เมื่อ : 02 ก.ย. 2569


วันที่ 2 ก.ย. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พร้อมด้วย น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารของศธ. และกระทรวงเกษตรฯ ร่วมประชุมหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู โดยมี นายสุเทพ แก่งสันเที้ยะ ปลัดศธ. และผู้แทนหน่วยงานจากศธ. นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายภักดี จันทร์เกษ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และคณะผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์ เข้าร่วมประชุม ที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ เทเวศร์ กรุงเทพมหานคร
      

สำหรับประเด็นการหารือในครั้งนี้ เป็นการหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์                         โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์และศธ. เรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหานี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งรัฐมนตรีว่าการศธ. ระบุว่าปัญหาหนี้สินครูนโยบายแรกที่ให้ความสำคัญ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของบุคลากรครูในภาพรวม และต้องการให้ทั้ง 2 กระทรวง และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมกันกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหานี้ครูที่ดำเนินการได้จริง ปัจจุบันมีสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 116 แห่ง สมาชิก 862539 ราย  ทุนดำเนินงาน 1237766 ล้านบาท 
    

ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2566 กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้มีหนังสือขอคววามร่วมมือสหกรณ์ออมทรัพย์ช่วยเหลือเรื่องหนี้สินของสมาชิกสหกรณ์ โดยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้ไม่เกินร้อยละ 4.75 ต่อปี และขยายระยะเวลาการชำระหนี้ให้สมาชิกจนถึงอายุ 75 ปี รวมถึงให้สมาชิกมีรายได้คงเหลือหลังหักส่งชำระหนี้เพียงพอต่อการดำรงชีพ                อย่างน้อยร้อยละ 30 ของเงินได้รายเดือน
   

ผลการหารือร่วมกันระหว่างศธ. และกระทรวงเกษตรฯในครั้งนี้ มุ่งหวังบรรเทาความเดือดร้อนและผ่อนปรนภาระหนี้สินให้กับสมาชิกออมทรัพย์ครู และหาจุดร่วมเพื่อให้ครูส่วนใหญ่สามารถดำรงชีพอยู่ได้ในแต่ละเดือนและไม่กระทบต่อการดำเนินงานของสหกรณ์  ซึ่งที่ประชุมได้กำหนดหัวข้อในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว  3 ประเด็น คือ 


     1. การปรับหาแนวทางในการจัดตั้งสหกรณ์กลางเข้ามาเป็นองค์กรกลางในการแก้ไขปัญหาดังล่าว  รวมถึงการพิจารณาถึงระเบียบ ข้อบังคับและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และปรับปรุงให้ทันกับการดำเนินงานของสหกรณ์ยุคสมัย ในปัจจุบัน


    2. มาตรการในการหักส่งชำระหนี้สหกรณ์ โดยให้สมาชิกมีเงินเหลือเพียงพอต่อการดำรงชีพอย่างน้อย              ร้อยละ 30 ของเงินได้รายเดือน และการใช้ระบบ Credit Lock  เครื่องมือในการควบคุมทางการเงิน เพื่อไม่ให้ก่อหนี้เพิ่ม


   3. การหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งจะต้องหารือกับกระทรวงการคลังและหน่วยงานอื่นๆ เพื่อวางแนวทาง             ในการแก้ไขปัญหาหนี้สินของบุคลากรครูทั้งในปัจจุบันและอนาคต  

   

นอกจากนี้ ได้มีการตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงเกษตรฯและศธ. ซึ่งน.ส.ปิยะรัฐชย์ ได้มอบหมายนายจเด็ศ จันทรา ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ร่วมเป็นประธานคณะทำงานแก้ไขปัญหาหนี้สินสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ  พร้อมกล่าวเน้นย้ำว่ากระทรวงเกษตรฯ โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์พร้อมที่จะทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ และจะเร่งหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาหนี้สินของสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยจะร่วมกันพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและเป็นไปอย่างเหมาะสม 

 

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์มีแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินของสมาชิกในเรื่องมาตรการสนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำผ่านกลไกภาครัฐ   การบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในการจัดหาแหล่งสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินและเสริมสภาพคล่องให้แก่สมาชิกสหกรณ์  การใช้เครื่องมือ Credit Lock เพื่อเสริมสร้างวินัยทางการเงินและป้องกันการก่อหนี้ซ้ำ และการพิจารณาให้เงินกู้ยืมแก่สมาชิกตามหลักการให้สินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบ   และการบริหารความเสี่ยงในการให้เงินกู้ ซึ่งคณะทำงานของทั้งสองกระทรวงจะประชุมหารือเพื่อให้ได้ข้อสรุปภายใน 30 วัน

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ