ชาวเมืองกาญจน์แห่ชมคอนเสิร์ต”หลุมฝังศพนานาชาติ” ผอ.วช.ชี้บทเพลงสื่อให้สังคมโลกได้รับรู้รากเหง้าคนไทย
มูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) จัดแสดงคอนเสิร์ต”หลุมฝังศพนานาชาติ” โดยวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตร้า เมื่อไม่นานมานี้ ที่หอประชุมเทศบาลเมือง ศาลา 60 พรรษามหาราช จ.กาญจนบุรี ในโครงการวิจัยดนตรีประจำชาติ เพื่อพัฒนาศักยภาพความเป็นเลิศและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ผ่านดนตรี
คอนเสิร์ตครั้งนี้มีประชาชนและผู้สนใจเข้าร่วมชมจำนวนมากจนเต็มหอประชุม โดยดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการวช. เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยศ.พพิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี รศ. ดร.สุกรี เจริญสุข ประธานมูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข นายวสันต์ ภูษิตกาญจนา นายกเทศมนตรีเมืองกาญจนบุรี คณะผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารวช. และผู้บริหารส่วนราชการในจ.กาญจนบุรี
สำหรับการแสดงของวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตร้า อำนวยการเพลงโดยพล.ต. ดร.ประทีป สุพรรณโรจน์ และดร.ธีรนัย จิระสิริกุล โดยในการบรรเลงครั้งนี้ได้นำบทเพลงที่สะท้อนอัตลักษณ์ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจ.กาญจนบุรีมานำเสนอ ที่พิเศษคือ นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ชาวเมืองกาญจน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี 2536 อ่านบทกวี”คนทำทาง”ที่ประพันธ์ขึ้นมาใหม่ และการเดี่ยวจะเข้”โหมโรงเพลงเชิดจีน” โดยอาจารย์สหรัฐ จันทร์เฉลิม มือจะเข้อันดับต้นๆของเมืองไทย
นอกจากนี้ยังมีเพลง มอญอ้อยอิ่ง เขมรไทรโยค ขับร้องโดย เจ็ก ปากแพรก พม่าห้าท่อน (ขุนแผนบุกเรือนขุนช้าง) แขกมอญ (นางวันทองเล่าความฝัน) พม่าทุงเล Mon Rhapsody for Viola and Orchestra เดี่ยวไวโอลาโดยผศ. ดร.จักรกฤษ เจริญสุข บทเพลง The River Kwai March (Colonel Bogey) เพลง”คนทำทาง” และเพลงรุ้งพระจันทร์ ขับร้องโดย นายอิสรพงศ์ ดอกยอ ศิลปินจากกรมศิลปากร
พร้อมกันนี้ วงปล่อยแก่บ้านคา และวงปล่อยแก่เกาะพลับพลา ซึ่งเป็นวงขับร้องประสานเสียงของผู้สูงอายุ ได้มารวมตัวกันในนามวงปล่อยแก่ราชบุรี ยังมาร่วมร้องเพลงประสานเสียงในเพลงสายฝน และ รำวง ควบคู่กับการสร้างสรรค์ภาพจิตรกรรม”หลุมฝังศพนานาชาติ”ประกอบบทเพลงโดย ดร.สุชาติ วงษ์ทอง ศิลปินนานาชาติ โดยสถานีโทรทัศน์ไทยพียีเอสจะนำเผยแพร่ในรายการเสียงอดีตวันที่ 22 พ.ย.นี้
ดร.วิภารัตน์ กล่าวเปิดคอนเสิร์ตว่า วช. สนับสนุนมูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข ในการดำเนินโครงการวิจัยดนตรีประจำชาติ เพื่อพัฒนาศักยภาพความเป็นเลิศและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ครั้งนี้รศ.ดร.สุกรี และทีมงาน ได้นำเสนอเพลงของกาญจนบุรี เพลงมอญ เพลงพม่า เพลงฝรั่ง เพลงไทยที่เกิดในกาญจนบุรี โดยใช้เพลงในอดีตมาปรุงแต่งใหม่เรียบเรียงใหม่ ให้นักดนตรีคนรุ่นใหม่เล่น บรรเลงโดยวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตร้า เพื่อสร้างความภูมิใจและความอบอุ่นให้แก่พี่น้องชาวกาญจนบุรี รวมทั้งเพื่อยกย่องสมบัติและมรดกอันล้ำค่าของกาญจนบุรี ที่สำคัญเป็นการสื่อสารให้สังคมนานาชาติได้รับรู้ โดยผ่านเสียงเพลงที่เป็นรากเหง้าของเมืองกาญจนบุรี
น.ส.วริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า คอนเสิร์ตครั้งนี้ได้ถ่ายทอดเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อย่างทรงพลัง และเป็นโอกาสสำคัญในการเผยแพร่คุณค่าทางศิลปวัฒนธรรม สร้างแรงบันดาลใจแก่เยาวชนและประชาชน
นายวสันต์ เปิดเผยภายหลังคอนเสิร์จตแสดงจบว่า รู้สึกดีใจแทนคนจ.กาญจนบุรีด้วยที่ได้รับฟังรับชมคอนเสิร์ตดีๆจากวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตร้า ถือเป็นความโชคดีของคนที่นี่ เพราะได้รู้ทั้งประวัติศาสตร์ ศิลปะ และความรู้ในหลายๆเรื่อง ถ้าเป็นไปได้อยากให้วงไทยซิมโฟนีออร์เคสตร้ามาแสดงให้กับชาวจ.กาญจนบุรีได้ฟังทุกปี ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปีของเมืองกาญจน์ที่มีวงดนตรีแบบนี้มาบรรเลงให้ฟัง เห็นชัดเจนว่าประชาชนสนใจกันมาก เปิดให้จองแค่ 2 วันที่นั่งเต็มหมดแล้ว
รศ.ดร.สุกรี กล่าวว่า การจัดคอนเสิร์ต”หลุมฝังศพนานาชาติ”ครั้งนี้ประสบความสำเร็จเกินคาด เนื่องจากไม่เคยมีการจัดแสดงแบบนี้มาก่อน ต้องขอขอบคุณนายกเทศมนตรีเมืองกาญจนบุรีที่อำนวยความสะดวกและจัดเตรียมทุกอย่างดีมาก
ที่สำคัญขอขอบคุณคนเมืองกาญจน์ เดิมคาดว่าน่าจะมีคนฟัง 200-300 คน แต่ปรากฏมากัน 500 คน โดยได้นำเสนอเพลงของกาญจนบุรีเท่าที่มีอยู่ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะคนเมืองกาญจน์บางส่วนที่ไม่รู้จักเพลงเหล่านี้เลย คนไทยทั่วไปก็ไม่รู้ ทั้งที่ความจริงเป็นซอฟต์พาวเวอร์ เพราะเป็นภูมิปัญญาที่เป็นวัฒนธรรมเกี่ยวกับเพลง อย่างเพลงเขมรไทรโยค เป็นเพลงของเมืองกาญจน์ เขียนมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2420 หน่วยราชการในจังหวัดน่าจะนำเพลงนี้มาใช้เป็นเพลงโปรโมทจ.กาญจนบุรี
ด้านนายเนาวรัตน์ กล่าวว่า ตอนแรกได้ยินชื่อคอนเสิร์ต”หลุมฝังศพนานาชาติ” ยังสงสัยอยู่ว่าทำไมใช้ชื่อนี้ แต่พอมาดูเนื้อหาและมาฟังถึงเข้าใจ ซึ่งการแสดงคอนเสิร์ตครั้งนี้ได้เชื่อมโยงอดีตของเมืองกาญจน์อั นเป็นเมืองโบราณที่เป็นเขตแดนมีเครือญาติ ไทย-โยเดีย มีพระพุทธรูป มีถ้ำมากมาย มีเรื่องขุนช้าง-ขุนแผน ถือว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้ประสบความสำเร็จ เพราะมาเล่นในมิติที่ชัดเจน คนจัดตั้งใจดี คนฟังก็ได้สุนทรียทางดนตรีอย่างลึกซึ้ง
ขณะที่ศ.พิเศษ ดร.เอนก กล่าวว่า ขอชื่นชมรศ.ดร.สุกรี ในการจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จมาก เพราะทำความเป็นไทยให้โดดเด่น โดยประสานเข้ากับกระแสสากล ด้วยการบรรเลงของวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตร้า เรื่องนี้ทำให้เป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้เลย ซึ่งมีแนวโน้มที่ดีขึ้นเรื่อยๆ สมัยที่ตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอว.ก็ได้สนับสนุนโครงการนี้ตั้งแต่เริ่มต้นเมื่อ 6 ปีที่แล้ว และยังไปชมการแสดงหลายครั้ง วงปล่อยแก่ราชบุรีก็ร้องดีมาก รวมทั้งเพลงเขมรไทรโยคที่ร้องโดย”เจ๊ก ปากแพรก “
ทั้งนี้ อยากเสนอให้ทางมูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข ขยายเรื่องดนตรีไปแนวอื่นๆ โดยตนได้แนะนำให้วช.จัดหาทุนเพื่อให้ทำคอนเสิร์ตซิมโฟนีออร์เคสตร้าสงครามเก้าทัพ และคอนเสิร์ต 250 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ฯลฯ
