เมื่อ : 17 ก.ย. 2569

สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ( กปร.) นำคณะสื่อมวลชนจากส่วนกลางและภูมิภาคลงพื้นที่จ.เชียงใหม่ ตามโครงการ “สื่อมวลชนสัญจร สืบสานพระราชดำริ ประจำปี 2569” เยี่ยมชมผลสำเร็จของโครงการประตูระบายน้ำบ้านแม่ปูคาพร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลแม่ปูคา อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมติดตามการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ออน เมื่อวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา 
             
โครงการประตูระบายน้ำบ้านแม่ปูคาพร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เกิดจาก นายบุญส่ง จินา ราษฎรบ้านแม่ปูคา หมู่ที่ 5 ต.แม่ปูคา อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ได้มีหนังสือขอพระราชทานความช่วยเหลือ เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคและการทำการเกษตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้แก่ราษฎร

นายศุภรัชต์ อินทราวุธ รองเลขาธิการ กปร. กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำบริเวณประตูระบายน้ำบ้านแม่ปูคาได้ดำเนินการอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ โดยมีป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ออนเป็นพื้นที่รับน้ำที่มีความสำคัญต่อการเติมน้ำลงสู่แหล่งน้ำบ้านแม่ปูคา เปรียบเสมือน “ฟองน้ำ” ที่ช่วยดูดซับน้ำและค่อย ๆ ปล่อยน้ำลงสู่ลำน้ำ จึงมีการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ เพื่อลดการชะล้างพังทลายของหน้าดินและสร้างน้ำต้นทุนให้มีเพียงพอตลอดทั้งปี
             

สำนักงาน กปร. ได้ร่วมกับกรมป่าไม้และประชาชนในพื้นที่วางแผนดำเนินงานระยะ 3 ปี ตั้งแต่ปี 2568–2570 เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้นน้ำและต่อยอดการบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยในปีที่ 2 เริ่มเห็นผลจากความชุ่มชื้นและความเขียวของผืนป่าที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ปริมาณการเกิดไฟป่าลดลง ทั้งจากสภาพผืนป่าที่มีความชุ่มชื้นมากขึ้น และจิตสำนึกของประชาชนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่า

“เมื่อเข้าสู่ปี 2570 ซึ่งเป็นปีที่ 3 ของการดำเนินงาน คาดว่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่เหนือประตูระบายน้ำแม่ปูคาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยสำนักงาน กปร. จะติดตามและประเมินผลการฟื้นฟูป่าอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่พบในเบื้องต้นคือ สภาพพื้นที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว” รองเลขาธิการ กปร. กล่าว
             

นายศุภรัชต์  กล่าวเพิ่มเติมว่า ในอนาคตพื้นที่ต้นน้ำจะมีความอุดมสมบูรณ์และเป็นแหล่งน้ำต้นทุนที่สำคัญของประตูระบายน้ำแม่ปูคา รวมทั้งเป็นแหล่งอาหารของชุมชน ขณะที่พื้นที่กลางน้ำจะมีกลุ่มผู้ใช้น้ำที่เข้มแข็ง และระดับน้ำใต้ดินในพื้นที่ชุมชนมีแนวโน้มดีขึ้น ทำให้ประชาชนสามารถนำน้ำใต้ดินมาใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น สะท้อนแนวทางการพัฒนาที่เชื่อมโยงทรัพยากรตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำเข้าด้วยกัน
             

ด้าน นายคเณศ คำนนท์ นายอำเภอสันกำแพง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ปัจจุบันโครงการสามารถส่งน้ำสนับสนุนพื้นที่การเกษตรของราษฎรบ้านแม่ปูคาได้ประมาณ 275 ไร่ และมีศักยภาพที่จะขยายพื้นที่รับประโยชน์เพิ่มเติมได้อีกประมาณ 2000 ไร่ 


นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในลำน้ำแม่ปูคา และบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่บ้านแม่ปูคาและหมู่บ้านใกล้เคียงในช่วงฤดูน้ำหลาก  ผลจากการดำเนินงานทำให้ราษฎร 334 ครัวเรือน รวม 870 คน มีความมั่นคงด้านน้ำและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีผลผลิตและรายได้เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันประชาชนผู้ได้รับประโยชน์ได้รวมตัวจัดตั้ง “กลุ่มผู้ใช้น้ำ” เพื่อร่วมกันบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ รวมถึงดูแลรักษาระบบชลประทานให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ปัจจุบันมีสมาชิกกลุ่มผู้ใช้น้ำ 81 คน
   

” ที่สำคัญระดับน้ำใต้ดินปัจจุบันไม่ลึกมากนักเมื่อเทียบกับก่อนมีประตูระบายน้ำแม่ปูคา ทำให้ชุมชนสามารถนำน้ำใต้ดินขึ้นมาใช้ประโยชน์ทั้งอุปโภคบริโภค และการเกษตรได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ทำให้ชาวบ้านสามารถทำนาได้ปีละ 2 ครั้ง โดยไม่ขาดแคลนน้ำ ” นายคเณศ กล่าว
           

พื้นที่แม่ปูคาจึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาตามแนวพระราชดำริที่ไม่ได้มุ่งแก้ไขปัญหาเพียงด้านใดด้านหนึ่ง หากแต่เชื่อมโยงการจัดหาและบริหารจัดการน้ำ การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ การส่งเสริมอาชีพ และการเพิ่มรายได้เข้าด้วยกัน โดยมีประชาชนเป็นกำลังสำคัญในการร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมดูแลรักษาผลสำเร็จของโครงการ