เมื่อ : 17 พ.ค. 2569

รถไฟใต้ดินของโตเกียว จะมีสถานีโผล่ในจุดสำคัญ หนึ่งในนั้นคือ สถานีชินจูกุ ที่มาโผล่ตรงวัดใหญ่ของตระกูลเมจิ ปัจจุบัน เจ้าอาวาสน่าจะชื่อ เมจิ จิงจู

วัดแห่งนี้ ร่มรื่นมาก เนื้อที่น่าจะมากกว่าพันไร่ ถนนเข้าไป เป็นทางลูกรัง บด อัด แน่น ตามหลักวิศวะโยธา ไม่มีหลุมบ่อให้เห็นแม้แต่นิดเดียว ฝนตกแค่ไหน น้ำไหลลงทางระบายน้ำด้านข้าง ไหลผ่านคลองในวัด
       
ปากทางเข้าจะสร้างอาคาร 2 อาคารคือ อาคารขายกาแฟ และอาคารให้ยืมวีลแชร์ ห้ามรถยนต์เข้า จะมีเจ้าหน้าที่คอยบอกให้เอารถเข้าไปจอดในลานที่จอด
ของวัด

 เดินเข้าไปสักพัก จะเห็น ลังไม้สำหรับหมักเหล้าสาเก หมักเบียร์ สองฝั่ง เมื่อถึงทางสามแยก จะมีป้ายบอกห้องน้ำ แยกชาย-หญิง สะอาด ไม่มีตู้รับบริจาคค่าขี้ ค่าเยี่ยว …. คนงานจะจอดรถ คลุมผ้าใบ ล้อมรั้วอย่างดี เพื่อเข้าไปทำงาน…ไม่จอดมักง่าย
      
มีอาคารเปิดโล่งเล็กๆ มีท่อไม้ไผ่ยื่นออกมา 4 ด้าน ต้ำไหลจากก๊อก …คนมาเที่ยว รวมทั้งผม … ยืนอธิษฐาน เอาน้ำมาลูบหน้า บางคนเอาสองมือประสาน ช้อนเทใส่ปาก

อีกด้าน มีพิพิธภัณฑ์อดีตของวัด เดินไปนิดนึง จะเจออาคาร…ร้านอาหารญี่ปุ่น… ผมหมายตา ข้าวราดแกงกระหรี่หมู หมูทอด … โต๊ะมีภายในอาคารที่มีร้านกาแฟอีกมุมในร้านอาหาร กับ มุมข้างนอก มีตู้กดน้ำดื่มเย็นสองตู้ คนที่กินเสร็จ จะเอาแก้วกระดาษทิ้งถังขยะ ส่วนถาด จาน ช้อน จะเอาไปส่งที่ชั้นวาง ด้านนอกจะมีตู้กาแฟ เครื่องดื่ม ห้องน้ำชาย-หญิง แยกสัดส่วน คนใช้มาก แต่สะอาด …. มีอาคารเล็กๆข้างๆ สำหรับคนที่ต้องการเติมเชื้อมะเร็งเข้าปอด…และเติมลมเข้าปอดให้…ถุงลมโป่งพอง

มีอาคารสำหรับ พระญี่ปุ่น ทำพิธี… เจิมรถยนต์ใหม่…เป็นอาคารแยกสัดส่วน

อีกด้านหนึ่ง เป็นอาคารขายเครื่องรางของขลัง มีหลายชนิด ทั้งเด็กน้อย ทั้งแขวนในรถยนต์ ทั้งอะไรต่างๆ ทำสวยงาม ไม่ต้องมีพุทธาภิเษกนิมนต์เกจิ 108 องค์ มีพระมานั่งขาย และเจ้าหน้าที่ อีกมุมเป็นกล่องไม้เซียมซีเขย่า เพื่อดูดวง 
   
ฝั่งนึง จะมีโต๊ะ ปากกา ซองและกระดาษ เขียนคำอธิษฐานและหยอดใส่ตู้ หลังใส่ซองแล้ว ในซองจะใส่ปัจจัยได้….

ตัวอาคารหลัก ด้านในน่าจะเป็นพระอุโบสถ แต่กั้นไว้ด้วย กล่องไม้ ด้านบน ตีไม้ระแนง เป็นราง ให้หยอดเหรียญใส่ตามคำอธิษฐาน…ผมเลือกเหรียญ 1 เยนมา 9 เหรียญ … ตามคำเชื่อที่อดีตเกจิอาจารย์ไทย เคยสอน คือใส่เหรียญบาท 9 เหรียญ … เพื่อเป็นหนึ่ง ที่ก้าวหน้า
 
ไม่มีอุบาสิกา แต่งหน้าสวยๆช่วยเจ้าอาวาส ไม่มีใครตวาดใคร สุภาพ วินัย อ่อนน้อม คือ เสน่ห์ของคนที่นี่..ไม่มีตู้รับบริจาค ไม่มีโบสถ์ ไม่มีอาคารที่สร้างเป็นร้อยล้านเพื่อเรียกคนเข้าวัด
    
ต้นไม้ใหญ่อัดแน่นทั้งบริเวณ นานๆจะมีร่องรอยตัดโค่นสักต้น อายุส่วนใหญ่เหยียบร้อยปี หรือเกินกว่านั้น 

น้ำจากก๊อกในห้องน้ำพุ่งแรง ใส ไร้ตะกอน แม้จะมีกลิ่นคลอลีนบ้าง ….
      
ผมสั่งข้าวกระหรี่หมู หมูทอด จานละ 1350 เยนมานั่งกิน โดยมากเป็นคนไทย…เครื่องกระหรี่ หอม ติดคอ ติดใจ กระหรี่ญี่ปุ่นหอมกว่า กระหรี่ไทย หมูทอด ไม่มีมันฉ่ำแบบร้านอาหารญี่ปุ่นในไทย … แม้ไม่หิว แต่กินจนเกลี้ยง เพราะอร่อย
 
ทุกอย่าง สั่งออร์เดอร์ จ่ายเงิน ทอนเงินโดยเครื่องจักรทั้งสิ้น… พนักงานในร้านอาหารของวัด มีแค่สามคน เป็นพ่อครัว เสิร์ฟ เช็ดโต๊ะ รวบถุงขยะไปทิ้งครบ ขายกาแฟสองคน ทั้งอาคารมีพนักงานแค่ 5 คน…

ถ้าเป็นเมืองไทย ร้านแค่นี้ ต้องจ้างแรงงานพม่ามากกว่า 13 คน ไหนเช็ดโต๊ะ ทำครัว เก็บเงิน ล้างจาน… แต่ ที่นี่ ใช้เครื่องจักร
 
40 ปีก่อน ผมมาโตเกียว คนญี่ปุ่นจะคุยเรื่องที่เที่ยวเมืองไทยให้ผมฟัง
 
ทว่า วันนี้ ผมถามคนญี่ปุ่น เคยไปไทยไหม เขาพยักหน้าว่า เคยไป ไต้หวัน พอบอกว่า ผมมาจากไทย เขาบอกว่า ไม่เคยไป…  แต่… มีข่าวตีกันทุกวัน… เขากลัวไม่กล้ามา
  
สถานทูตไทย สถานกงสุลไทย ททท. ไทย ทูตพาณิชย์ไทย …. คิดยังไงต่อเรื่องนี้ …ทำงานให้หนักกว่านี้… ดีกว่าต้อนรับคณะผู้ทรงเกียรติที่มาจากการเลือกตั้งของชาวบ้าน… ดีไหม

     

ปัญญา ไกรทัศน์
อาทิตย์ 17 พ.ค.2569

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ