เมื่อ : 11 ก.ย. 2569

วันที่ 10 ก.ย. ที่สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.) จัดการประชุมคณะที่ปรึกษา คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทำงาน ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีศูนย์ข้อมูล ปัญญาประดิษฐ์ และการจัดการพลังงานอัจฉริยะ ครั้งที่ 4/2569 เพื่อสรุปผลการดำเนินงานภายใต้โครงการ HUB OF TALENT: DATA CENTER AI AND SMART ENERGY MANAGEMENT โดยมุ่งยกระดับเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญให้เป็นกลไกสร้างองค์ความรู้ พัฒนากำลังคน และขับเคลื่อนนวัตกรรมที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้การเข้าใจและสามารถขับเคลื่อนเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ต้องเติบโตไปพร้อมกับคุณภาพชีวิตของประชาชนารต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรมให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมและการพัฒนาประเทศ  

การประชุมได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดีสจล. กล่าวรายงานวัตถุประสงค์และความสำคัญของการประชุม และศ.กิตติคุณ นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  กล่าวเปิดการประชุม โดยชี้ให้เห็นว่าความก้าวหน้าด้าน DATA CENTER AI AND SMART ENERGY MANAGEMENT ต้องดำเนินควบคู่กัน ตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการ ได้มีการขับเคลื่อนกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการประชุมคณะกรรมการ และผู้เชี่ยวชาญ การจัดอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากร การจัดเวทีเสวนาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ตลอดจนการสร้างเครือข่ายระหว่างนักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาเทคโนโลยีและกำลังคนของประเทศ 


กิจกรรมในวันที่ 10 ก.ย.นี้ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของโครงการ โดยเปิดพื้นที่ให้เครือข่าย
ได้ร่วมกัน สรุป และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นำเสนอผลลัพธ์จากการดำเนินงาน ตลอดจนกำหนดทิศทางการต่อยอดเครือข่ายในอนาคต เพื่อให้องค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจากโครงการไม่สิ้นสุดลงพร้อมกับระยะเวลาการดำเนินงาน 
แต่สามารถขยายผลไปสู่ความร่วมมือด้านการวิจัย การพัฒนาบุคลากร และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในภาคอุตสาหกรรมได้อย่างต่อเนื่อง
หัวใจสำคัญของ “Dashub” คือการสร้าง คือมิติทางสังคมของ Data Center โครงสร้างพื้นฐานที่ต้องเติบโตอย่างรับผิดชอบ Data Center มิใช่เพียงอาคารจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสิทธิของประชาชน ความมั่นคงของประเทศ คุณภาพสิ่งแวดล้อม และการกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ 
เพื่อให้การลงทุนด้านดิจิทัลสร้างคุณค่าทางสังคมควบคู่กับความสามารถในการแข่งขัน  ดังนี้

ความมั่นคง

1.    ความมั่นคงและอธิปไตยของข้อมูล - ข้อมูลสำคัญของประชาชน ภาครัฐ และธุรกิจต้องได้รับ การคุ้มครอง มีมาตรฐานความปลอดภัย ตรวจสอบได้ และมีแผนรองรับเหตุขัดข้องหรือภัยคุกคามไซเบอร์
2.    พลังงาน น้ำ และสิ่งแวดล้อมของชุมชน - การใช้ไฟฟ้าและน้ำของ Data Center ต้องไม่เบียด
บังทรัพยากรพื้นฐานของประชาชน ควรเพิ่มพลังงานสะอาด เปิดเผยประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และบริหารความร้อน เสียง น้ำทิ้ง และขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างรับผิดชอบ
    3.    การเลือกพื้นที่และการมีส่วนร่วม - ควรประเมินผลกระทบต่อชุมชน โครงข่ายไฟฟ้า แหล่งน้ำ  การจราจร และความเสี่ยงภัยพิบัติก่อนลงทุน พร้อมเปิดพื้นที่ให้ประชาชนและท้องถิ่นมีส่วนร่วมตั้งแต่การวางแผนจนถึงการติดตามผล
4.    งานและทักษะสำหรับคนไทย - การลงทุนควรเชื่อมกับการพัฒนาช่างเทคนิค วิศวกร นักวิเคราะห์ข้อมูล ผู้เชี่ยวชาญไซเบอร์ และผู้ประกอบการท้องถิ่น เพื่อให้เกิดงานคุณภาพสูง การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการกระจายรายได้ในประเทศ
        5.    ความเท่าเทียมและความต่อเนื่องของบริการ Data Center ต้องสนับสนุนบริการสาธารณะ
ที่เชื่อถือได้ ทั้งสุขภาพ การศึกษา รัฐบาลดิจิทัล และการเตือนภัย พร้อมช่วยลดช่องว่างการเข้าถึงเทคโนโลยีระหว่างพื้นที่และกลุ่มประชากร

จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา โครงการได้ก่อให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือที่สามารถเป็นฐานสำคัญสำหรับการพัฒนากิจกรรมในระยะต่อไป ทั้งในรูปแบบของ Research Collaboration Talent Development Knowledge Sharing Technology Transfer และ Industry - Academia Collaboration ซึ่งจะช่วยยกระดับองค์ความรู้และเพิ่มโอกาสในการสร้างนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง นอกจากนี้ผลสำเร็จสำคัญ จากกิจกรรม สู่โครงสร้างพื้นฐานทางความรู้ มีองค์ความรู้ที่ตอบโจทย์สังคม ดังนี้

        1.    ฐานข้อมูลผู้เชี่ยวชาญ - รวบรวมและเชื่อมโยงผู้มีความรู้ด้าน Data Center AI และ Smart Energy Management ให้พร้อมสนับสนุนโจทย์วิจัย ภาคอุตสาหกรรม และนโยบายของประเทศ
            2.    เวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเครือข่าย -  เปิดพื้นที่ให้มหาวิทยาลัย ภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้เชี่ยวชาญร่วมสร้างความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และพัฒนา Community of Practice
            3.    การอบรมและพัฒนาบุคลากรทักษะสูง - ส่งเสริมการ Upskill/Reskill และ AI Literacy 
เพื่อเตรียมกำลังคนรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว
        4.    โจทย์วิจัยร่วมและแนวทางพัฒนางานวิจัย - เชื่อมความต้องการจริงของสังคมและอุตสาหกรรมกับศักยภาพของเครือข่าย เพื่อต่อยอดสู่นวัตกรรมและการใช้ประโยชน์
        5.    บทความวิชาการและการเผยแพร่ความรู้ - สังเคราะห์บทเรียนของโครงการเป็นองค์ความรู้ที่
ตรวจสอบ อ้างอิง และสื่อสารแก่ประชาชน ผู้ประกอบการ นักวิจัย และผู้กำหนดนโยบายได้

การประชุม

    

การประชุมคณะที่ปรึกษา คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทำงาน ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีศูนย์ข้อมูล ปัญญาประดิษฐ์ และการจัดการพลังงานอัจฉริยะ ครั้งที่ 4/2569 นี้จึงมิใช่เพียง “กิจกรรมปิดโครงการ” แต่เป็น จุดเริ่มต้นของการต่อยอดเครือข่าย “Dashub”สู่ความร่วมมือระยะยาว โดยมุ่งให้ประเทศไทยมีระบบนิเวศของนักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ และบุคลากรคุณภาพสูง ที่สามารถร่วมกันขับเคลื่อน Data Center AI และ Smart Energy Management ให้เป็นหนึ่งในฐานสำคัญของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต“จากองค์ความรู้ สู่เครือข่าย จากเครือข่าย สู่การสร้างนวัตกรรม และจากนวัตกรรม สู่ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ”

 

นี่คือเป้าหมายสำคัญที่ “Dashub” พร้อมเดินหน้าสานต่อ เพื่อให้เครือข่ายที่เกิดขึ้นสามารถสร้างคุณค่า
และผลกระทบเชิงบวกต่อประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ