ครั้งแรกในโลก มก.ค้นพบ ”ยีสต์เจ้าฟ้าหญิง” ยีสต์สปีชีส์ใหม่จากภูผาเทิบ จ.มุกดาหาร ต่อยอดองค์ความรู้สู่เกษตร อาหาร และเศรษฐกิจชีวภาพ
ประเทศไทยสร้างความก้าวหน้าครั้งสำคัญในวงการจุลชีววิทยาและอนุกรมวิธาน เมื่อคณะนักวิจัยจากภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.) ค้นพบ ”ยีสต์เจ้าฟ้าหญิง” (Blastobotrys princeps sp. nov.) ยีสต์สปีชีส์ใหม่ของโลก จากการศึกษาความหลากหลายของจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ร่วมกับเห็ดป่าในอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ จ.มุกดาหาร นับเป็นอีกก้าวสำคัญของงานวิจัยไทยที่ช่วยเพิ่มองค์ความรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ และเปิดโอกาสสู่การศึกษาศักยภาพของจุลินทรีย์เพื่อประโยชน์ด้านการเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร และการพัฒนาเศรษฐกิจฐานชีวภาพในอนาคต
คณะวิจัยประกอบด้วย ผศ. ดร.พัณณิดา ขุนนามวงษ์ ศ.เกียรติคุณ ดร.สาวิตรี ลิ่มทอง รศ.ดร.นันทนา สีสุข และน.ส.ปนัดดา นวลไธสง นิสิตระดับปริญญาโท จากภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับ ดร.บารมี สกลรัตน์ นักวิจัยจากสำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยผลงานวิจัยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (สวพ.มก.)
ยีสต์สปีชีส์ใหม่ของโลกชนิดนี้ถูกค้นพบจากตัวอย่างเห็ดสกุล Russula ที่เก็บจากอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ ตำบลนาสีนวน อ.เมือง จ.มุกดาหาร
คณะวิจัยได้กำหนดชื่อระบุชนิด (species epithet) ว่า ”princeps” และเรียกชื่อในภาษาไทยว่า ”ยีสต์เจ้าฟ้าหญิง” ซึ่งได้รับพระราชทานชื่อเพื่อถวายพระเกียรติ แด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เนื่องในโอกาสมหามงคลเจริญพระชนมพรรษา 70 พรรษา และเพื่อเทิดพระเกียรติในฐานะที่ทรงเป็นเจ้าฟ้านักอนุกรมวิธานและความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย โดยคำว่า princeps ในภาษาละติน มีความหมายว่า ”บุคคลสำคัญอันดับแรก ผู้เป็นผู้นำ ผู้ทรงเกียรติยิ่ง”
การค้นพบครั้งนี้เป็นผลจากการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของยีสต์ที่แยกได้จากเห็ดป่า ซึ่งคณะวิจัยเก็บรวบรวมตัวอย่างจากอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ จ.มุกดาหาร จำนวน 60 ตัวอย่าง ก่อนแยกเชื้อยีสต์ได้ทั้งสิ้น 90 สายพันธุ์ จากนั้นจึงนำเชื้อทั้งหมดมาศึกษาและจำแนกชนิดด้วยหลักอนุกรมวิธานระดับโมเลกุล เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลกับชนิดที่มีการบันทึกไว้ในฐานข้อมูลสากล
ผลการศึกษาพบว่า ยีสต์ส่วนใหญ่เป็นชนิดที่เคยมีรายงานแล้ว แต่มีเชื้อยีสต์สายพันธุ์หนึ่ง คือ DMKU-TM03 ที่มีลำดับนิวคลีโอไทด์ของยีนสำหรับการจำแนกยีสต์แตกต่างจากสปีชีส์ที่มีการบันทึกไว้ทั้งหมด คณะวิจัยจึงศึกษาเพิ่มเติมตามหลัก อนุกรมวิธานพอลีฟลาสิก (Polyphasic Taxonomy) ซึ่งเป็นแนวทางที่ใช้ข้อมูลหลายด้านประกอบกัน ทั้งข้อมูลพันธุกรรม ลักษณะทางสัณฐานวิทยา และคุณสมบัติทางชีววิทยา เพื่อยืนยันสถานะของสิ่งมีชีวิตอย่างรอบด้าน ก่อนจะสรุปได้ว่า ยีสต์สายพันธุ์ดังกล่าวเป็น ยีสต์สปีชีส์ใหม่ของโลก ที่ไม่เคยมีรายงานการค้นพบมาก่อน
นอกจากการยืนยันสถานะของยีสต์สปีชีส์ใหม่แล้ว คณะวิจัยยังศึกษาลักษณะปรากฏของเชื้อ เพื่อใช้ประกอบการเสนอชนิดใหม่ตามหลักอนุกรมวิธาน ผลการศึกษาพบว่า ยีสต์ชนิดนี้สามารถใช้แหล่งคาร์บอนได้หลายชนิด นอกจากนี้กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาคุณสมบัติด้านอื่น ๆ ”ยีสต์เจ้าฟ้าหญิง” ยีสต์สปีชีส์ใหม่ ที่อาจนำไปประยุกต์ใช้ในภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญของการต่อยอดองค์ความรู้จากการค้นพบพื้นฐานไปสู่การใช้ประโยชน์ในอนาคต
ศ.เกียรติคุณ ดร.สาวิตรี กล่าวว่า การค้นพบ ”ยีสต์เจ้าฟ้าหญิง” ในครั้งนี้ สามารถบ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรชีวภาพในประเทศไทย และตอกย้ำว่า ผืนป่าธรรมชาติของไทยยังเป็นแหล่งทรัพยากรจุลินทรีย์ที่ทรงคุณค่า ซึ่งอาจนำไปสู่การค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่และองค์ความรู้ใหม่อีกมากมายในอนาคต การเก็บรักษาเชื้อยีสต์ไว้ในคลังทรัพยากรจุลินทรีย์จะเอื้อต่อการศึกษาวิจัย การพัฒนาศักยภาพเพื่อการใช้ประโยชน์ และการอนุรักษ์ทรัพยากรชีวภาพของประเทศอย่างยั่งยืน
งานวิจัยครั้งนี้จึงมิได้เป็นเพียงการเพิ่มรายชื่อสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลก หากยังเป็นการสร้างองค์ความรู้ที่มีศักยภาพในการต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การส่งเสริมภาคการเกษตร การสนับสนุนอุตสาหกรรมชีวภาพ การยกระดับงานวิจัยสู่ระดับอุตสาหกรรม และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานชีวภาพของประเทศในอนาคต นับเป็นอีกบทพิสูจน์หนึ่งถึงศักยภาพของนักวิจัยไทยในการสร้างผลงานวิจัยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยมีความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทยเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างองค์ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคมและประเทศชาติ
“ ผืนป่าของประเทศไทยยังคงเป็นแหล่งทรัพยากรชีวภาพอันทรงคุณค่า ที่รอการศึกษาและต่อยอดสู่การสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อประโยชน์ของภาคการเกษตร อุตสาหกรรม และการพัฒนาเศรษฐกิจฐานชีวภาพของประเทศอย่างยั่งยืน” ศ.เกียรติคุณ ดร.สาวิตรี กล่าว
