“สธ.” ชูไทยเป็นศูนย์กลาง wellness ของโลก จับมือ GWI ผนึก 8 ภาคีหลัก ประกาศความพร้อมเป็นเจ้าภาพ Global Wellness Summit 2026 ที่ภูเก็ต
กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ร่วมกับคณะผู้บริหาร Global Wellness Institute (GWI) และ 8 ภาคีเครือข่าย ประกาศความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดเวลเนสโลก Global Wellness Summit (GWS 2026) ที่จ.ภูเก็ต เดือนพ.ย.นี้ มุ่งยกระดับมรดกภูมิปัญญาไทยสู่สากล ชู ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง wellness ของโลกภายใต้ 3 เสาหลักเศรษฐกิจสุขภาพ ได้แก่ ผสานภูมิปัญญากับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ยกระดับสู่มาตรฐานสากลและเศรษฐกิจมูลค่าสูง และผลักดันสู่เชิงพาณิชย์และการส่งออก
วันที่ 24 ก.ค. ที่โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการสธ. พร้อมด้วย นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดสธ. ดร. นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก คณะผู้บริหาร Global Wellness Institute และภาคีเครือข่ายผู้สนับสนุนหลัก 8 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) องค์การเภสัชกรรม สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (สทนว.)
กลุ่มบีดีเอ็มเอส เวลเนส บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) บริษัทชีวาศรม อินเตอร์เนชั่นแนล เฮลท์ รีสอร์ท และ บริษัท แวลู ซอร์สซิ่ง จำกัด ร่วมกันแถลงข่าว Global Wellness Summit 2026 (GWS 2026) ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10–13 พ.ย.นี้ ที่จ.ภูเก็ต ภายใต้แนวคิด “The Science Art and Soul of Wellness : วิทยาศาสตร์ ศิลปะ และจิตวิญญาณแห่งสุขภาพที่ดี”
นายพัฒนา เปิดเผยว่า การที่ประเทศไทยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดงาน GWS 2026 เป็นสิ่งยืนยันถึงศักยภาพของการเป็นหมุดหมายด้านสุขภาพอันดับหนึ่งที่ทั่วโลกไว้วางใจ ในนามของรัฐบาลไทย ต้องขอขอบคุณคณะผู้บริหาร Global Wellness Summit ที่ให้ความไว้วางใจเลือกประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดจาก Global Wellness Institute (GWI) ชี้ว่า ในปี 2567 เศรษฐกิจเวลเนสโลกมีมูลค่าสูงถึง 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 230 ล้านล้านบาท ขณะที่ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็น ตลาดเวลเนสอันดับ 24 ของโลก ด้วยมูลค่าเศรษฐกิจ 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.45 ล้านล้านบาท) เติบโต 10.1%
สะท้อนศักยภาพของไทยในการก้าวสู่หนึ่งในศูนย์กลางอุตสาหกรรมเวลเนสของโลก เฉพาะภาคการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมีความแข็งแกร่งเป็นอันดับ 15 ของโลก รัฐบาลจึงตั้งเป้าใช้จังหวัดภูเก็ตเป็นพื้นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่ม Hi-End และนักลงทุนที่มีศักยภาพ เพื่อเพิ่มค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริป กระตุ้นการลงทุนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างความมั่งคั่งให้แก่ประเทศ
การเป็นเจ้าภาพจัดงาน Global Wellness Summit 2026 (GWS 2026) สะท้อนวิสัยทัศน์ของรัฐบาลไทยในการขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางเวลเนสระดับโลก (Global Wellness Hub) โดยมุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ 1) ด้านเศรษฐกิจ ผ่านการยกระดับมูลค่าอุตสาหกรรมสมุนไพร นวดไทย ผลิตภัณฑ์และบริการสุขภาพ ควบคู่กับการกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการกระจายรายได้สู่ชุมชน
2) ด้านซอฟต์พาวเวอร์ โดยผลักดันภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกสู่การยอมรับในระดับนานาชาติ บนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และมาตรฐานการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการส่งเสริมสุขภาวะระยะยาว (Preventive & Longevity Care) และ 3) ด้านระบบนิเวศสุขภาพ (Wellness Ecosystem) ผ่านการเชื่อมโยงเครือข่ายตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ผู้ผลิตสมุนไพร ผู้ประกอบการสปาและเวลเนส คลินิกและสถานพยาบาล ไปจนถึงเครือข่ายพันธมิตรระดับนานาชาติ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเวลเนสไทยอย่างครบวงจรและยั่งยืน
“ขอเชิญชวนกลุ่มนักลงทุน องค์กรภาคธุรกิจ องค์กรภาครัฐ กลุ่มนักวิชาการ และผู้สนใจด้านสุขภาพจากทั่วโลก มาพบกันที่จังหวัดภูเก็ต ในการประชุม GWS 2026 ระหว่างวันที่ 10-13 พ.ย. เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างเครือข่าย และออกแบบอนาคตของโลกแห่งสุขภาวะร่วมกัน” นายพัฒนากล่าว
สามารถติดตามรายละเอียดการเข้าร่วมงาน ได้ที่ https://www.globalwellnesssummit.com/ หรือ https://thailandgws.dtam.moph.go.th และกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โทรศัพท์ 0 2591 7007 ต่อ 2510
