กรมศุลกากรจับกุมผู้โดยสารลักลอบขนเฮโรอีน 4.815 ก.ก. มูลค่า 1.44 ล้านบาท
ตามนโยบายของรัฐบาลในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ให้กรมศุลกากรเข้มงวดในการปราบปรามยาเสพติด กรมศุลกากร โดยนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร รับนโยบายและสั่งการให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติการอย่างเคร่งครัด
วันที่ 5 ก.พ. นายเอกวุฒิ นาเอก ผู้อำนวยการกองสืบสวนและปราบปราม นางสันธนี ไพรัตนากร ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พ.ต.อ. ทองรชฎ เหรียญสุวงษ์ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ น.อ.ชนันนัทธ์ รอดกุล ผู้อำนวยการฝ่ายรักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยปฏิบัติการ Airport Interdiction Task Force (AITF) ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมผู้โดยสารชาวแทนซาเนีย พร้อมด้วยเฮโรอีน (Heroine) 4.815 กิโลกรัม(ก.ก.) มูลค่า 1.44 ล้านบาท
นายเอกวุฒิ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 ก.พ. กรมศุลกากร และหน่วย AITF ร่วมกันตรวจสอบผู้โดยสารชาย ชาวแทนซาเนีย อายุ 46 ปี ซึ่งมีความเสี่ยงในการลักลอบนำ ยาเสพติดให้โทษผ่านราชอาณาจักร โดยเดินทางออกจากท่าอากาศยานนานาชาติหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อมาเปลี่ยนเที่ยวบินที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประเทศไทย และมุ่งหน้าสู่ท่าอากาศยานนานาชาติฮาซรัท ชาห์จาลาล สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ร่วมกันตรวจสอบกระเป๋าสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่องด้วยเครื่องเอกซเรย์ ณ อาคารปฏิบัติการกระเป๋าสัมภาระเปลี่ยนเที่ยวบิน (Transfer Baggage Terminal) โดยพบเหตุต้องสงสัยภายในกระเป๋าสัมภาระ ต่อมาเจ้าหน้าที่ฯ สังเกตการณ์บริเวณเคาน์เตอร์เรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่อง พบชายชาวแทนซาเนียดังกล่าวมาทำการรอเรียกขึ้นเครื่อง เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้แสดงตัวและขอให้แสดงหนังสือเดินทางพร้อมทั้งให้ผู้โดยสารเปิดกระเป๋าสัมภาระ
ผลการตรวจสอบพบวัตถุต้องสงสัยเป็นผงสีขาว ซุกซ่อนอยู่ภายในถุงกาแฟและผลิตภัณฑ์ผงเกลือแร่ เจ้าหน้าที่ฯ จึงตรวจสอบผงสีขาวด้วยน้ำยาทดสอบ ONCB051 MARQUIS REAGENT พบว่าวัตถุดังกล่าวทำปฏิกิริยากับน้ำยาเคมีทดสอบจากใสไม่มีสี เปลี่ยนเป็นสีม่วง ซึ่งเป็นลักษณะของยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เฮโรอีน น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 4815 กรัม มูลค่าประมาณ 1444500 บาท ซึ่งหากผู้โดยสารสามารถนำไปถึงประเทศปลายทางได้ จะมีมูลค่าประมาณ 6490000 บาท
เจ้าหน้าที่จึงได้จับกุมผู้โดยสารพร้อมทั้งตรวจยึดยาเสพติดดังกล่าว และนำส่งสถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดำเนินการสืบสวนขยายผลต่อไป
กรณีนี้ เป็นการนำเข้าและพยายามนำออกซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เฮโรอีน โดยไม่ได้รับอนุญาต และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 เฮโรอีน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตามมาตรา 242 ประกอบมาตรา 252 มาตรา 166 และมาตรา 167 แห่งพ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
