เมื่อ : 10 ส.ค. 2569

แม่เป็นลูกสาวของหลวงชนาทรนิเทศ คนเรียก หลวงเสือ ชื่อจริง ตันเฉ่งฮ้อ ทองตัน ซึ่งนามสกุล ทองตัน เป็นนามสกุลพระราชทาลพระราชทานเป็น ตา หรือ อากง ของผม
       

อากงหลวงเสือ เป็นลูกของ“ขุนชนานิสเทศ” มีอามอหลาว (คฤหาสน์) ตรงข้ามกัน โดยมีถนนคั่นกลาง
       

บ้านอากง หลวงเสือปัจจุบัน คือร้านระย้า ร้านวันจันทร์ มีห้องนอนชั้นสองมาก มีห้องพระตรงกลาง มีรูปปั้นพ่อท่านแช่ม เป็นดินเผา ด้านหลังบ้านอากง เป็นคลองบางใหญ่ จะเอ่อล้นท่วมทุกปี เขาจึงเรียกตรงนี้ว่า“แถวน้ำ”
       

หลวงเสือบริจาคที่ดินด้านหลัง เตี้ยมหล่าว. หรือ ตันสุ่ยหิ้น หรือ บริษัทหลวงชนา ให้กับมูลนิธิเซเว่นตีส มีบาทหลวงป็นผู้ดูแล ตั้งเป็นโรงยาบาลมิชชั่น โดยมี หมอไคเดอร์ เป็นแพทย์ประจำ ทำคลอดให้พี่ชาย และผม รวมถึงลูกๆหลวงเสือ
     

วัยเด็กพี่ชาย เป็นไข้เลือดออกมานอนรักษาตัวชั้นสองของโรงพยาบาลมิชชั่น แม่จะมานอนเฝ้า โดยเย็นๆเลิกเรียน แม่จะไปรับผมมาเฝ้าพี่ชาย
     

ตอนอาม่า“ใจหวาน ทองตัน” ยังมีชีวิต แม่จะจูงผมตั้งแต่วันผมเดินเป็น มาเยี่ยมอาม่า หลังเลิกเรียน แม่จะจับอาบน้ำ ทาแป้ง ป้อนข้าว เดินไปแถวน้ำ…เยี่ยมอาม่า. ทุกครั้งที่มาเยี่ยม ผมจะเลือกเสื้อที่มีกระเป๋า เพื่ออำนวยความสะดวกให้..อาม่า ยัดตังค์ใส่กระเป๋าได้สะดวก ผมจะพยายามให้อาม่ากอดตอนลับหูลับตาคน เพราะถ้าแม่เห็นอาม่ายัดตังค์ให้ แม่จะล้วงคืนอาม่าทันควัน

ผมและอาม่า มีเจตน์จำนงค์เดียวกันคือ แอบให้และแอบรับ
     

หลังเยี่ยมอาม่าเสร็จ แม่จะพาเดินข้ามถนนมาบ้านอาจ๊อ เพื่อเยี่ยมกู้ลา เฉลิม ทองตัน ซึ่งเป็น สท.ที่แม่จะเดินแจกบัตรหาเสียงให้ทุกครั้งที่ลงสมัครในละแวกบ้าน หลังเยี่ยมกู้ลา แม่จะจูงผมมาที่เตี้ยมหล่าย ตึกสามชั้นแห่งแรกบนถนนถลาง เพื่อเยี่ยมซี่กู้ หล่องตี่ เกียรติ ทองตัน พี่ชายของแม่ ชั้นล่างด้านหลังจะเป็นตัวหนังสือตะกั่วในรางไม้เพราะเป็นโรงพิมพ์
     

ซี่กิ่มเจอู่ จะแอบเอาไบเล่ย์ ใส่กล่องสามเหลี่ยมกระดาษ 2 กล่อง แช่เย็นเจี้ยบให้ผมกิน เป็นการติดสินบนอย่าเร่งให้แม่กลับ ถ้าไม่ค่ำมาก แม่จะจูงกลับมา ซื้อโรตีกะลา ที่บ้านเช่าถนนถลางของแม่ เอามากินกับหมูฮ้องตอนเช้า
     

ผ่านโรงไม้ข้างโรงหนังเริงจิต ของแป๊ะก๋ง ผู้ใหญ่คาว ไกรทัศน์ พี่ชายชองปู่ ที่จะนั่งตากลมทุกเย็นหน้าบ้าน โดย แป๊ะกงคาง มักจะซื้อถั่วต้ม ไว้ปิดปาก อย่าให้ทำหน้าหงิกชวนแม่รีบกลับบ้าน
    
หลังผมออกจากภูเก็ต ไปเรียนต่อ เร่ร่อนทำงานหาตังค์ เวลากลับมาภูเก็ต ผมจะเช่ารถ ขับพาแม่กะหลานเที่ยว ไปกินอาหารตามหาดโดยเฉพาะหาดทรายแก้วบ้าง ไปกินราไวย์บ้าง หลังกินเสร็จแม่จะให้พาไปเยี่ยมญาติฝ่ายไกรทัศน์ ทั้งอึ้มล้วน อารีรอบ อดีตภรรยาแป๊ะกงคาวที่ชอบนั่งเล่นไพ่บ้าง แถวซอยยอดเสน่ห์บ้าง เยี่ยมกิ้มโป๋สอเฉ้ง หงษ์หยก ข้างเหมืองเจ้าฟ้าบ้าง แวะเยี่ยม กู้ลาที่อามอหลาวบ้าง รวมไปถึงเคยแวะเยี่ยม งาม ลูกกู้ลาที่แต่งงานไปใช้นามสกุลผลเจริญตรงแถวอนุสาวรีย์
      

หลังแม่ล้มป่วยด้วยเส้นเลือดฝอยแตกในสมอง ร่างกายแม่ไม่แกร่งเหมือนก่อน ผมเดินสายไปทำมวยไทยในต่างประเทศบ่อย รวมถึงไปเป็นนักการทูตฝ่ายพาณิชย์ ทำให้ห่างเหินจากญาติพี่น้อง ทั้งฝ่ายพ่อและฝ่ายแม่ และนับแต่แม่ปวยติดเตียง ก็ตัดขาดหมด
     

วันหนึ่ง ลูกกู้ลา สาวงาม โทรมาขอให้เขียนประวัติแม่ในฐานะ ทองตัน เพราะจังหวัดต้องการรวบรวม ผมจึงติดต่องามทาง LINE ตลอด

จนสาวก้อย ลูกสุดท้องกู้ลา แต่งลูกที่บ้านขุนชนานิสเทศ จึงได้มีโอกาสมาบ้านหลังนี้อีกหน ในฐานะญาติที่ต้อง…ยกน้ำชา
     

ฝนถล่มในวันศุกร์ วันแต่งงาน ผมขอใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์ เพราะชุดอื่น อ้วน ใส่ไม่เข้าแล้ว
   

ผมไปนั่งด้านใน ไม่รู้จักใคร รวมถึงจำหน้าใครไม่ได้ ไม่เจอกันกว่า 35 ปี ไม่รู้กระทั่งใครคือเจ้าภาพ ยกเว้นสาวก้อย และสาวงาม
     

ผมไม่ชอบแนะนำตัวให้ใครรู้จัก และไม่ชอบทานอาหารตามบ้านงานต่างๆ 
     

พอยกน้ำชาเสร็จ สาวก้อยพาชมบ้านด้านบนชั้นสอง ปรับเปลี่ยนต่อเติมจากสมัยเด็กที่จำได้มากพอสมควร ก่อนจะค่อยๆเลี่ยงออกจากบ้านงาน ท่ามกลางฝนตกหนัก

ราวบันไดบ้านอาจ๊อ เป็นแบบเดียวกับบ้านหลวงเสือ ทั้งกรอบหน้าต่าง และเพดาน สมัยก่อนกระเบื้องนำเข้าจากเมืองจีน ลงเรือสำเภามา
     
เก้าอี้ ชุดรับแขก ที่นี่เหมือนที่บ้าน เสียดายเก้าอี้พัง โยนทิ้งแล้ว เหลือแต่ชุดเครื่องแป้ง
     
วันผ่าน เวลาเปลี่ยน วัยสังขารล่วงเลย ความทรงจำในอดีตยังพอมีหลงเหลือ เจ้าบ่าว เจ้าสาวที่ไปยกน้ำชา ถ้าวันนี้ออกมาเจอหน้าข้างนอก ต่างคนต่างจำไม่ได้และต่างคนก็ต่างไม่รู้จักกัน
     

เจ้าของบ้าน นอนสงบในหลุมที่ฮวงซุ้ย ควนลิ้มส้าน เพียงแต่ว่าวิญญานหลวงเสือ ยังไม่ยอมไปเกิดยังหวงที่ฮวงซุ้ย ไม่ยอมห่างจากบริเวณสุสาน

ลูกหลวงเสือ เวลานี้เหลือแค่แม่ของผมคนเดียวที่ผมต้องประคบประหงม
 

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ