เมื่อ : 12 ส.ค. 2569

ชั้น 5 รพ.กรุงเทพขอนแก่น ตั้งตรงหัวมุมสี่แยก มองเห็น ฝั่งตรงข้าม คือ … มหาวิทยาลัยขอนแก่นที่กว้างใหญ่ไพศาลเกือบทั้งอำเภอ มีบึงใหญ่ 2 บึง มีหอประชุมใหญ่ มีลานจัดตลาดนัด รอบบึงทำทางให้คนเดินออกกำลังกาย มีคนออกกำลังกายมากมาย 
       

หัวมุมติดป้ายร้านขายยา ภายในอาคารสองชั้น มีนวดแอนด์สปา ทั้งหมดอยู่ภายใต้การดูแลของ คณะเภสัชกรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น  ผมเข้าใจว่า รายได้เข้าสวัสดิการ 
       

ผมเดินเข้าไปดูยา เภสัชกรชาย หญิง เดินมาถามว่า อาการเป็นยังไงมั่ง 

ผมบอกว่า ขอดูว่า คณะนี้ผลิตยาอะไรขายมั่ง เขาบอกผลิตแต่ไม่ได้ขายตรงนี้ ผมเห็น มหาหิงส์ จึงหยิบมาขวดนึง ซื้อให้สาวน้อยอันอัน เผื่ออนาคตต้องใช้ หันไปเจอด่างทับทิม 
สุดยอดยากัดโรคผิวหนังที่เท้า หยิบมาขวดหนึ่ง
     


ถามเภสัชกรว่า นวดที่นี่ เป็นแบบไหน เพราะขับรถมาไกล หลังตึง ชาลงขา จึงเดินอ้อมไปถามอีกด้านหนึ่ง ทราบว่า รักษาตามอาการเป็นนวดแผนไทย ข้าราชการเบิกจ่ายตรงได้ จ่ายส่วนเกิน 100 บาท ผมจึงตัดสินใจนวด
     

หมอนวดที่นี่ มี 14 คน เป็นชาวบ้าน ผ่านการเรียนนวดตามหลักวิชา มีใบอนุญาต ทุกคนต่ำๆจะนวดวันละ 5 รอบ รอบละ 90 นาที ต้องจองคิว มีอดีตนายทหาร อดีตอาจารย์ วัยไม่ห่างจากผมมานวดตามสิทธิ์ 
       

ถ้าจำไม่ผิด รายได้แบ่งกัน โดยหมอนวดได้ครึ่งนึง หรือไงเนี้ยะ หมอนวดไม่โดนบังคับเวลา ถ้าปวดเมื่อยมีธุระลาได้ ด้านหลังอาคารมีลานให้จอดรถราว 20 คันเศษ รายได้เป็นของคณะเภสัชกรรม เข้าใจว่า เป็นกองทุนสวัสดิการ
       

จำได้ สมัยเป็นผู้ทรงคุณวุฒิคณะการท่องเที่ยวและโรงแรมในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ผมเคยแนะนำเชิงเสนอแนะว่า คณะท่องเที่ยวน่าจะเป็นเจ้าภาพหลัก ขอใช้พื้นที่ภายในบริเวณพระธาตุนาดูน ทำอาคารชั้นเดียว ชั่วคราว รวมถึงลานหญ้าหน้าตึกคณะท่องเที่ยว 
     
โดยคณะแพทย์แผนไทย มาเปิดนวดตามหลักวิชาเก็บเงิน โดยคนนวดเป็นนักศึกษา คณะเภสัชมาเปิดร้านขายยาที่ตัวเองผลิต คณะแพทยศาสตร์ เปิดคลีนิครักษา หมอตรวจสั่งยา เภสัชขาย โดยที่คณะท่องเที่ยวมาขายกาแฟ ขนม และรับจัดอาหารว่างทุกครั้งที่มีคณะใหญ่แวะมาไหว้

รายได้เข้าสวัสดิการคณะ เพื่อไว้จ้าง ทุกคนที่ไปทำงานลงเวลา จ่ายเป็นชั่วโมง ถือเป็นการฝึกงานเชิงอาชีพจริง
แต่ติดขั้นตอนเยอะแยะมาก ท้ายสุดไม่มีอะไรในกอไผ่จนพ้นวาระ
     

ผมนวดเสร็จ ออกมาดูบึง คิดไป มองไป ภายในมหาวิทยาลัยใช้น้ำมากในแต่ละวัน ถ้าขุดบึงนี้ในยามน้ำลด รักษาความลึกที่ระดับ 5-6 เมตร 2 บึงใหญ่ ที่เห็น จะกักน้ำดิบ ยามฝนตกได้อย่างมาก
     

ประโยชน์ของบึง จึงเพื่อสันทนาการให้เด็กหนุ่มสาวเลือกมุมนั่งจีบกัน อีกทั้งใช้เป็นศูนย์วิจัยของคณะประมง (ถ้ามี) เอาพันธ์สัตว์น้ำจืดเลี้ยงเป็นบึงทดลอง และ ยามแล้งจัด ที่ตรงนี้ สามารถเอาไปกรองทำน้ำประปาได้

ผมคิดก่อนขับรถออกไป

       

ปัญญา ไกรทัศน์
       พฤหัส 12 ส.ค.69

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ