เมื่อ : 24 ก.พ. 2569

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือการพัฒนาย่านนวัตกรรมอาหาร (Food Innovation District) มุ่งยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ ผ่านการเชื่อมโยงระบบนิเวศนวัตกรรมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ภายใต้โครงการพัฒนาศูนย์กลางนวัตกรรมประเทศไทย (Thailand Innovation Hub) เพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมด้านอาหารและผลักดันประเทศไทยสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมในระดับสากล

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA กล่าวว่า NIA ได้ริเริ่มโครงการพัฒนาศูนย์กลางนวัตกรรมประเทศไทย (Thailand Innovation Hub) เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายและนวัตกรรมเชิงพื้นที่ โดยมีย่านนวัตกรรม (Innovation Districts) เป็นกลไกเชิงยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมระดับภูมิภาค ก่อให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม (Innovation-Driven Economy) และสร้างศักยภาพการแข่งขันในระดับนานาชาติ โดยมุ่งเน้น 5 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ 1. เกษตรและอาหาร 2. การแพทย์ สุขภาพ และเวลเนส 3. สมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และไอโอที 4. พลังงาน สิ่งแวดล้อม ยานยนต์สมัยใหม่ และ 5. ท่องเที่ยว วัฒนธรรม สร้างสรรค์

 

สำหรับการพัฒนานวัตกรรมด้านเกษตรและอาหาร NIA ได้ผลักดันโครงการย่านนวัตกรรมเกษตรและอาหารแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ เพื่อยกระดับห่วงโซ่อุปทานด้านการเกษตรและอาหารด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม (AgTech & FoodTech) ผ่านความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา ภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่น


จากการดำเนินงานดังกล่าว บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ซึ่งเป็นหน่วยงานภาคเอกชน มีความสนใจในการร่วมผลักดันระบบนิเวศนวัตกรรมด้านอาหาร ผ่านแนวคิดการพัฒนาย่านนวัตกรรมอาหาร เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการและเครือข่ายนวัตกรรมด้านอาหาร โดยมีตัวอย่างความสำเร็จของ “ย่านนวัตกรรมเกษตรและอาหารแม่โจ้” เป็นต้นแบบ เพื่อขยายสู่พื้นที่ใจกลางเมืองและศูนย์กลางธุรกิจไมซ์ (MICE) อย่างเมืองทองธานี เพื่อยกระดับความสามารถด้านนวัตกรรมอาหาร โดยผนวกเทคโนโลยี FoodTech และ AgTech เข้าด้วยกันในพื้นที่ศักยภาพของอิมแพ็ค ซึ่งจะช่วยสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่ครบวงจร เอื้อต่อการทดสอบแนวคิดและนวัตกรรม (Proof of Concept: PoC) ร่วมกับองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ และสนับสนุนให้สตาร์ตอัปเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด ตามกลยุทธ์ 4G (Groom Grant Growth Global)

 

ทั้งนี้ NIA จะนำโครงการเร่งสร้างผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมด้านอาหารและเกษตรระดับประเทศเข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ได้แก่ Thai Kitchen: Crafted FoodTech Accelerator Program โครงการพัฒนาผู้ประกอบการนวัตกรรมอาหารไทยให้สามารถขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยย่านนวัตกรรมอาหารแห่งนี้จะทำหน้าที่เป็นสนามทดสอบตลาดจริง และ โครงการ AGROWTH ที่เร่งสร้างผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมด้านการเกษตรที่มุ่งส่งเสริมการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในภาคการเกษตร 


โดยเฉพาะการพัฒนา “การเกษตรแม่นยำ” ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพของผลผลิตทางการเกษตรผ่านการใช้ข้อมูล เทคโนโลยีดิจิทัล และระบบอัตโนมัติ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาภาคการเกษตรซึ่งเป็นต้นน้ำของอุตสาหกรรมอาหาร ให้สามารถผลิตวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และมีความปลอดภัย เพื่อนำไปสู่การส่งต่อวัตถุดิบคุณภาพสู่กระบวนการแปรรูปและอุตสาหกรรมอาหารในขั้นต่อไป อันจะช่วยยกระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์อาหารทั้งระบบ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารไทย
 

ทางด้าน นายพอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวเสริมว่า อิมแพ็คมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์กับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ภายใต้กรอบความร่วมมือระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2569 – 2574) โดยอิมแพ็คพร้อมสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากรอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อทำหน้าที่เป็น ‘Landing Pad’ สำหรับการพัฒนา ทดสอบ และต่อยอดนวัตกรรมด้านอาหารให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม 


อิมแพ็คมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบสนับสนุนที่หลากหลาย เช่น โรงเรียนสอนทำอาหารอิมแพ็ค คูลิโนวา ซึ่งสามารถใช้เป็นพื้นที่พัฒนาองค์ความรู้และทดลองนวัตกรรมอาหาร รวมถึงพื้นที่โดยรอบที่ได้รับการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการทดสอบและพัฒนานวัตกรรมอาหารแบบครบวงจร ตลอดจนร้านอาหารและพื้นที่ให้บริการอาหารจริงที่สามารถใช้เป็นพื้นที่ทดลองตลาด เพื่อประเมินศักยภาพของผลิตภัณฑ์ก่อนการขยายเชิงพาณิชย์

 

นายพอลล์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า โครงการ Impact Farm และสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications: GI) ยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาและค้นหาเทคโนโลยีการแปรรูปรูปแบบใหม่ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าอาหารและวัตถุดิบทางการเกษตร ตลอดจนสนับสนุนการสร้างโอกาสทางการตลาดและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหาร ความร่วมมือในครั้งนี้ยังมุ่งส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา สตาร์ตอัป และชุมชน เพื่อพัฒนานวัตกรรมอาหารตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมทั้งขับเคลื่อนย่านนวัตกรรมให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งในมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน
 

ในส่วนกรอบการดำเนินงาน ประกอบด้วย 1. การพัฒนาระบบนิเวศเศรษฐกิจนวัตกรรม เพื่อร่วมกันส่งเสริมและสร้างเครือข่ายในการพัฒนาศูนย์กลางนวัตกรรมประเทศไทย โดยมีย่านนวัตกรรมอาหาร (Food Innovation District) เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม 2. การพัฒนาและแบ่งปันโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อส่งเสริมและพัฒนาพื้นที่เป้าหมายในเครือข่ายของ NIA ให้สามารถดึงดูดการลงทุนด้านอาหารได้ในอนาคต โดยใช้แนวคิดการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมผ่านกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความร่วมมือทั้งการแบ่งปันทรัพยากรและกำหนดเป้าหมายและทิศทางพัฒนาร่วมกัน 


3. การสร้างพื้นที่บ่มเพาะและทดสอบนวัตกรรม (Accelerator & Testing Ground) ทั้งนวัตกร สตาร์ตอัป และผู้ประกอบการฐานนวัตกรรม รวมทั้งอำนวยความสะดวกในการทดสอบทดลองทางนวัตกรรมด้านอาหาร เพื่อให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคต ผ่านโครงการของ NIA เช่น Thai Kitchen Crafted FoodTech Accelerator Program และ 5. การแบ่งปันข้อมูลและองค์ความรู้ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ แลกเปลี่ยน และเสริมสร้างความรู้ ประสบการณ์ บุคลากรระหว่างหน่วยงานและข้อมูลทางวิชาการ เพื่อส่งเสริมระบบนิเวศด้านอาหาร โดยการลงนามในครั้งนี้ นับเป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะตอกย้ำภาพลักษณ์ของประเทศไทยในการก้าวข้ามจากการเป็นฐานการผลิตดั้งเดิมสู่การเป็น ”ครัวของโลก” ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีเชิงลึกและนวัตกรรมอย่างเต็มรูปแบบ

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ