“อ.เชน” เดินหน้าพลิกโฉมอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคให้เป็นหัวใจสูบฉีดนวัตกรรม สร้างผู้ประกอบการรายใหม่ เชื่อมวิจัย – ธุรกิจ เตรียมเดินสายชวนนักลงทุนและอุตสาหกรรม
เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มอบนโยบายแนวทางการดำเนินงานและขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมด้วยกลไกอุทยานวิทยาศาสตร์ โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. พร้อมผู้บริหารกระทรวง อว. และเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคทั่วประเทศเข้าร่วมที่ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ กระทรวง อว. (โยธี) โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า กระทรวง อว.กำลังก้าวเข้าสู่บทบาทใหม่ที่ท้าทายและยิ่งใหญ่กว่าเดิม เราจะไม่ใช่แค่กระทรวงที่ทำงานวิจัยอยู่บนหิ้ง แต่เราจะเป็น “ผู้สร้างความสำเร็จ” ให้กับทุกภาคส่วน กระทรวง อว.ไม่จำเป็นต้องเป็นฮีโร่ที่เก่งอยู่คนเดียว แต่เราจะเป็นขุมพลังเบื้องหลังที่ทำให้ทุกกระทรวงบรรลุเป้าหมาย เพราะเมื่อพวกเขาสำเร็จ ประเทศชาติก็เติบโตไปพร้อมกับเรา นี่คือความมุ่งมั่นของ อว.ในการเป็นฟันเฟืองสนับสนุนการทำงานของทุกภาคส่วน เพื่อตอบสนองนโยบายรัฐบาลทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การทูตเชิงวิทยาศาสตร์ การช่วยเหลือสังคม การจัดการสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติ รวมถึงการต่อต้านคอร์รัปชันด้วยเทคโนโลยี
รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า หัวใจสำคัญที่ต้องสร้างให้เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่ตึกหรือห้องแล็บที่ทันสมัย แต่คือ “ระบบนิเวศนวัตกรรม” หรือ Innovation Ecosystem ที่ทรงพลัง เราต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่ผลักดันให้คนอยากสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ โดยอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค (RSP) หรือ Science Park จะเป็นกลไกสำคัญในการเป็นสะพานเชื่อมงานวิจัยและนวัตกรรมของ อว. จาก ”หิ้งสู่ห้าง” เป้าหมายสำคัญของ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคคือการเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่าง ภาคการศึกษาและงานวิจัย (Education & Research) กับ ภาคธุรกิจและนวัตกรรม (Innovation & Market) เพื่อผลักดันเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) ให้ออกมาสู่ตลาด
ดังนั้นอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค จะเป็นพื้นที่ที่ทำให้ ”ทุกศาสตร์สำคัญมารวมอยู่ด้วยกัน“ และตนอยากเห็นอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค เป็นพื้นที่ที่ดึงดูดให้คนเก่งจากหลากหลายสายอาชีพ ทั้งวิศวกร นักวิจัย นักออกแบบ นักบัญชี และนักการตลาด ได้มาพบปะและทำงานร่วมกัน (Multidisciplinary Team) ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์ เพื่อนำไปสู่การตั้งเป็น Startup การ Spin-off หรือการร่วมทุน (Joint Venture) ที่สมบูรณ์แบบ ที่สำคัญอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคจะต้องเป็นพื้นที่ที่เข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน ไม่เพียงแต่ Startup แต่ยังรวมถึง SMEs นักศึกษาและประชาชนทั่วไปที่สนใจจะเป็นผู้ประกอบการอีกด้วย
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวอีกว่า อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค จะทำให้ประเทศหลุดพ้นกับดักงานวิจัย เพื่อสร้าง New Growth Engine หรือเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ นอกจากนี้ ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะกระตุ้นให้วงการวิจัยปรับเปลี่ยนเป้าหมายจากการทำวิจัยเพื่อตำแหน่งทางวิชาการ หรือการตีพิมพ์เพียงอย่างเดียว มาสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและการแก้ปัญหาจริง
“ประเทศไม่มีทางมี New Growth Engine เลย ถ้าไม่ลองผิดลองถูก และคนลองผิดลองถูกก็คือ ผู้ประกอบการ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค จึงต้องทำหน้าที่เป็นเวทีบ่มเพาะผู้ประกอบการเหล่านี้ และเป็นประตูเชื่อมสู่นักลงทุนอิสระ (Angel Fund) และ Venture Capital (VC) โดยกระทรวง อว. มีแผนที่จะลงพื้นที่ Science Park แต่ละแห่ง เพื่อดึงดูดความสนใจจากสื่อและกลุ่มทุนให้เข้ามารู้จักศักยภาพของพื้นที่โดยตรง และดึงดูดอุตสาหกรรมและการลงทุนเข้าสู่ภูมิภาค ซึ่งพวกเราต้องมาร่วมกันพลิกโฉมอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคให้เป็นหัวใจที่สูบฉีดนวัตกรรม สร้างผู้ประกอบการรายใหม่ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืนด้วยกัน” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
