เมื่อ : 07 ก.ค. 2569

จ.อุบลราชธานี - ไบโอเทค สวทช. จับมือ ศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ศรีสะเกษ กรมป่าไม้ เดินหน้าขับเคลื่อนความร่วมมือในภูมิภาคแม่น้ำโขง จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การเพาะเห็ดครบวงจรเพื่อความมั่นคงทางอาหารและการพัฒนาที่ยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 1 - 2 ก.ค.  ที่สวนเห็ดตระการ อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี ภายใต้โครงการ “การถ่ายทอดเทคโนโลยีและแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับเห็ดบริโภคได้เพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจและการเกษตรที่ยั่งยืนระหว่างประเทศในภูมิภาคแม่น้ำโขง” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพิเศษความร่วมมือล้านช้าง–แม่โขง (LMCSF Funded Project) โดยรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมี ดร.อัมพวา ปินเรือน เป็นหัวหน้าโครงการและเป็นผู้ดำเนินการจัดอบรมครั้งนี้ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเกษตรกรในพื้นที่จ.อุบลราชธานีและใกล้เคียง จำนวนกว่า 40 คน มาเข้าร่วมอบรม อัปเดตความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ 


เนื่องจากเห็นปัญหาสำคัญว่า ปัจจุบันเห็ดป่าตามธรรมชาติเริ่มลดน้อยลงจนไม่เพียงพอต่อการบริโภค ประกอบกับชาวบ้านส่วนใหญ่ยังขาดรายได้เสริมและเผชิญภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้นหลังสิ้นสุดฤดูกาลทำนา งานนี้จึงเข้ามาช่วยสร้างทักษะและยกระดับอาชีพด้วยการสอนเทคนิคการเพาะเห็ดเศรษฐกิจในโรงเรือนเพื่อสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องตลอดปีควบคู่ไปกับการใส่เชื้อเห็ดป่ากินได้ให้แก่กล้าไม้วงศ์ยาง (เห็ดระโงก-เห็ดเผาะ) ในกล้าไม้วงศ์ยาง เพื่อแปรเปลี่ยนป่าชุมชนให้เป็นคลังอาหารธรรมชาติ และสร้างทางเลือกในการสร้างรายได้หมุนเวียนให้พี่น้องเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน

ดร.สิทธิโชค ตั้งภัสสรเรือง รองผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า ไบโอเทคมีความมุ่งมั่นในการนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชีวภาพมาถ่ายทอดสู่ชุมชน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้อยู่ภายใต้ “โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับเห็ดบริโภคได้ เพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจและการเกษตรที่ยั่งยืนระหว่างประเทศในภูมิภาคแม่น้ำโขง” (กองทุนพิเศษแม่โขง-ล้านช้าง) มีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงรวมถึงประเทศไทย 


ผ่านการบูรณาการนวัตกรรมการเพาะเห็ดเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ตลอดปี ร่วมกับเทคโนโลยีการเพาะเห็ดป่ากินได้ร่วมกับกล้าไม้ เพื่อช่วยลดค่าครองชีพ สร้างแหล่งโปรตีนคุณภาพในครัวเรือน และเสริมสร้างรายได้ที่มั่นคง ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชุมชน พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายเกษตรกรจาก 3 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ และสุรินทร์ ให้เติบโตไปด้วยกันอย่างเข้มแข็ง

ด้าน นายไสว คณาเสน นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ หัวหน้าโครงการศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ (กรมป่าไม้) วิทยากรผู้เชี่ยวชาญการเพาะเห็ดป่า กล่าวว่า โครงการนี้เป็นการขยายผลความสำเร็จต่อเนื่องจากจังหวัดศรีสะเกษมาสู่อุบลราชธานี โดยมุ่งเน้นให้เกษตรกรได้ฝึกปฏิบัติจริง ตั้งแต่วิธีการหยอดและนำเชื้อเห็ดระโงกและเห็ดเผาะเข้าสู่ต้นไม้วงศ์ยาง ซึ่งเป้าหมายสูงสุดคือการสนับสนุนให้ชาวบ้านร่วมกันปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้น เพื่อสร้างแหล่งอาหารธรรมชาติไว้บริโภคและจัดการอย่างเป็นระบบ ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวแล้ว หากมีผลผลิตเหลือเฟือยังสามารถนำไปจำหน่ายเป็นรายได้เสริมที่มั่นคง ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน และคาดหวังจะเห็นการรวมกลุ่มเพาะเห็ดป่าขยายวงกว้างจนครอบคลุมทั่วทั้งภาคอีสาน

ขณะที่เจ้าของสวนเห็ดตระการ นายศักดิ์ชัย พลชัย ผู้เชี่ยวชาญและเกษตรกรต้นแบบด้านการเพาะเห็ดเศรษฐกิจ กล่าวว่า ปัจจุบันความต้องการบริโภคเห็ดป่าธรรมชาติในพื้นที่มีสูงมากจนเกินขีดความสามารถที่ป่าจะให้ได้ การเข้ามาเติมเต็มองค์ความรู้ของ สวทช. จึงตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนอย่างยิ่ง โดยในส่วนของเห็ดเศรษฐกิจ ทางสวนได้ถ่ายทอดเทคนิคกระบวนการผลิตก้อนเชื้อเห็ดคุณภาพจากขี้เลื่อยไม้ยางพารา ไม่ว่าจะเป็นเห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า หรือเห็ดขอนขาว แม้ว่าปัจจุบันจะเผชิญความท้าทายจากต้นทุนขี้เลื่อยที่พุ่งสูงขึ้นจากหลักพันเป็นหลักหมื่นบาทต่อคันรถ จนต้องปรับราคาจำหน่ายก้อนเชื้อสำเร็จรูปเป็นก้อนละ 10 บาท แต่การเพาะเห็ดยังคงเป็นอาชีพที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าและตลาดยังคงต้องการสูง

การถ่ายทอดเทคโนโลยีในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากเกษตรกรหลากหลายกลุ่ม โดย คุณอาทิตย์ คนสนิท (ผู้ใหญ่บ้านจาก จ.กาฬสินธุ์) Young Smart Farmer Kalasin ปี 2568 เผยว่า ตั้งใจนำเทคโนโลยีการเพาะเห็ดขอนขาวในท่อนไม้ไปส่งเสริมให้ลูกบ้านที่ส่วนใหญ่ทำนาได้มีอาชีพและรายได้เสริมหลังฤดูเก็บเกี่ยว รวมถึงจะนำเชื้อเห็ดป่าไปรดโคนต้นยางนาเพื่อฟื้นฟูป่าชุมชน 


สอดคล้องกับผู้เข้าอบรมรายที่สอง คุณณิศรา ช่างภาระดิฐษ์ ชาวอุบลฯ ที่ต้องการพัฒนาการเพาะเห็ดและปลูกป่าให้เป็นอาชีพหลักของตนเอง พร้อมตั้งใจนำทักษะไปเผยแพร่ให้คนในหมู่บ้านที่ไม่มีโอกาสมาร่วมงาน เช่นเดียวกับ คุณสังวาลย์ สายเนตร เกษตรกรวัย 60 ปี ที่แม้จะไม่มีประสบการณ์มาก่อน แต่มีความตั้งใจจะนำเห็ดป่าไปเพาะในพื้นที่นาของตน ส่วนไม้วงศ์ยางติดเชื้อเห็ดป่าจะนำไปฝากพี่น้องที่มีที่ดินผืนใหญ่ปลูก และนำไปปล่อยเชื้อในป่าชุมชนเพื่อสร้างประโยชน์แก่องค์รวมต่อไป

 

การเพาะเห็ดครบวงจรครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการหารายได้เสริมหรือแก้ปัญหาเรื่องปากท้องหลังหมดหน้านาเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญคือการทำให้คนในชุมชนหันมาร่วมใจกันดูแลป่า และร่วมกันสร้างแหล่งอาหารธรรมชาติที่จะช่วยดูแลทั้งคน ดูแลทั้งสิ่งแวดล้อมให้อยู่รอดไปด้วยกันอย่างแท้จริง
 

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ