บอร์ดนโยบาย อว. เคาะ 4 วาระพลิกโฉมประเทศ! “อ.เชน” ดันยุทธศาสตร์ เร่งสร้างคนด้วยนวัตกรรม Sandbox เดินหน้าผลิตแพทย์เพิ่ม 22200 คน พร้อมลุยโมเดลแก้จน 20 จังหวัดต้นแบบ ก่อนพลิกโฉมประเทศสู่อนาคตด้วยยุทธศาสตร์ ‘เศรษฐกิจควอนตัม-AI ขั้นสูง’ สู่ผู้นำอาเซียน
วันที่ 24 มิ.ย. ที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล ศ.ดร.ยศชนัน วงษ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เป็นประธานการประชุมสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สภานโยบาย) ครั้งที่ 3/2569 โดยมีรัฐมนตรีผู้บริหารกระทรวงระดับสูงจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
หลังเสร็จสิ้นการประชุม ศ.ดร.ยศชนัน เปิดเผยว่า ที่ประชุมสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ได้มีมติเห็นชอบ 4 วาระสำคัญในการพลิกโฉมประเทศ โดยเริ่มต้นจากการเร่งพัฒนากำลังคนทักษะสูง การยกระดับคุณภาพชีวิตและระบบสาธารณสุข การแก้ปัญหาความยากจนเชิงพื้นที่ ไปจนถึงการวางรากฐานเทคโนโลยีแห่งอนาคต เพื่อใช้เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว
ในด้านการเร่งสร้างคน ศ.ดร.ยศชนัน ได้เปิดเผยถึงความสำเร็จของการจัดการศึกษาแบบก้าวหน้า (Higher Education Sandbox) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการทลายกรอบการศึกษาแบบเดิมๆ ปัจจุบันมีการอนุมัติแล้วถึง 24 ข้อเสนอ ตั้งเป้าผลิตบุคลากรทักษะสูงกว่า 26620 คน โดยมีหลักสูตรที่เริ่มเปิดสอนจริงแล้ว 16 ข้อเสนอ มีนักศึกษาเข้าร่วมกว่า 2077 คน ตัวอย่างที่เห็นผลชัดเจนคือ หลักสูตรวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีดิจิทัล ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ปรับมาเน้นการเรียนแบบเจาะลึก (Block course) และให้นิสิตฝึกงานจริงตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 ร่วมกับภาคธุรกิจกว่า 200 แห่ง
ผลการประเมินพบว่า นิสิตปี 1 ถึงร้อยละ 80 สามารถทำงานได้ดีเทียบเท่าหรือดีกว่านักศึกษาชั้นปีที่ 3 ในหลักสูตรปกติ ความสำเร็จนี้เป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้เด็กรู้ข้อจำกัดและความถนัดของตนเองเพื่อนำไปต่อยอดได้จริง พร้อมกันนี้ กระทรวง อว. ยังเตรียมเร่งสร้างกำลังคนคุณภาพสูงเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งจะเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่ ควบคู่ไปกับการผลักดันมาตรการ Talent Mobility เพื่อส่งเสริมการเคลื่อนย้ายนักวิจัยและอาจารย์เข้าสู่ภาคเอกชน หวังเปลี่ยนผ่านธุรกิจไทยจากการแข่งขันด้วยราคาไปสู่การใช้นวัตกรรม
สำหรับมิติของสังคมและระบบสาธารณสุข ที่ประชุมได้เห็นชอบโครงการผลิตแพทย์เพิ่มแห่งประเทศไทย ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2571–2580) โดยตั้งเป้าผลิตแพทย์เพิ่มให้ได้ 22200 คน ภายใน 10 ปี ผ่านความร่วมมือของโรงเรียนแพทย์ 22 แห่ง เพื่อรองรับปัญหาสังคมสูงวัยและแก้ไขวิกฤตการขาดแคลนบุคลากร โดยจะปรับลดสัดส่วนแพทย์ต่อประชากรจาก 1 ต่อ 922 คน ให้เหลือ 1 ต่อ 650 คน ภายในปี 2580 ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีแพทย์ในระบบรวมกว่า 97763 คน ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น
ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิต ที่ประชุมยังได้อนุมัติแผนการขจัดความยากจนและยกระดับฐานะทางสังคมใน 5 มิติ ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ มาตรฐานความเป็นอยู่ สุขภาพ การศึกษา และการคุ้มครองทางสังคม โดยเตรียมขยายผลโครงการสู่ 20 จังหวัดต้นแบบ ใช้มหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลางในการแก้ปัญหาเชิงพื้นที่ เพื่อให้ความช่วยเหลือลงลึกถึงมือประชาชนอย่างแม่นยำและยั่งยืน นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม โดยมุ่งเพิ่มจำนวนสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นจาก 3 เป็น 7 บริษัท สร้างรายได้ให้ธุรกิจ SME แตะ 75000 ล้านบาท รวมถึงผลักดันเกษตรกรเข้าสู่ระบบเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) เพื่อเพิ่มรายได้เฉลี่ยให้ก้าวกระโดดถึง 3 เท่า หรือจาก 236000 บาท เป็น 600000 บาทต่อครัวเรือนต่อปี
เพื่อเป็นการปูทางสู่อนาคต ที่ประชุมได้เห็นชอบยุทธศาสตร์การพัฒนา “เศรษฐกิจควอนตัมของประเทศ” ผ่าน 4 เสาหลัก ได้แก่ การผลักดันเทคโนโลยีในภาคอุตสาหกรรม การยกระดับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ การสร้างศูนย์กลางพัฒนาบุคลากร และการต่อยอดฐานการผลิตฮาร์ดแวร์ควอนตัม ”ควอนตัมคือเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่เป็นไปได้จริง หากเรากล้าเปลี่ยนวิธีคิด แม้ในสงครามเทคโนโลยีนี้จะยังไม่มีใครเป็นผู้ชนะที่ชัดเจน แต่ไทยจะไม่ปล่อยให้โอกาสสำคัญนี้ผ่านไป เราจะเน้นนำควอนตัมมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าในอุตสาหกรรมที่เราถนัด มากกว่าการลงไปแข่งสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์ควอนตัมโดยตรง” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ยกให้ “ปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง” (AI) เป็นวาระเร่งด่วนระดับชาติ โดยมุ่งยกระดับไทยจากการเป็นเพียง “ผู้ใช้” สู่การเป็น “ผู้พัฒนาและต่อยอด” เพื่อสร้างอธิปไตยด้านเอไอของประเทศ (AI Sovereignty) ผ่านการเตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากร ข้อมูล และโครงสร้างพื้นฐาน GPU โดยตั้งเป้าเป็นผู้นำภูมิภาคในด้านเอไอทางการแพทย์และชีวภาพ เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับอาเซียนอย่างมั่นคง
