เมื่อ : 23 มิ.ย. 2569


สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) หรือ พกฉ. ก้าวสู่ปีที่ 17 ของการดำเนินงานภายใต้ภารกิจสำคัญในการเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพของพระมหากษัตริย์ไทยด้านการเกษตร พร้อมสืบสานพระราชปณิธานผ่านการถ่ายทอดศาสตร์พระราชา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม่สู่ประชาชนทุกช่วงวัย เพื่อสร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิตและการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน 

พ.จ.อ. ประเสริฐ มาลัย ผู้อำนวยการพกฉ. กล่าววว่า “ตลอดระยะเวลา 17 ปีที่ผ่านมา พกฉ. ได้มุ่งขับเคลื่อนภารกิจสำคัญในการเผยแพร่พระราชกรณียกิจด้านการเกษตร และพระอัจฉริยภาพของพระมหากษัตริย์ไทย
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และยังทำหน้าที่สำคัญในการเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่ถ่ายทอดศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติจริง เพื่อให้ประชาชนสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิต สร้างอาชีพ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ตนเอง ครอบครัว และชุมชน ให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมและการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย เพื่อให้ประชาชนทุกช่วงวัยเข้าถึงได้ง่าย เข้าใจได้จริง และสามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน”

สิ่งที่ พกฉ. ภาคภูมิใจที่สุด คือการได้เห็นประชาชนนำองค์ความรู้ไปใช้จริง จนสามารถสร้างความมั่นคงให้กับตนเอง ครอบครัว และชุมชน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีเกษตรกร เยาวชน ครู นักเรียน และประชาชนจำนวนมากที่ได้นำองค์ความรู้จาก พกฉ. ไปต่อยอดสู่การประกอบอาชีพ การสร้างความมั่นคงทางอาหาร และการพึ่งพาตนเอง จนเกิดเป็นเครือข่ายการเรียนรู้ที่ขยายผลจากรุ่นสู่รุ่นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ความสำเร็จของ พกฉ. ไม่ได้วัดจากจำนวนผู้เข้าชมหรือจำนวนกิจกรรมที่จัดขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่คือจำนวนผู้คนที่สามารถนำองค์ความรู้ไปเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตของตนเองได้จริง จนเกิดเป็นเครือข่ายแห่งการเรียนรู้และการพึ่งพาตนเองกระจายอยู่ทั่วประเทศ หนึ่งในกลไกสำคัญของการขับเคลื่อนงาน คือการสร้างและขยายเครือข่ายการเรียนรู้ด้านเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง 

ปัจจุบัน พกฉ. มีศูนย์เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรและศูนย์การเรียนรู้กว่า 105 ศูนย์ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ ที่ทำหน้าเป็นพื้นที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และต่อยอดสู่การพัฒนาอาชีพและคุณภาพชีวิตของชุมชน ด้านการเกษตรและการพึ่งพาตนเอง

นอกจากนี้ พกฉ. ยังมีการขยายผลผ่านโมเดลการเรียนรู้และการปฏิบัติจริง โครงการ “1 ไร่ มั่งคั่ง ยั่งยืน” ที่เน้นการบริหารจัดการพื้นที่อย่างคุ้มค่าและพึ่งพาตนเองได้ รวมถึงการจัดตลาดเศรษฐกิจพอเพียงระดับชุมชน ซึ่งเป็นพื้นที่เชื่อมโยงองค์ความรู้กับการสร้างรายได้ เปิดโอกาสให้เครือข่ายเกษตรกรและชุมชนได้นำผลผลิตและภูมิปัญญามาต่อยอดสู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม

 

​ในวันที่โลกเผชิญความไม่แน่นอนมากขึ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และความมั่นคงทางอาหาร หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงยังคงเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันและความยั่งยืนให้กับสังคมไทย พกฉ. ยังคงเดินหน้าปรับตัวสู่พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งอนาคต โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสนับสนุนการเรียนรู้ผ่านสื่อและนวัตกรรมรูปแบบใหม่ เพื่อให้ประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ สามารถเข้าถึงศาสตร์พระราชาได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันยังคงให้ความสำคัญกับการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ผ่านพิพิธภัณฑ์มีชีวิต ฐานการเรียนรู้ และแหล่งเรียนรู้ต้นแบบที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้สัมผัส ลงมือปฏิบัติ และเข้าใจคุณค่าของศาสตร์พระราชาอย่างลึกซึ้ง

 

​ก้าวต่อไปของ พกฉ. คือการพัฒนาสู่ศูนย์กลางการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านการเกษตร เทคโนโลยี นวัตกรรม และเครือข่ายการเรียนรู้ทั่วประเทศ เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ มีภูมิคุ้มกัน และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนในสังคม


​ตลอด 17 ปีที่ผ่านมา พกฉ.ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า “ศาสตร์พระราชา” ไม่ใช่เพียงองค์ความรู้ทางการเกษตร แต่เป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ช่วยสร้างคน สร้างชุมชน และสร้างความมั่นคงให้กับสังคมไทย พร้อมสืบสานพระราชปณิธานสู่คนรุ่นต่อไป เพื่อร่วมกันสร้างสังคมแห่งการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน และพร้อมส่งต่อคุณค่านี้สู่คนรุ่นต่อไป
​ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.wisdomking.or.th หรือ Facebook @wisdomkingmuseum และ Youtube พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติ ฯ สอบถามโทร. 02-529-2212-13 087-359-7171

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ