เมื่อ : 02 ก.ค. 2569


โครงการ “ครบรอบ 100 ปี วันพระราชสมภพ สืบสานพระราชปณิธาน สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ได้กำหนดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติหลายกิจกรรม โดยหนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือ การคัดเลือกเกษตรกรจาก 10 จังหวัด จังหวัดละ 10 คน รวมทั้งสิ้น 100 คน เข้ารับการฝึกอบรมและศึกษาดูงาน ณศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้ง 6 แห่ง และศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการผลิต การแปรรูป การตลาด และการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ก่อนนำไปต่อยอดและขยายผลในพื้นที่ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ครั้งที่ 1/2569 ที่อาคารสำนักงานกปร. แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร โดยมีนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารโครงการฯ เป็นประธาน พร้อมด้วยพลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี รองประธานกรรมการบริหารฯ คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม และประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์


ที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าการยกระดับมาตรฐานสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ศูนย์สาขา และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งสำนักงาน กปร. ได้บูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค และเพิ่มโอกาสทางการตลาด ปัจจุบันมีสถานที่ผลิตที่ผ่านการรับรองมาตรฐานแล้ว 16 แห่ง และอยู่ระหว่างดำเนินการอีก  4 แห่งในปี 2569 ขณะที่ผลิตภัณฑ์ได้รับการขึ้นทะเบียนหรือจดแจ้งแล้วรวม 175 รายการ และอยู่ระหว่างดำเนินการเพิ่มเติมอีก 
42 รายการ
 

นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริยังได้รับรางวัล “อย. Quality Award” อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 ได้รับรางวัลรวม 3 รางวัล ได้แก่ รางวัลสถานประกอบการดีเด่นด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชน จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร รางวัลผลิตภัณฑ์ชุมชนดีเด่นประเภทส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก จากผลิตภัณฑ์ไส้กรอกกวางผสมเนื้อไก่และมันหมู ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ และรางวัลผลิตภัณฑ์ชุมชนดีเด่นประเภทส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก จากผลิตภัณฑ์ไข่มดแดงในน้ำเกลือ ของสหกรณ์การเกษตรในโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่ง จำกัด จ.ยโสธร

 

ส่วนในปี 2569 ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริได้รับรางวัลเพิ่มอีก 5 รางวัล ได้แก่ รางวัลสถานประกอบการดีเด่นด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชน จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ จังหวัดสกลนคร รางวัลผลิตภัณฑ์ชุมชนดีเด่นประเภทส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก จากผลิตภัณฑ์ปลายอ ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงใหม่ ผลิตภัณฑ์ไส้เบอร์เกอร์เนื้อโคขุนภูพาน ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ จ.สกลนคร ผลิตภัณฑ์เห็ดโคนในน้ำเกลือบรรจุกระป๋อง ของสหกรณ์การเกษตรในโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่ง จำกัด จ.ยโสธร และผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มโซดารสส้มแขก ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.นราธิวาส ซึ่งได้รับรางวัลผลิตภัณฑ์ชุมชนดีเด่นประเภทส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก

นางสายหยุด เพ็ชรสุข ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า ศูนย์ฯ ร่วมกับสำนักงาน กปร. จัดโครงการ “ครบรอบ 100 ปี วันพระราชสมภพ สืบสานพระราชปณิธาน สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” โดยคัดเลือกเกษตรกรจากจ.พัทลุงและจ.สตูล ซึ่งเป็นกลุ่มเกษตรกรที่ยังขาดโอกาสในการเข้าถึงองค์ความรู้จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เข้ารับการฝึกอบรมจำนวน 5 หลักสูตร เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านการผลิต การแปรรูป การเพิ่มมูลค่าผลผลิต และการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการประกอบอาชีพหลักสูตรที่ได้รับความสนใจจากเกษตรกรมากที่สุด คือ การตลาดออนไลน์ ซึ่งสามารถนำไปใช้ประชาสัมพันธ์และจำหน่ายผลผลิตได้ด้วยตนเองผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล


นอกจากนี้ เกษตรกรหลายรายยังแสดงความประสงค์เข้ารับการอบรมเพิ่มเติมในหลักสูตรเฉพาะด้าน อาทิ การเพาะเห็ด การเลี้ยงเป็ด การเลี้ยงไก่ และการผลิตอาหารสัตว์ เพื่อนำความรู้ไปลดต้นทุนการผลิตและต่อยอดเป็นอาชีพที่สร้างรายได้อย่างยั่งยืน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ยังมีโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน โดยผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ใช้วัตถุดิบจากชุมชนมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า เช่น กิมจิผักกูด ผักกูดดอง และพริกหยวกดอง ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้บริโภคในพื้นที่ภาคใต้ 

 

ขณะที่ ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มโซดารสส้มแขก ได้รับรางวัลผลิตภัณฑ์ชุมชนดีเด่น ประเภทส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก จากรางวัล อย. Quality Award สะท้อนถึงคุณภาพและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ที่สามารถแข่งขันในตลาดได้ นางสายหยุดกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันศูนย์ฯ อยู่ระหว่างพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ สบู่จากน้ำผึ้งชันโรง สบู่จากน้ำมันปาล์ม สบู่จากรังไหม และสบู่นมแพะ เพื่อยกระดับให้ผ่านการรับรองมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พร้อมทั้งเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง

ด้านนางกัญญารัตน์ สุนทรา ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.จันทบุรี เปิดเผยว่า จากผลสำเร็จของการศึกษาวิจัย ทดลอง และพัฒนาอาชีพที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ศูนย์ฯ ได้นำองค์ความรู้ที่ได้มาพัฒนาเป็นหลักสูตรฝึกอบรม เพื่อถ่ายทอดสู่ราษฎรอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งด้านการประมง การปศุสัตว์ และการเกษตร โดยปัจจุบันเปิดอบรมมากกว่า 15 หลักสูตร เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ มีผู้เข้ามาเยี่ยมชมและศึกษาดูงานแล้วกว่า 700000 คน และคาดว่าในปีนี้จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของผู้ที่เข้ามาศึกษาธรรมชาติ เรียนรู้กระบวนการพัฒนาอาชีพ และเข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรต่าง ๆ ของศูนย์ฯ


สำหรับโครงการ “ครบรอบ 100 ปี วันพระราชสมภพ สืบสานพระราชปณิธาน สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” ได้คัดเลือกกลุ่มเกษตรกรเป้าหมายจากพื้นที่ใกล้เคียงศูนย์ศึกษาฯ ซึ่งยังขาดโอกาสในการเข้าถึงองค์ความรู้ มีความมุ่งมั่นในการประกอบอาชีพ เข้าร่วมโครงการ โดยในพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์ฯ ได้คัดเลือกเกษตรกรจากจังหวัดตราด จำนวน 10 ราย ที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของโครงการ เพื่อเข้ารับการฝึกอบรมและพัฒนาองค์ความรู้ตามศักยภาพของแต่ละรายภายหลังการฝึกอบรม ศูนย์ฯ จะติดตามและขยายผลการนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยปรับให้สอดคล้องกับสภาพภูมิสังคมและความต้องการของชุมชน เช่น การส่งเสริมการจัดตั้งธนาคารปูในพื้นที่ชายฝั่ง การส่งเสริมการเลี้ยงไก่ เป็ด หรือสัตว์เศรษฐกิจที่เหมาะสม รวมถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้ในหลักสูตรอื่น ๆ ที่เกษตรกรให้ความสนใจ เพื่อให้สามารถนำไปประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และพึ่งพาตนเองได้

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ