”ยศชนัน” นำทัพ BOI เยือน High Tech Campus ระดับโลก กางแผนดูด 30 สตาร์ทอัพเทคโนโลยีขั้นสูงปักหมุดตั้งฐานวิจัยและผลิตในไทย พร้อมชูวิสัยทัศน์ ”Semiconductor Thailand” พลิกบทบาทจากผู้ใช้สู่พันธมิตรร่วมสร้าง ดันไทยขึ้นแท่น ”ฮับดีพเทคแห่งอาเซียน” เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่จะมาพลิกโฉมอนาคตประเทศ
เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 15 มิ.ย. ระหว่างการเดินทางปฏิบัติภารกิจที่ประเทศเนเธอร์แลนด์และเบลเยียมเพื่อแสวงหาความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโล ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้นำคณะเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมสัมมนาและหารือกับกลุ่มนักลงทุนด้านเซมิคอนดักเตอร์ ณ 3EALITY ภายใน High Tech Campus ประเทศเนเธอร์แลนด์
การจัดงานครั้งนี้เป็นการผนึกกำลังร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประจำนครแฟรงก์เฟิร์ต เพื่อนำเสนอทิศทาง แผนงานการพัฒนากำลังคนด้านเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนนโยบายและมาตรการส่งเสริมการลงทุนของไทยแบบครบวงจร
ภายในงานเริ่มต้นด้วยการกล่าวต้อนรับจากเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศเนเธอร์แลนด์ ตามด้วยการบรรยายพิเศษด้านนโยบายโดย ศ.ดร.ยศชนัน ขณะที่ผู้บริหารจากสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ได้ร่วมบรรยายถึงวิสัยทัศน์การสร้างกำลังคนแห่งอนาคต และผู้อำนวยการ BOI ประจำสำนักงานแฟรงก์เฟิร์ต ได้นำเสนอภาพรวมสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน
นอกจากนี้ ยังมีเวทีเสวนาร่วมกับผู้บริหารระดับสูงจาก NXP Semiconductors และ Invest International ก่อนปิดท้ายด้วยงานเลี้ยงรับรองเพื่อสร้างและขยายเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจ
”ที่ผ่านมา บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ของเนเธอร์แลนด์มักมองไปที่สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม แต่ยังไม่เคยมองมาที่ประเทศไทยอย่างจริงจัง ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ทุกท่านจะต้องมองมาที่ประเทศไทย” รองนายกฯ กล่าวเน้นย้ำ
ถอดบทเรียนจากแล็บ Philips สู่ ”Open Innovation” ระดับโลก
ศ.ดร.ยศชนัน เปิดเผยภายหลังการหารือว่า ในวันเดียวกันนี้คณะผู้แทนไทยได้มีโอกาสพบปะและเจรจากับผู้บริหารของกลุ่มบริษัทสตาร์ทอัพและบริษัทที่กำลังขยายตัว (Scale-up) ด้านเซมิคอนดักเตอร์ราว 30 แห่ง ภายใน High Tech Campus
รองนายกฯ อธิบายถึงความน่าสนใจของสถานที่แห่งนี้ว่า ในอดีตเคยเป็นห้องปฏิบัติการวิจัยทางฟิสิกส์ของบริษัท Philips จึงมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานระดับสูง โดยเฉพาะห้องสะอาด (Clean Room) จำนวนมาก ปัจจุบันเนเธอร์แลนด์ได้เปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการทำวิจัยเพียงลำพัง มาสู่ระบบ ”นวัตกรรมแบบเปิด” (Open Innovation) ที่เปิดโอกาสให้บริษัทหลายร้อยแห่งเข้ามาใช้พื้นที่และสร้างสรรค์นวัตกรรมร่วมกัน จนพื้นที่นี้ได้รับการยกระดับให้เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech Area) ที่มีบุคลากรมันสมองระดับหัวกะทิทำงานร่วมกันนับหมื่นคน
ชูจุดแข็งไทยสู่ ”New SEA Hub for Deep Tech Company”
สำหรับการหารือครั้งนี้ คณะผู้แทนไทยได้นำเสนอความพร้อมและศักยภาพของประเทศในการเป็นฐานรองรับการลงทุน โดยเฉพาะความสำเร็จด้านการพัฒนาทุนมนุษย์ ซึ่งไทยได้เริ่มบรรจุทักษะสำคัญที่อุตสาหกรรมชิปต้องการเข้าสู่หลักสูตรการศึกษาและเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมแล้ว พร้อมกันนี้ ยังได้ชูจุดแข็งที่ทำให้ไทยเหมาะสมในการเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีเชิงลึกแห่งใหม่ของภูมิภาค
ประกอบด้วยความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Neutrality) : เอื้อต่อการลงทุนระยะยาวในสภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวน
ฐานการผลิตขนาดใหญ่ : เป็นผู้นำด้านอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ชั้นนำที่มีความต้องการใช้ชิปมหาศาล
ผู้นำเทคโนโลยีแห่งอนาคต : มีความโดดเด่นในด้านเทคโนโลยีการแพทย์ (Med-tech) หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีการเกษตร
ทำเลยุทธศาสตร์ : ตั้งอยู่ใจกลางภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตลาดเกิดใหม่ที่มีประชากรรวมกันกว่า 600 ล้านคน
พร้อมกันนั้นได้ใช้โอกาสนี้ส่งคำเชิญอย่างเป็นทางการถึงกลุ่มบริษัทดังกล่าวเดินทางเข้ามาตั้งฐานการทำวิจัย พัฒนาเทคโนโลยี และจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในไทย รวมถึงใช้ไทยเป็นสปริงบอร์ดในการนำเทคโนโลยีมาต่อยอดขยายตลาดสู่ภูมิภาคอาเซียน
ขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ ”Semiconductor Thailand”
และ รองนายกฯ ยังได้ขยายความถึงแผนปฏิบัติการ MHESI Action Plan 2026–2030 ที่กำหนดให้ ”Semiconductor Thailand” เป็นหนึ่งในวาระเรือธง (Flagship) โดยชี้ให้เห็นว่าเซมิคอนดักเตอร์คือ ”เสาหลักพื้นฐานของทุกอุตสาหกรรมแห่งอนาคต” (A Foundational Pillar for All Future Industries) ตั้งแต่ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีพลังงาน หุ่นยนต์ 6G ไปจนถึงเทคโนโลยีควอนตัม ซึ่งทั้งหมดล้วนขับเคลื่อนด้วยชิปประเภทต่างๆ โดยไทยตั้งเป้าหมายเชิงรุกในการพัฒนาอุตสาหกรรมกลุ่ม Photonic IC Power IC และ Sensor (มุ่งสู่ Biosensor Thailand)
ทางด้าน BOI ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์พิเศษในการลงทุนและการทำวิจัยร่วมกัน โดยย้ำวิสัยทัศน์ของรัฐบาลที่มองว่าอุตสาหกรรมนี้คือ เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่ (New Growth Engine) ที่จะเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย
ทั้งนี้ เนเธอร์แลนด์ถือเป็นประเทศชั้นนำที่มีห่วงโซ่คุณค่าเซมิคอนดักเตอร์เกือบสมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งแต่เทคโนโลยี Lithography (ASML) การ Deposition/Epitaxy ฝั่ง Front-end (ASM International) การประกอบและแพ็กเกจจิ้ง Back-end (BESI) ไปจนถึงบริษัทใหญ่ระดับโลกอย่าง NXP และ Nexperia พร้อมฐานซัพพลายเออร์ที่แข็งแกร่ง โดยมี Brainport Eindhoven เป็นศูนย์กลางที่สั่งสมประสบการณ์กว่า 40 ปี ผ่านการผสานความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา ปัจจุบันมีบริษัทร่วมเครือข่ายกว่า 300 แห่ง สร้างมูลค่าเศรษฐกิจสูงถึง 36000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
”การหารือครั้งนี้สะท้อนเจตจำนงของไทยอย่างชัดเจน ในการก้าวข้ามจากการเป็นผู้ใช้เทคโนโลยี สู่การเป็นพันธมิตรร่วมพัฒนา และก้าวขึ้นเป็นฐานการลงทุนแห่งใหม่ของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
