เมื่อ : 08 เม.ย. 2569

 

หญ้าชะเงาใบยาวหรือหญ้าคาทะเลเป็นหญ้าทะเลชนิดที่มีขนาดใหญ่ กระจายตัวตามบริเวณชายฝั่งทะเลทั้งอ่าวไทยและอันดามัน จึงมีความสำคัญต่อระบบนิเวศชายฝั่ง มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทย ทั้งในมิติของความหลากหลายทางชีวภาพ ความมั่นคงทางอาหาร และเศรษฐกิจสีน้ำเงิน

 

ตลอดช่วงเวลากว่า 15 ปี คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.) ได้เล็งเห็นถึงการถูกคุกคามที่เกิดกับระบบนิเวศหญ้าทะเล จึงได้สนับสนุนให้คณาจารย์และนักวิจัยหน่วยวิจัยหญ้าทะเลต้านโลกร้อน พัฒนาวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อหญ้าทะเล โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นแหล่งกระจายต้นพันธุ์ในอนาคตและลดการใช้ต้นพันธุ์จากธรรมชาติ จนปัจจุบัน เราได้ศึกษาวิจัยจนสามารถเพาะเลี้ยงเนื้อหญ้าชะเงาใยยาวได้เป็นผลสำเร็จตลอดกระบวนการเป็นที่แรกและที่เดียวในโลก ตั้งแต่การเลือกชิ้นส่วนเนื้อเยื่อ การฟอกฆ่าเชื้อ การชักนำยอด การชักนำราก จนได้เป็นต้นอ่อนหญ้าชะเงาใบยาวขนาดเล็ก ที่พร้อมจะนำไปอนุบาลในโรงเรือนเพาะเลี้ยงและอนุบาลหญ้าทะเล ขั้นตอนและกระบวนการ

 

รวมถึงสูตรอาหารเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ KU Media ได้ขอจดสิทธิบัตรแล้ว การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในห้องปฏิบัติการต้องใช้เวลาอย่างน้อย 18 เดือน เพื่อพัฒนาส่วนต้นอ่อนปลอดเชื้อ ให้เป็นยอดจำนวนมาก และกระตุ้นให้ยอดเกิดเป็นราก จนพัฒนาเป็นต้นอ่อนในที่สุด

คณะประมง ได้พัฒนาวิธีการเลี้ยงและขยายพันธุ์ต้นอ่อนหญ้าทะเล ทั้งที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและจากการเก็บจากธรรมชาติ โดยพัฒนาสูตรปุ๋ยและกระบวนการเลี้ยง ในระบบโรงเรือนหน่วยวิจัยหญ้าทะเลต้านโลกร้อน สถานีวิจัยประมงศรีราชา ซึ่งเป็นโรงเรือนเพาะเลี้ยงและอนุบาลหญ้าทะเลแห่งแรกของประเทศไทย และในภายหลัง ได้ถูกถอดแบบไปสร้างที่เกาะหมาก จ.ตราด เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้หญ้าทะเลและปะการัง หมู่เกาะหมาก 


ภายใต้ความร่วมมือของ คณะประมง บริษัท บางจาก จำกัด (มหาชน) องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)เกาะหมาก และ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยมีนักวิจัยของคณะประมงเป็นพี่เลี้ยงในการดูแลโรงเรือนให้กับชุมชนเกาะหมากอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน โรงเรือนทั้งสองแห่ง เป็นแหล่งเรียนรู้และต้นแบบในการปลูกเพาะขยายพันธุ์หญ้าทะเลให้กับเยาวชนและผู้ที่สนใจเข้าเยี่ยมชมจำนวนมาก

 

นอกจากการเลี้ยงและอนุบาลหญ้าทะเลภายในโรงเรือนแล้ว คณะประมงยังได้ขยายหญ้าทะเลหลายชนิดลงสู่บ่อเพาะขยายพันธุ์หญ้าทะเลที่สถานีวิจัยประมงคลองวาฬ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ สถานีวิจัยประมงสมุทรสงคราม จ.สมุทรสงคราม เพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งสำรองต้นพันธุ์หญ้าทะเลหลายชนิดสำหรับใช้ในการเป็นอาหารสำรองของพะยูนยามหญ้าทะเลขาดแคลน และเป็นแหล่งรวบรวมชนิดพันธุ์เพื่อการฟื้นฟูแหล่งหญ้าทะเลในอนาคต

ถึงแม้ว่าเราจะสามารถเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ พัฒนาวิธีการเพาะและอนุบาลหญ้าทะเลในหลายรูปแบบได้แล้ว เพื่อให้เกิดการพัฒนางานตลอดทางจนสามารถนำไปใช้ประโยชน์เพื่อการปลูกในธรรมชาติได้ คณะประมงจึงคิดค้นวิธีการประเมินพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการปลูกหญ้าทะเล จนผู้ประเมินสามารถจัดทำออกมาเป็นแผนที่แสดงความเหมาะสมของพื้นที่เพื่อใช้ร่วมกับ Google Earth Application ทำให้ผู้ปลูกสามารถเดินเลือกพื้นที่ได้ด้วยตนเอง หากผู้ปลูกสามารถเลือกพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม เพิ่มโอกาสรอดของหญ้าทะเลที่นำลงปลูกในพื้นที่ เป็นการใช้ต้นพันธุ์อย่างคุ้มค่า และลดการทำลายต้นพันธุ์ในธรรมชาติ โดยวิธีการประเมินพื้นที่ที่พัฒนาขึ้นนี้ ได้ผ่านการประเมินความแม่นยำ และมีการถ่ายทอดให้กับนักวิชาการกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเพื่อใช้ประโยชน์แล้ว
 

การศึกษาวิจัยดังกล่าว เป็นการดำเนินการแบบบูรณาการในระยะยาว โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดผลสำเร็จในการฟื้นฟูแหล่งหญ้าทะเลของประเทศไทยในอนาคต การศึกษาได้รับการสนับสนุน ทั้งงบประมาณ ครุภัณฑ์ จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ บริษัท บางจาก จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) รวมถึงได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือในรูปแบบอื่นจากพันธมิตร ได้แก่ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กลุ่มอนุรักษ์ปะการังเกาะหมาก รวมถึงผู้ที่แสดงความประสงค์ให้การสนับสนุนอุปกรณ์เป็นการจำเพาะ

 

ผู้ที่สนใจผลงานทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการเพาะเลี้ยงและการฟื้นฟูหญ้าทะเลที่ดำเนินการโดยคณะประมง สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ลิงค์ http://bit.ly/4nZeMpx

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ