“รมว.ซาบีดา” แถลงข่าวการประกวดดนตรีและการแสดงพื้นบ้าน ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ประเภทหมอลำ
วันที่ 11 มิ.ย. น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เป็นประธานในงานแถลงข่าวการประกวดดนตรีและการแสดงพื้นบ้าน ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พ.ศ. ๒๕๖๙ ประเภทหมอลำ โดยมีนายปารเมศ โพธารากุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการวธ. น.ส.สรัสนันท์ อรรณนพพร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการวธ. นายมานะ สิมมา ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการวธ. นายประสพ เรียงเงิน ปลัดวธ. น.ส.เพชรรัตน์ สายทอง ผู้ตรวจราชการวธ. นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.)
นางปรารถนา สินธุนาวา รองอธิบดีสวธ. นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ รองอธิบดีสวธ. น.ส.ชริดา สังข์ทอง เลขานุการกรม นายอนุกูล ใบไกล ผู้อำนวยการกองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม นางมาดา กระดังงา ผู้อำนวยการหออัครศิลปิน น.ส.มนัสวีร์ มณีแสง ผู้อำนวยการกลุ่มสืบสานวัฒนธรรม ผู้บริหารวธ. ผู้บริหารกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เครือข่ายทางวัฒนธรรม แขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชน เข้าร่วม ที่หอศิลป์แห่งชาติ วธ.
น.ส.ซาบีดา กล่าวว่า วธ. โดยสวธ.ตระหนักถึงความสำคัญในการสืบสาน สืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมด้านศิลปะและการแสดงดนตรีพื้นบ้าน ส่งเสริมการนำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ อีกทั้งมีความมุ่งมั่นในการส่งเสริม อนุรักษ์ ผลักดันให้ศิลปะ ดนตรีและการแสดงพื้นบ้านให้คงอยู่ มีการสืบสานต่อยอดโดยเด็กและเยาวชนอย่างสร้างสรรค์มาตลอด ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๔๙ จนถึงปัจจุบัน ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ ๑๗ ผ่านกิจกรรมการประกวดดนตรีและการแสดงพื้นบ้านอย่างต่อเนื่อ
รัฐมนตรีว่าการวธ. กล่าวต่อว่า การประกวดดนตรีและการแสดงพื้นบ้านในปีนี้ ได้กำหนดประกวดประเภท “หมอลำ” ซึ่งเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาติ สะท้อนถึงวิถีชีวิต ความเชื่อ และอัตลักษณ์ของประชาชนในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลาย โดยขณะนี้ “หมอลำ” อยู่ระหว่างการผลักดันให้ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับศิลปวัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลก และสร้างความภาคภูมิใจให้แก่คนไทยทั้งชาติ
ดังนั้น การประกวดครั้งนี้จึงมิได้เป็นเพียงเวทีแห่งการแข่งขัน หากแต่เป็นเวทีแห่งการแสดงศักยภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และความภาคภูมิใจในรากเหง้าทางวัฒนธรรมของศิลปินและเยาวชนไทย อีกทั้งยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างการรับรู้และความเข้าใจต่อศิลปะหมอลำในวงกว้าง ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ
ด้าน นางยุถิกา กล่าวว่า สวธ.ได้ดำเนินการจัดประกวดดนตรีและการแสดงพื้นบ้านทั้ง ๔ ภาคมาแล้ว ๑๖ ครั้ง เริ่มจากพุทธศักราช ๒๕๔๙ และตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๕๒ จนถึงปัจจุบัน ซึ่งในปีนี้ได้กำหนดการประกวดประเภท “หมอลำ” โดยมีวัตถุประสงค์ ๕ ประการ ดังนี้ ประการแรก เพื่อเทิดพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อการอนุรักษ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย ผ่านการพระราชทานถ้วยรางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้ ประการที่สอง เพื่อส่งเสริม อนุรักษ์ และสืบสานศิลปะการแสดงพื้นบ้าน “หมอลำ” ซึ่งเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติให้คงอยู่คู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน
ประการที่สาม เพื่อเป็นเวทีให้ศิลปิน คณะหมอลำ และเยาวชน ได้แสดงศักยภาพ ความสามารถ และความคิดสร้างสรรค์ อันจะนำไปสู่การพัฒนาต่อยอดศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านให้สอดคล้องกับบริบทสังคมร่วมสมัย ประการที่สี่ เพื่อสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ความเป็นไทย รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมของชาติ และประการสุดท้าย เพื่อสนับสนุนแนวทางการยกระดับศิลปะการแสดงหมอลำสู่ระดับนานาชาติ และเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันให้หมอลำได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ในบัญชีขององค์การยูเนสโก อันจะนำมาซึ่งการยอมรับในเวทีโลก
อธิบดีสวธ. กล่าวต่อว่า การประกวดในครั้งนี้มีคณะนักแสดงที่ผ่านการคัดเลือกและเข้ารับการอบรมเพื่อพัฒนาทักษะการแสดงเสร็จสิ้นแล้ว จำนวน ๕ คณะ ได้แก่ คณะน้องใหม่หลานย่าโม บันเทิงศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลปนครราชสีมา คณะหมอลำศิลป์ลำปาวสาวภูไท วิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์ คณะเพชรพลาญชัยบันเทิงศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ด คณะบัวอุบล มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี และคณะศิลป์ลำชี โรงเรียนบ้านโนนศรีสง่า จังหวัดชัยภูมิ โดยมีการกำหนดจัดประกวดรอบชิงชนะเลิศและพิธีมอบรางวัลในวันศุกร์ที่ ๒๖ มิ.ย. โรงละครคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จ.ขอนแก่น
ผู้ชนะการประกวดจะได้รับรางวัลต่าง ๆ ดังนี้
- รางวัลชนะเลิศ ได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานฯ และเงินรางวัล จำนวน ๑๓๐๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนสามหมื่นบาทถ้วน) พร้อมเกียรติบัตร
- รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ ๑ ได้รับถ้วยรางวัลจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และเงินรางวัล จำนวน ๑๐๐๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) พร้อมเกียรติบัตร
- รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ ๒ ได้รับถ้วยรางวัลจากปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และเงินรางวัล จำนวน ๘๐๐๐๐ บาท (แปดหมื่นบาทถ้วน) พร้อมเกียรติบัตร
- รางวัลชมเชย จำนวน ๒ รางวัล ๆ ละ ๔๕๐๐๐ บาท (สี่หมื่นห้าพันบาทถ้วน) พร้อมเกียรติบัตร
รัฐมนตรีว่าการวธ. กล่าวด้วยว่า ดนตรีและการแสดงพื้นบ้านเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่บรรพบุรุษได้สร้างสรรค์และสืบทอดไว้ โดยแต่ละพื้นที่และแต่ละภูมิภาคล้วนมีเอกลักษณ์ด้านดนตรีและการแสดงพื้นบ้านเฉพาะถิ่นที่โดดเด่นแตกต่างกันอย่างชัดเจน ปัจจุบันดนตรีและการแสดงพื้นบ้านได้เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสโลกาภิวัตน์ หากไม่ร่วมกันอนุรักษ์ สืบสาน รักษา และต่อยอด อาจเสี่ยงต่อการสูญหายได้ นอกจากนี้ ขอความอนุเคราะห์สื่อต่าง ๆ ร่วมประชาสัมพันธ์การจัดประกวดให้แพร่หลายอย่างต่อเนื่อง และขอขอบคุณหน่วยงาน สถานศึกษา สื่อมวลชน และคณะนักแสดงที่เข้าร่วมการประกวด ซึ่งมีส่วนสำคัญในการอนุรักษ์ สืบสาน และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่สืบไป
