เมื่อ : 02 พ.ย. 2569

วันที่ 2 พ.ย. นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)  ลงพื้นที่จ.อุดรธานี เพื่อติดตามการขับเคลื่อนนโยบายลดภาระครูและแนวทางบริหารจัดการอาหารกลางวัน โดยมี ดร.คณาพจน์ โจมฤทธิ์ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการศธ. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการบูรณาการโครงการเพื่อปรับลดโครงการซ้ำซ้อน ร่วมลงพื้นที่ ที่โรงเรียนบ้านสมวิลัย อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี

 

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีการสุ่มติดตามการดำเนินงานโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียน ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก มีนักเรียน 76 คน ได้รับงบประมาณอาหารกลางวันคนละ 27 บาทต่อวัน พร้อมพูดคุยกับครูและบุคลากรเพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากการปฏิบัติงานจริง

นายอัครนันท์  กล่าวว่า “การลดภาระครูต้องเริ่มจากการลงพื้นที่ เข้าใจปัญหาจริง และแก้ไขให้ตรงจุด” จากการรับฟังพบว่า ความท้าทายของโรงเรียนไม่ได้มีเพียงเรื่องงบประมาณและคุณภาพอาหาร แต่ยังรวมถึงงานจัดหาวัตถุดิบ เตรียมอาหาร จัดทำเอกสาร และรายงานผล ซึ่งเป็นภาระเพิ่มเติมจากหน้าที่สอน บางโรงเรียนสามารถจ้างแม่ครัวได้ ขณะที่บางแห่งครูยังต้องรับผิดชอบงานเหล่านี้ด้วยตนเอง

 

ศธ.จึงเร่งสำรวจปัญหาจากสถานศึกษาหลากหลายขนาด เพื่อพัฒนาแนวทางแก้ไขให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ โดยมุ่งพิจารณา 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่

 

1. ศึกษารูปแบบครัวกลาง (Cloud Kitchen) เพื่อให้โรงเรียนหรือหน่วยงานในพื้นที่สามารถบริหารจัดการอาหารร่วมกันได้ตามความเหมาะสม ลดภาระครูด้านการจัดซื้อวัตถุดิบและการประกอบอาหาร


2. ใช้เทคโนโลยีลดงานซ้ำซ้อน พัฒนาระบบจัดการข้อมูลและรายงานผลให้สะดวกขึ้น ลดเอกสารที่ไม่จำเป็น และคืนเวลาให้ครูได้ทำหน้าที่สอน


3. ยกระดับคุณภาพและโภชนาการ มุ่งให้นักเรียนได้รับอาหารที่สะอาด ปลอดภัย มีสารอาหารเหมาะสมกับวัย ภายใต้งบประมาณที่มีอยู่

ศธ.ตั้งเป้าผลักดันรูปแบบการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมในภาคเรียนถัดไป โดยอาศัยความร่วมมือจากสถานศึกษา หน่วยงานในพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ แนวทางที่ศึกษาและนำไปใช้จะต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่และคุณภาพอาหารที่นักเรียนได้รับ

 

“การลดภาระครูไม่ใช่แค่การลดเอกสาร แต่ต้องช่วยลดงานที่ไม่ใช่หน้าที่หลักของครูอย่างแท้จริง เพื่อให้ครูมีเวลาสอนมากขึ้น และนักเรียนได้รับอาหารที่ดี มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม” นายอัครนันท์  กล่าว

 


คืนเวลาให้ครู คืนคุณภาพให้ห้องเรียน และสร้างโภชนาการที่ดีให้เด็กไทย