เมื่อ : 21 ก.ค. 2569

วันที่ 20 ก.ค. กรมศุลกากรเปิดปฏิบัติการเชิงรุกร่วมกับกรมการค้าต่างประเทศ แถลงผลการตรวจยึดสินค้าที่แสดงประเทศกำเนิดเป็นเท็จ โดยเป็นสินค้าที่นำเข้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีน แต่ระบุบนผลิตภัณฑ์ว่า ”Made in Thailand” หรือผลิตในประเทศไทย รวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาทหวั่นทำลายกลไกเศรษฐกิจและความน่าเชื่อถือทางการค้าระดับสากล พร้อมเผยผลงานกวาดล้างของผิดกฎหมายในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบังตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ 2569 สกัดกั้นกัญชาซุกซ่อนส่งออก ยึดขยะอันตราย ปราบสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา มีมูลค่ารวมถึง 1377.8 ล้านบาท สะท้อนความเข้มงวดในการปกป้องเศรษฐกิจและผลประโยชน์ของประเทศ
 

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ตามนโยบายรัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ได้ให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปราม การนำเข้า-ส่งออกสินค้าผิดกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการสวมสิทธิ์ถิ่นกำเนิดสินค้าเพื่อแสวงหาสิทธิประโยชน์ทางการค้าโดยมิชอบ อันเป็นการบิดเบือนระบบการค้าระหว่างประเทศและส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของสินค้าส่งออกไทย กรมศุลกากรจึงได้บูรณาการความร่วมมือกับกรมการค้าต่างประเทศ โดยมีนางอารดา เฟื่องทอง


อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ร่วมนำทีมลงพื้นที่ปฏิบัติการตรวจสอบสินค้าในเขตปลอดอากร และเขตประกอบการเสรี (IEAT/Free Zone) ในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อสกัดกั้นสินค้านำเข้าที่มีพฤติการณ์สวมสิทธิ์หรือแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้าเป็น “Made in Thailand” เพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ อันเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของทั้งสองหน่วยงานในการปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าของประเทศ รักษาความน่าเชื่อถือของสินค้าส่งออกไทย และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประเทศคู่ค้า

 

จากการปฏิบัติการร่วมกันในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้อายัดสินค้าต้องสงสัยและดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียด พบการกระทำความผิดจำนวน 2 คดี ได้แก่ การนำเข้าบุหรี่ยี่ห้อ TWOMOON จำนวน 5370000 มวน จากสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยใช้สิทธิประโยชน์เขตปลอดอากร (Free Zone) แต่บนหีบห่อระบุถิ่นกำเนิดว่า ”Made in Thailand” อันเป็นการแสดงประเทศกำเนิดสินค้าอันเป็นเท็จ มีมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจประมาณ 17 ล้านบาท และการนำเข้าใบมีดกึ่งสำเร็จรูป อุปกรณ์มีดอเนกประสงค์ และกล่องบรรจุภัณฑ์จากสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยใช้สิทธิประโยชน์การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (IEAT) 

 

จากการตรวจสอบพบว่าเป็นมีดคัตเตอร์ที่ผลิตสำเร็จพร้อมจำหน่าย บนบรรจุภัณฑ์ที่ระบุถิ่นกำเนิด “Made in Thailand” จำนวน 202000 ชุด มีมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 84.27 ล้านบาท กรณีดังกล่าวเป็นความผิดตามพ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 ประกอบพ.ร.บ.ห้ามนำของที่มีการแสดงถิ่นกำเนิดเป็นเท็จเข้ามา
ในราชอาณาจักร พ.ศ. 2481 และพ.ร.บ.การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522

อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า การแสดงประเทศกำเนิดสินค้าอันเป็นเท็จ ไม่เพียงเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย
แต่ยังเป็นการบิดเบือนข้อมูลทางการค้า ซึ่งอาจถูกนำไปใช้เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการทางการค้าของประเทศคู่ค้า
ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของสินค้าไทยในตลาดโลก กรมศุลกากรจึงได้ยกระดับมาตรการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยแก้ไขมาตรการทางกฎหมาย เพิ่มบทลงโทษกรณีแสดงข้อมูล
อันเป็นเท็จเกี่ยวกับถิ่นกำเนิดสินค้า พร้อมกำหนดมาตรการระงับการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าทุกประเภท
อีกทั้งบูรณาการความร่วมมือกับกรมการค้าต่างประเทศ เพื่อป้องปรามและตัดวงจรการกระทำความผิด
อย่างเป็นรูปธรรม
 

นอกจากนี้ กรมศุลกากรยังได้แถลงผลการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามในพื้นที่ท่าเรือ
แหลมฉบังในรอบ 10 เดือนที่ผ่านมา (ตั้งแต่ ต.ค. 2568 – 10 ก.ค. 2569) ซึ่งสามารถตรวจยึดและจับกุมคดีสำคัญได้ถึง 177 คดี มีมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงถึง 1377.8 ล้านบาท ประกอบด้วย คดีสวมสิทธิ์
แสดงประเทศกำเนิดสินค้าเป็นเท็จ จำนวน 41 คดี ตรวจยึดของกลางกว่า 8.8 ล้านชิ้น มูลค่าความเสียหาย 442.64 ล้านบาทรวมถึง คดีลักลอบนำเข้าขยะอันตรายตามอนุสัญญาบาเซล สามารถตรวจพบความผิดได้ 88 ราย น้ำหนักของกลางกว่า 5.66 ล้านกิโลกรัม มูลค่า 204.56 ล้านบาท 

 

พร้อมผลักดันกลับสู่ประเทศต้นทาง คดีสินค้าปลอมแปลงเครื่องหมายการค้าและละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา จำนวน 35 คดี ตรวจยึดของกลาง 303472 ชิ้น มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ 582.19 ล้านบาท นอกจากนี้ กรมศุลกากรได้เพิ่มมาตรการเอกซเรย์และการบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มงวด หลังพบการอำพรางกัญชาในสินค้าส่งออกทั่วไปหลายประเภท จนสามารถตรวจพบการกระทำความผิดในคดีลักลอบส่งออกกัญชาได้จำนวน 13 คดี ของกลาง 14840 กิโลกรัม มูลค่า 148.40 ล้านบาท


อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวอีกว่า กรมศุลกากรจะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการแอบอ้างประเทศกำเนิดสินค้า การสวมสิทธิทางการค้า และการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายทุกรูปแบบ พร้อมยกระดับมาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความเป็นธรรมทางการค้า คุ้มครองผู้ประกอบการไทย และรักษาความเชื่อมั่นของประเทศไทยในฐานะประเทศคู่ค้าที่มีความน่าเชื่อถือในเวทีการค้าระหว่างประเทศ

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ