เมื่อ : 06 มิ.ย. 2569


เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานร่วมฝ่ายไทย ในการประชุมคณะอนุกรรมการว่าด้วยเกษตรกรรม ป่าไม้ และประมง ครั้งที่ 16 (the 16th Meeting of Sub-Committee on Agriculture Forestry and Fisheries (AFF) under Japan-Thailand Economic Partnership Agreement (JTEPA) โดยมี ดร. ฮางิวาระ  ฮิเดกิ Counsellor Deputy Director-General for Environment Export and International Affairs Bureau กระทรวงเกษตร ป่าไม้และประมงญี่ปุ่น เป็นประธานร่วมฝ่ายไทย โดยมี น.ส.นฤมล สงวนวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม นายประวัติ แดงบรรจง รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์  น.ส.รวินันท์ ฉ่ำเฉลิม รองเลขาธิการ มกอช. และผู้แทนจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ที่จ.ภูเก็ต

ในการประชุมฯ ครั้งนี้ ที่ประชุมรับทราบผลการประชุมคณะอนุกรรมการพิเศษ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มิ.ย.นี้  ได้แก่ (1) ผลประชุมคณะอนุกรรมการพิเศษว่าด้วยความปลอดภัยอาหาร ครั้งที่ 16 ซึ่งไทยสามารถขยายตลาดส่งออกส้มโอไปยังญี่ปุ่นเพิ่มเติมอีก 2 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ขาวน้ำผึ้ง และพันธุ์ทับทิมสยาม  โดยตั้งเป้าหมายว่า ภายในปี 2569 ไทยจะสามารถส่งออกส้มโอสายพันธุ์ใหม่ทั้งสองสายพันธุ์ไปยังญี่ปุ่นได้ ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นจะสามารถส่งออกผลส้มจากพื้นที่ใหม่มายังไทยได้เช่นกัน และ (2) ผลการประชุมคณะอนุกรรมการพิเศษร่วมด้านความปลอดภัยอาหารและด้านการเชื่อมโยงสู่ท้องถิ่น ครั้งที่ 16 


นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินความร่วมมือจากผลการประชุมที่ผ่านมา อาทิ ด้านพืช ด้านปศุสัตว์ และการวิจัย เป็นต้น พร้อมนำเสนอโครงการที่เสนอใหม่ เพื่อขอรับการสนับสนุนจากฝ่ายญี่ปุ่นตามกรอบความร่วมมือที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกัน อันจะนำไปสู่การขับเคลื่อนความร่วมมือไทย–ญี่ปุ่นให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืน โดยปี 2570 ฝ่ายญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะอนุกรรมการว่าด้วยเกษตรกรรม ป่าไม้ และประมง ภายใต้ความตกลง JTEPA ครั้งที่ 17 รวมถึงการประชุม High-Level Committee on Development (HLCD) ครั้งที่ 5 ณ ประเทศญี่ปุ่น ในปี 2570 ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองประเทศในการสานต่อไป

“ภาคการเกษตรทั่วโลกกำลังเผชิญความท้าทายทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการผลิตและความมั่นคงทางอาหาร โดยประเทศไทยยังคงมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานการผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยและยั่งยืน ควบคู่กับการส่งเสริมนวัตกรรม การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร การพัฒนาศักยภาพเกษตรกร การผลิตที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพ – หมุนเวียน – สีเขียว (BCG Economy Model) 


ดังนั้น การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างไทยและญี่ปุ่นด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ด้านการวิจัยและพัฒนา ด้านมาตรการเกษตร และด้านการเป็นหุ้นส่วนระบบเกษตรและอาหารในภูมิภาคอาเซียน ในการประชุมครั้งนี้ จะส่งผลต่อการพัฒนาภาคการเกษตร และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยได้อย่างยั่งยืน” ปลัดกระทรวงเกษตรผฯ กล่าว

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ