กรมประมงลงพื้นที่บางขุนเทียน ลุยกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” กำจัดปลาหมอคางดำ ขับเคลื่อน นโยบาย “รมช.วัชระพล” ผสานแผนเชิงรุก “SARA”
วันที่ 15 มิ.ย. กรมประมงเดินหน้ายกระดับมาตรการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำอย่างเข้มข้น ขานรับนโยบายเร่งด่วนของนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ การจำกัดพื้นที่การระบาด การกำจัดปลาหมอคางดำออกจากระบบนิเวศ และการส่งเสริมการนำปลาไปใช้ประโยชน์ เพื่อสร้างแรงจูงใจในการจำกัดและกำจัดจำนวนประชากรปลาหมอคางดำ โดยนางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง มอบหมายให้นายอำนวย คงพรหม หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมประมง ลงพื้นที่ขับเคลื่อนการดำเนินงานเชิงรุกในกิจกรรม “ลงแขกลงคลองกำจัดปลาหมอคางดำที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในแหล่งน้ำธรรมชาติ” ที่บริเวณคลองบางกระดี่น้อย แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร โดยมีนายสิทธิพล เมืองสง ผู้อำนวยการกองตรวจการประมง น.ส.ภัทร์กร สินสุข ผู้อำนวยการเขตบางขุนเทียน ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ภาคเอกชน และประชาชนชุมชนแสมดำ เข้าร่วม
นางฐิติพร เปิดเผยว่า กรมประมงได้นำนโยบายมาแปลงสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการยกระดับแผนปฏิบัติการเชิงรุก “SARA” (SURVEY - ANALYSE – REPORT – ACTION) ภายใต้แนวคิด “ทำเร่งด่วน ทำทันทีและต่อเนื่อง” โดยการลงพื้นที่เขตบางขุนเทียนในครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในกระบวนการสำคัญของแผนปฏิบัติการดังกล่าว ซึ่งเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ดังนี้
S - SURVEY (การสำรวจ): สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร เป็น 1 ในจังหวัดที่พบการแพร่ระบาดและเฝ้าระวัง จากทั้งหมด 21 จังหวัด ซึ่งกรมประมงได้ดำเนินการสำรวจความชุกชุมทุกเดือน โดยสำรวจจาก 12 เขตที่พบการแพร่ระบาด จำนวน 27 คลอง
A - ANALYSE (การวิเคราะห์ข้อมูล): จากผลการสำรวจล่าสุดในเดือนเมษายนที่ผ่านมา พบว่าพื้นที่กรุงเทพมหานคร จัดอยู่ในกลุ่มพื้นที่แพร่ระบาดที่มีความชุกชุมน้อย (น้อยกว่า 10 ตัว ต่อ 100 ตารางเมตร) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการเร่งกำจัดอย่างทันท่วงที เพื่อไม่ให้เกิดการขยายพันธุ์หรือแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น
R - REPORT (การรายงาน): สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดย นายยุคล เหมบัณฑิต ประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้รับรายงานสถานการณ์ความชุกชุมของพื้นที่จากผลการสำรวจปลาหมอคางดำรายเดือน นำมาสู่การจัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลองกำจัดปลาหมอคางดำที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในแหล่งน้ำธรรมชาติ” เพื่อลดการระบาดตามเป้าหมาย
A - ACTION (การปฏิบัติงาน): การลงพื้นที่ระดมกำลังกำจัดปลาหมอคางดำร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน เพื่อกำจัดปลาหมอคางดำด้วยเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพเหมาะสมกับพื้นที่ และนำมาแปรรูปสร้างมูลค่า ส่งต่อเข้าสู่กระบวนการผลิตอาหารสัตว์
ด้านนายอำนวย เปิดเผยถึงกิจกรรมในวันนี้ว่า กรมประมงได้ร่วมกับชุมชนแสมดำและสำนักงานเขตบางขุนเทียน จัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลองกำจัดปลาหมอคางดำที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในแหล่งน้ำธรรมชาติ” โดยคณะได้ลงเรือมุ่งหน้าสู่คลองเกาะโพธิ์ และคลองบางกระดี่น้อย เพื่อร่วมกิจกรรมวางอวนนอนร่วมกับกลุ่มชุมชนแสมดำ
จากนั้นคณะนั่งเรือเพื่อตรวจเยี่ยมบ้านคุณสมทรง หร่ายมณี ชุมชนเกาะโพธิ์ ซึ่งมีการดำเนินการแปรรูปปลาหมอคางดำและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากปลาหมอคางดำอยู่แล้วในปัจจุบัน เป็นการสร้างรายได้แก่ชุมชนและบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ นอกจากนี้ คณะยังได้นำปลาหมอคางดำที่จับได้ มาสาธิตการประกอบอาหาร 3 เมนูเด็ด คือ “ปลาหมอคางดำทอด” “ปลาหมอคางดำแดดเดียว” และ “ลาบปลาหมอคางดำ” พร้อมให้ผู้มาร่วมงานชิม
หลังจากนั้นคณะได้ขึ้นเรือไปยังบริเวณที่วางอวนและทำการกู้อวนนอน ทำการขนย้ายปลาหมอคางดำกลับมายังศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำแขวงแสมดำ เพื่อชั่งน้ำหนักปลา ผลสรุปของกิจกรรมลงแขกลงคลองในวันนี้ พบว่าสามารถกำจัดปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำธรรมชาติได้ถึง 2076 กิโลกรัม ซึ่งปลาทั้งหมดจะถูกขนส่งต่อไปยังโรงงานปลาป่นเพื่อแปรรูปตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
ทั้งนี้ กรมประมงได้ขอความร่วมมือไปยังโรงงานปลาป่นในการรับซื้อปลาหมอคางดำต่อเนื่อง รับซื้อปลาหมอคางดำในราคากิโลกรัมละ 10 บาท เบื้องต้นตั้งเป้าไว้ที่ 1000000 กิโลกรัม เริ่มตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ข้อมูล ณ วันที่ 9 มิ.ย. สามารถกำจัดปลาหมอคางดำและนำเข้าโรงงานปลาป่นแล้วกว่า 400000 กิโลกรัม สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร สามารถรวบรวมและส่งปลาหมอคางดำเข้าสู่โรงงานปลาป่นได้แล้วเป็นจำนวนถึง 87980 กิโลกรัม (แบ่งเป็นยอดในเดือนพ.ค. 31310 กิโลกรัม และเดือนมิ.ย. 56670 กิโลกรัม) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 21 ของปริมาณปลาหมอคางดำรวมจาก 5 จังหวัดนำร่อง ดังนี้ สมุทรสาคร (32%) เพชรบุรี (26%) สมุทรปราการ (16%) และสมุทรสงคราม (5%) ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างแรงจูงใจการจำกัด กำจัดปลาหมอคางดำ และสร้างรายได้ให้กับชาวประมง ประชาชนในพื้นที่
การดำเนินกิจกรรม ‘ลงแขกลงคลอง’ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำแบบมีส่วนร่วม โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อเร่งลดจำนวนประชากรปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ ควบคู่กับการส่งเสริมการนำปลาไปใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและชาวประมงในพื้นที่ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Fisheries Connect For Sustainability ของนางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง
หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมประมง กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมประมงจะเดินหน้าขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการเชิงรุก ‘SARA’ ควบคู่กับกิจกรรม ‘ลงแขกลงคลอง’ อย่างต่อเนื่องในทุกพื้นที่เป้าหมาย เพื่อจำกัดและกำจัดปลาหมอคางดำอย่างเป็นระบบ ลดผลกระทบต่อทรัพยากรสัตว์น้ำพื้นถิ่น ฟื้นฟูความสมดุลของระบบนิเวศ และคืนความอุดมสมบูรณ์ให้แก่แหล่งน้ำของประเทศอย่างยั่งยืน
