น้ำประปา และเส้นทางเข้า–ออกสถานศึกษา
นายประเสริฐ เปิดเผยว่า จากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องระหว่างวันที่ 19–21 ส.ค. ส่งผลให้หลายพื้นที่ของจ.น่านเกิดน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะอำเภอปัว ทุ่งช้าง เฉลิมพระเกียรติ เมืองน่าน และเวียงสา กระทบต่อบ้านเรือน เส้นทางคมนาคม ระบบสาธารณูปโภค ตลอดจนสถานศึกษาหลายสังกัด
ศธ. ได้สั่งปิดสถานศึกษากรณีพิเศษจำนวน 97 แห่งในช่วงวันที่ 19–21 ส.ค. เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ส่งผลให้นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาทุกคนในพื้นที่ปลอดภัย พร้อมเปิดพื้นที่สถานศึกษาและหน่วยงานที่ปลอดภัยเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวรวม 13 แห่ง และประสานหน่วยงานทุกภาคส่วนดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด
“วันนี้ผมเดินทางมาจังหวัดน่าน เพื่อมาดูสถานการณ์จริง รับฟังปัญหาจากพื้นที่ และกำกับการช่วยเหลือให้ถึงมือนักเรียน ครู บุคลากร และประชาชนโดยเร็วที่สุด สิ่งแรกที่เรายืนยันคือ ความปลอดภัยต้องมาก่อน โรงเรียนใดยังไม่พร้อมไม่จำเป็นต้องเร่งเปิดเรียน ต้องตรวจสอบอาคาร ระบบไฟฟ้า น้ำประปา และสภาพแวดล้อมให้มั่นใจก่อน ส่วนการเรียนการสอนสามารถปรับรูปแบบได้ตามความเหมาะสม โดยต้องไม่สร้างภาระเพิ่มเติมให้กับเด็ก ครู และครอบครัว” รัฐมนตรีว่าการศธ. กล่าว
ขณะเดียวกัน สำนักงานอาชีวศึกษาจ.น่านได้ระดมกำลังนักเรียน นักศึกษา ครู และบุคลากร ลงพื้นที่ปฏิบัติการ “อาชีวะอาสา ช่วยเหลือประชาชน” ระหว่างวันที่ 20–31 ส.ค. โดยจัดตั้งศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน หรือ Fix It Center จำนวน 26 ศูนย์ จากเครือข่าย 30 วิทยาลัย ให้บริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ และอุปกรณ์ประกอบอาชีพโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
นอกจากนี้ ยังจัดทีมเครื่องจักรกลหนักพร้อมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อเคลียร์ดินโคลนบริเวณบ้านเรือนประชาชน จัดทีมช่างไฟตรวจสอบและซ่อมแซมระบบไฟฟ้าในครัวเรือนพื้นที่น้ำท่วมโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ตลอดจนจัดตั้ง “ครัวอาชีวะอาสา” สนับสนุนอาหารกล่องไม่น้อยกว่า 3300 กล่องต่อวัน โดยขณะนี้ได้จัดส่งอาหารช่วยเหลือประชาชนแล้วมากกว่า 5000 กล่อง
ด้านสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจ.น่าน ได้ระดมอาสาสมัครจากทั่วประเทศรวม 80 คน พร้อมเครื่องมือและเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง ลงพื้นที่ระหว่างวันที่ 22–24 ส.ค. เพื่อดำเนินกิจกรรม “ซ่อม สร้าง ล้าง ฟื้นฟู” ในสถานศึกษา พื้นที่สาธารณะ และบ้านเรือนประชาชน พร้อมสนับสนุนถุงยังชีพเพิ่มเติม 1000 ถุง ขณะที่เครือข่ายอาชีวศึกษาได้จัดเตรียมถุงยังชีพอีก 1500 ถุง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของนักเรียน ครู บุคลากร และประชาชน
นายประเสริฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานสำรวจความเสียหายของอาคารเรียน สนามเด็กเล่น ระบบไฟฟ้า ครุภัณฑ์ สื่อการเรียนรู้ และเอกสารราชการอย่างละเอียด พร้อมประเมินความพร้อมของสถานศึกษาเป็นรายแห่ง โรงเรียนใดยังไม่พร้อมให้ปรับรูปแบบการเรียนการสอนตามบริบท และเร่งเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อซ่อมแซมฟื้นฟูโดยทันที
“ศธ. จะไม่ทิ้งโรงเรียน ไม่ทิ้งครู ไม่ทิ้งนักเรียน และไม่ทิ้งประชาชนไว้ข้างหลัง ทุกหน่วยงานต้องทำงานร่วมกันอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ ตั้งแต่การช่วยเหลือเฉพาะหน้า การทำความสะอาด การตรวจระบบไฟฟ้า ไปจนถึงการซ่อมแซมและฟื้นฟูให้สถานศึกษากลับมาเปิดเรียนได้อย่างปลอดภัยที่สุด”
รัฐมนตรีว่าการศธ. ย้ำว่า ภารกิจครั้งนี้สะท้อนหลักการ #AllforEducation ที่ทุกส่วนงานของศธ. และทุกภาคส่วนในพื้นที่ร่วมแรงร่วมใจกันนำองค์ความรู้ ทักษะวิชาชีพ เครื่องมือ และกำลังคนออกมาช่วยเหลือสังคม เพราะในทุกวิกฤต การศึกษาต้องเป็นทั้งพลังในการดูแลประชาชนและพลังสำคัญในการฟื้นฟูชุมชนให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง
