เมื่อ : 24 ก.ค. 2569

 

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 1-11 จัดงานโครงการเวทีวิชาการพัฒนาสังคมระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ภายใต้แนวคิด 
”Smart Social Synergy เทคโนโลยีเชื่อมใจ ครอบครัว-ชุมชนก้าวไกล สร้างอาชีพใหม่ สู่สังคมอยู่ดี มีโอกาส” ในวันที่ 22 ก.ค. ที่ห้องประชุมปรินซ์ 3 โรงแรมปรินซ์ พาเลซ กรุงเทพมหานคร โดยมี นายกิตติ อินทรกุล รองปลัดกระทรวงพม. เป็นประธานในพิธีเปิดงาน เพื่อแสดงพลังเครือข่ายคนทำงานด่านหน้าทั่วประเทศ


โครงการเวทีวิชาการพัฒนาสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ”Smart Social Synergy เทคโนโลยีเชื่อมใจ ครอบครัว-ชุมชนก้าวไกล สร้างอาชีพใหม่ สู่สังคมอยู่ดี มีโอกาส” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ แสดงพลังเครือข่ายและนวัตกรรมจากคนทำงานด่านหน้าทั่วประเทศ พร้อมรับมือกับวิกฤตโครงสร้างประชากร

นายพิสิฐ พูลพิพัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพม. เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตโครงสร้างประชากรที่ท้าทาย ทั้งการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์และอัตราเด็กเกิดใหม่ที่ลดลง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. จึงได้มอบนโยบายสำคัญ 8 ด้าน เพื่อเป้าหมายในการสร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน ซึ่งเป็นการพลิกบทบาทจากการเป็นเพียงผู้สงเคราะห์ สู่การเป็นผู้สร้างโอกาส โดยเวทีวิชาการครั้งนี้ได้นำนโยบายมาบูรณาการสู่การปฏิบัติจริงในหลายมิติ เป็น 4 หัวข้อหลัก ได้แก่

 

1.    ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และ ราชการเป็นมิตร: มีการเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลผ่านเครื่องมือสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ (MSO-Logbook)  เพื่อชี้เป้าหมายคนจนระดับครัวเรือนให้แม่นยำ และแอปพลิเคชัน ”พม. CARE” เพื่อยกระดับบริการ e-Service ให้กลุ่มเปราะบาง สามารถเข้าถึงสิทธิ


2.    ด้านเด็ก เยาวชน ครอบครัว และผู้สูงอายุ: มุ่งเน้นการรับมือวิกฤตประชากรแบบมุ่งเป้า ผ่านการสร้างสถาบันครอบครัวที่เข้มแข็ง


3.    ด้านชุมชนเข้มแข็งและที่อยู่อาศัย: สะท้อนผ่านการนำเสนอนวัตกรรมชุมชนจากภูมิภาคเพื่อพิสูจน์พลังของการแก้ปัญหาด้วยเครือข่ายฐานราก


4.    ด้านการสร้างอาชีพและการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านนโยบาย ”1 ตำบล 1 ผู้บริบาล” และเดินหน้าแก้หนี้ให้ประชาชนกลุ่มเปราะบางพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

กิจกรรมสำคัญภายในงานประกอบด้วย การจัดแสดงนิทรรศการผลงานวิชาการจากสำนักงานส่งเสริม และสนับสนุนวิชาการ (สสว.) 1-11 และเครือข่ายต้นแบบจาก 4 ภาค รวมถึงไฮไลต์สำคัญอย่าง การบรรยายพิเศษ (TED Talk) ”ทางรอดสังคมไทย”: รับฟังมุมมองเชิงลึกในหัวข้อ “แก่ก่อนรวย วิกฤตคนรุ่นใหม่ ไม่อยากมีลูก แล้วอนาคตประเทศไทย จะฝากความหวังไว้ที่ใคร?” โดย ผศ.ดร.ธนานนท์ บัวทอง จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ หัวข้อ “ในโลกที่เปลี่ยนไว ไม่ใช่แค่รอด แต่ต้องเริงร่า” โดย น.ส.สุชนา สินธวถาวร จากผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความมั่นคง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA)

นอกจากนี้ยังมีเปิดมุมมองการทำงานข้ามพื้นที่ นำเสนอความสำเร็จของการสานพลังเพื่อสร้างชุมชนเข้มแข็งและแก้ปัญหาหนี้สิน โดยมีผู้นำเครือข่ายจาก 5 พื้นที่ต้นแบบร่วมแลกเปลี่ยน ได้แก่ 


- สสว.1 (ภาคกลาง): นายอภิสิทธิ์ อัครวรรธนกุล นายกเทศมนตรีตำบลเชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา นำเสนอนวัตกรรม “สูงวัยรู้ทันสื่อ” (ศูนย์เตือนภัยในชุมชน) ที่ได้รับรางวัลระดับประเทศ  


- สสว.3 (ภาคกลาง): นายวีระกิตติ์ ชั้นอินทร์งาม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางระกำ อ.บางเลน จ.นครปฐม นำเสนอ “บางระกำคราฟต์ (Bangrakam Craft)” นวัตกรรมการสร้างอาชีพและแก้ไขปัญหาหนี้สิน  


- สสว.7 (ภาคกลาง): นางสาวจรรยา กลัดล้อม ประธานคณะประสานงานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดชัยนาท นำเสนอ “นวัตกรรมสิ่งทอผ้าดอกดาวเรือง” งานฝีมือสร้างอาชีพสร้างรายได้  


- สสว.9 (ภาคเหนือ): ผศ.ดร.วุฒิกานต์ ปุระพรหม ผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน (UDC) ม.แม่โจ้ นำเสนอ ”ต้นแบบเมืองที่เป็นมิตรฯ (Age Friendly City)” นวัตกรรมบ้านน็อคดาวน์ยกระดับ
ที่อยู่อาศัยผู้สูงอายุ  


- สสว.11 (ภาคใต้): ว่าที่ ร.ต.วินิจ เจตมหันต์ หัวหน้าฝ่ายสังคมสงเคราะห์ เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก 
จ.นราธิวาส นำเสนอ “น้องอ้อมปันสุขโกลก” นวัตกรรมผ้าอ้อมใช้ซ้ำได้


ช่วงท้ายของงานยังมีการระดมสมองผ่านกิจกรรมกลุ่มย่อย World Cafe ใน 4 หัวข้อหลัก เพื่อนำไปสู่
การสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบายระดับชาติต่อไป

 

นายพิสิฐ กล่าวอีกว่า ”สังคมที่ดีไม่ได้เกิดจากนโยบาย
บนแผ่นกระดาษ แต่เกิดจากคนที่เชื่อว่าตนเองสามารถเปลี่ยนชีวิตผู้อื่นได้” พร้อมย้ำให้บุคลากร พม. ทุกคนภูมิใจในฐานะ ”กำแพงพิงหลัง” ของประชาชนกลุ่มเปราะบาง และขอให้ทุกภาคส่วนจับมือร่วมกันเพื่อเปลี่ยนนโยบาย
ให้เป็นการเปลี่ยนชีวิตจริงของคนไทย