เมื่อ : 17 มิ.ย. 2569

นายกสมาคมผู้สื่อข่าวส่งเสริมเอสเอ็มอีไทย ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลและกระทรวงการคลัง เปิดช่องให้ “ร้านอาหารไซส์ S” ยอดขายไม่เกิน 100 ล้านบาท เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส เผย!ที่ผ่านมาเป็น “เด็กดี” ในระบบภาษี แต่กลับไม่ได้รับการเหลียวแลจากภาครัฐ ถูกแฟลตฟอร์ม “ฟูด เดลิเวอรี่” เอาเปรียบหนัก ชี้! หากไม่ดูแล อาจกระทบมากกว่ายอดขาย ถึงขั้นต้องปลดพนักงานทั้งระบบจำนวนมาก



ความคืบหน้า กรณีนายวรันทร แดนใหญ่ กรรมการสมาคมร้านอาหาร ได้ออกมาร้องเรียกให้ภาครัฐ (รัฐบาลและกระทรวงการคลัง) นำธุรกิจร้านอาหารในระดับ S ที่ยอดขายไม่เกิน 100 ล้านบาท ได้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส หลังจากธุรกิจร้านอาหารเหล่านี้ ซึ่งอยู่ในระบบภาษีที่ถูกต้อง แต่ได้รับผลกระทบจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส และจากการเปิดโอกาสให้ธุรกิจแพลตฟอร์ม “ฟู้ดเดลิเวอรี” (Food Delivery) เข้าร่วมโครงการ กระทั่ง ยอดขายของธุรกิจร้านอาหารในระดับ S ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง โดยเฉพาะด้านยอดขาย ซึ่งอาจส่งผลกระทบไปถึง ลูกจ้างและพนักงานอีกเป็นจำนวนมาก ตามมา


ทั้งนี้ สมาคมผู้สื่อข่าวส่งเสริมเอสเอ็มอีไทย (ขสอ.) ซึ่งหนึ่งในภารกิจสำคัญของสมาคมฯ นั่นคือ การส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้รับความเป็นธรรมจากอำนาจรัฐ ดังนั้น จึงได้ออก แถลงการณ์ เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. สนับสนุนการทบทวนหลักเกณฑ์โครงการไทยช่วยไทย พลัส เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในระบบภาษีเข้าถึงมาตรการภาครัฐอย่างเป็นธรรม


นายจรัญ ชุ่มเงิน นายกสมาคมผู้สื่อข่าวส่งเสริมเอสเอ็มอีไทย กล่าวว่า ขอแสดงความชื่นชมรัฐบาลและกระทรวงการคลัง ที่ได้ดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” เพื่อบรรเทาค่าครองชีพประชาชน กระตุ้นการใช้จ่าย และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศในช่วงภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความเปราะบาง
 

อย่างไรก็ตาม สมาคมฯ ได้รับทราบข้อเสนอและข้อร้องเรียนจากผู้ประกอบการร้านอาหารและธุรกิจเอสเอ็มอีจำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ประกอบการที่จดทะเบียนถูกต้อง อยู่ในระบบภาษี และปฏิบัติตามกฎหมายของรัฐมาโดยตลอด แต่ยังไม่สามารถเข้าร่วมโครงการดังกล่าวได้ แม้จะเป็นธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางที่กำลังได้รับผลกระทบจากภาวะต้นทุนที่สูงขึ้นและกำลังซื้อที่ชะลอตัว


ในประเด็นดังกล่าว  สมาคมฯ เห็นว่า การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบภาษีอย่างถูกต้องเป็นนโยบายสำคัญของประเทศ ดังนั้น การกำหนดหลักเกณฑ์ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในระบบภาษีสามารถเข้าถึงมาตรการสนับสนุนของภาครัฐได้อย่างเหมาะสมและเป็นธรรม จะเป็นแรงจูงใจสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจฐานราก และสร้างวัฒนธรรมการประกอบธุรกิจที่โปร่งใสในระยะยาว

 

สมาคมฯ จึงขอสนับสนุนให้รัฐบาลและกระทรวงการคลังพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการร้านอาหารและเอสเอ็มอีขนาดเล็กที่จดทะเบียนนิติบุคคลและเสียภาษีอย่างถูกต้อง สามารถเข้าร่วมโครงการได้ในช่วงเวลาอีก 3 เดือนที่เหลืออยู่ (กรกฎาคม – กันยายน 2569) ของมาตรการดังกล่าว เพื่อให้การกระตุ้นเศรษฐกิจเกิดประโยชน์อย่างทั่วถึง ครอบคลุม และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ประกอบการทุกกลุ่ม อันจะนำไปสู่การขยายตัวทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจเอสเอ็มอีไทยอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ สมาคมฯพร้อมติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวของภาครัฐต่อไป

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ