เมื่อ : 04 พ.ย. 2569

เมื่อวันที่ 4 พ.ย. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)  เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบูรณาการเพื่อติดตาม 5 นโยบายหลัก นอกจากการติดตามนโยบายแล้วนั้น ยังกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามและจัดทำแผนดำเนินงานใน 3 เรื่อง ได้แก่ การแก้ปัญหาอินเทอร์เน็ตในโรงเรียน การยกระดับห้องสมุดชุมชนและศูนย์การเรียนรู้ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) และการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก

 

นายประเสริฐ กล่าวถึงการแก้ปัญหาอินเทอร์เน็ตในโรงเรียนว่า อินเทอร์เน็ตเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการเรียนการสอนในปัจจุบัน ทั้งการค้นคว้าความรู้ การใช้สื่อและแพลตฟอร์มการเรียนรู้ดิจิทัล ตลอดจนการพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีของนักเรียนและครู หากโรงเรียนมีอินเทอร์เน็ตที่ไม่เสถียรหรือไม่เหมาะกับการใช้งาน ย่อมเป็นข้อจำกัดต่อการจัดการเรียนรู้และการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาของนักเรียน จึงต้องเร่งแก้ปัญหาให้ตรงกับสาเหตุและบริบทของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้โรงเรียนสามารถใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง

 

ภายหลังการหารือกับบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าปัญหาอินเทอร์เน็ตในโรงเรียนมีหลายสาเหตุ นายประเสริฐจึงมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และคณะอนุกรรมการลดภาระครู รวบรวมข้อมูลปัญหาแยกตามพื้นที่ เพื่อเสนอให้ NT เร่งแก้ไข พร้อมให้ สพฐ. วางแผนรองรับการใช้อินเทอร์เน็ตดาวเทียม โดยพิจารณาความพร้อมให้ทันการเตรียมโครงการในปีงบประมาณ 2571 รวมถึงแนวทางใช้อินเทอร์เน็ตไฟเบอร์ออปติกควบคู่กัน และจัดทำข้อเสนอด้านรูปแบบบริการ แพ็กเกจ และงบประมาณ เพื่อนำไปหารือกับ NT ต่อไป

 

ที่ประชุมยังมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) จัดทำแผนยกระดับห้องสมุดชุมชนและศูนย์การเรียนรู้ เพื่อให้เด็ก เยาวชน และประชาชนเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา และอย่างเท่าเทียม โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพของหนังสือและสื่อการเรียนรู้ พร้อมศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) ควบคู่กับหนังสือรูปแบบปกติ

 

นอกจากนี้ ให้ สกร. ประสานความร่วมมือกับ TK Park OKMD และ CEA รวมถึงภาคเอกชนและประชาชนในพื้นที่ เพื่อบูรณาการการทำงานและสนับสนุนการบริจาคหนังสือ สอดคล้องกับนโยบายยกระดับทักษะการอ่านของนักเรียนไทย ให้ไม่เพียงอ่านออก แต่ต้องอ่านเข้าใจและคิดวิเคราะห์ได้

 

สำหรับการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก กระทรวงศึกษาธิการตั้งเป้าหมายดำเนินการกับโรงเรียนที่มีนักเรียนไม่เกิน 50 คน จำนวน 5813 แห่ง โดยปรับกรอบเวลาดำเนินงานจากเดิม 5 ปี ให้เหลือ 3 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2569–2571 เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและจัดสรรทรัพยากรทั้งด้านบุคลากร งบประมาณ และสถานที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

 

นายประเสริฐมอบหมายให้ สพฐ. และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เร่งจัดทำแผนบริหารอัตรากำลังครูและบุคลากรทางการศึกษา รองรับการควบรวมโรงเรียนและการจัดการเรียนรวมอย่างเป็นระบบ รวมถึงการจัดสรรและโยกย้ายบุคลากรให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ โดยคำนึงถึงสิทธิของครู โอกาสทางการศึกษาของนักเรียน และคุณภาพการเรียนรู้เป็นสำคัญ พร้อมวางแนวทางการเดินทางของนักเรียนและการจัดรถโรงเรียน โดยพิจารณาความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือให้โรงเรียนบริหารจัดการตามความเหมาะสม

 

ทั้งนี้ การบริหารโรงเรียนขนาดเล็กมีเป้าหมายเพื่อจัดสรรทรัพยากรทางการศึกษาให้เกิดประโยชน์สูงสุด และทำให้นักเรียนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพมากขึ้น ไม่ใช่เพียงการลดจำนวนโรงเรียน โดยต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่และคำนึงถึงประโยชน์ของผู้เรียนเป็นสำคัญ

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ