เมื่อ : 12 มิ.ย. 2569

สนามเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ปี 2569 ที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 28 มิ.ย.นี้ บอกได้คำเดียวว่าระอุทุกพื้นที่! แต่ถ้าหากถามคอการเมืองว่าเขตไหนที่เป็น ”พิกัดสปอตไลท์” ที่ต้องเฝ้าจับตามองแบบห้ามกะพริบตา คงต้องยกให้ ”เขตพระนคร” ชัยภูมิประวัติศาสตร์และพื้นที่ไข่แดงใจกลางเมืองหลวง เพราะรอบนี้เป็นการลงสนามพิสูจน์ศรัทธาครั้งสำคัญของหญิงแกร่งอย่าง “กิ๊ก-ศศิธร ประสิทธิ์พรอุดม” ที่ขอสลัดปลอกคอสังกัดพรรค หันมาลุยเดี่ยวเต็มตัว

 

ส่องโปรไฟล์ “กิ๊ก-ศศิธร” แชมป์เก่าดีกรีไม่ธรรมดา

สำหรับผู้ท้าชิงเก้าอี้เบอร์ 2 ในรอบนี้ ประชาชนคนพระนครรู้จักชื่อเสียงเรียงนามกันเป็นอย่างดี:
•    ดีกรีนักบริหาร: นอกจากการเป็นเจ้าของธุรกิจร้านเพชรและจิวเวลรี่ชื่อดังแล้ว เธอยังพ่วงท้ายด้วยอดีตผู้บริหารระดับสูงในภาคเอกชน จบการศึกษาปริญญาโทด้านการเงินโดยตรงจากสหรัฐอเมริกา 
•    ฐานเสียงแชมป์เก่า: ย้อนกลับไปในการเลือกตั้ง ส.ก. เมื่อปี 2565 เธอคือผู้ชนะที่ได้รับความไว้วางใจถล่มทลายจากพี่น้องประชาชนเขตพระนคร เลือกเข้ามาทำหน้าที่ในสภากทม. สมัยแรก ซึ่งในศึกครั้งนี้เธอตัดสินใจดับเครื่องชน ลงสมัครในนาม ‘ผู้สมัครอิสระ เบอร์ 2’ เพื่อพิสูจน์ผลงานและศรัทธาของประชาชนโดยตรง

แคมเปญมัดใจคนกรุงเก่า: “คิดอะไรไม่ออกบอกศศิธร” พร้อมลุยต่อทันที!


การกลับมาลงพื้นที่รอบนี้ของ ”กิ๊ก-ศศิธร เบอร์ 2” ถือว่าทำการบ้านมาอย่างดี โดยชูจุดขายและแคมเปญหาเสียงสไตล์นักบริหารหญิงรุ่นใหม่ที่เข้าถึงง่าย ดุดัน และพึ่งพาได้จริง

“คิดอะไรไม่ออกบอกศศิธร... เลือกปุ๊บ ทำงานได้ทันที!”

นี่คือสโลแกนหลักที่ใช้ขยี้จุดแข็งเรื่องการเป็นอดีต ส.ก. ที่รู้จักพื้นที่พระนครทุกซอกทุกมุม ไม่ต้องเสียเวลาเรียนรู้งานใหม่ พร้อมเข้ามาสานต่องบประมาณและโครงการพัฒนาเขตพระนครต่อเนื่องทันทีโดยไม่มีรอยต่อ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่เจ้าตัวมั่นใจว่าจะซื้อใจคนกรุงเก่าได้มากกว่าผู้สมัครหน้าใหม่
 

ศึกชนช้าง “ส.ก.อิสระ” บินสูงงัดข้อพรรคใหญ่

ปฏิเสธไม่ได้ว่าศึกเลือกตั้ง ส.ก. 2569 ถือเป็นบททดสอบแบรนด์การเมืองครั้งใหญ่ของบรรดาพรรคระดับชาติ เพราะจากพฤติกรรมของคนกรุงเทพฯ ในระยะหลังเริ่มแยกแยะชัดเจนระหว่าง “การเมืองภาพใหญ่ระดับประเทศ” กับ “การเมืองท้องถิ่นปากท้องคนเมือง”
ทำให้รอบนี้กระแสของ ”ผู้สมัครอิสระ” ในหลายพื้นที่พุ่งทะยานขึ้นมาอย่างน่ากลัว และพร้อมที่จะเปิดหน้าแลก หมัดต่อหมัด 


สัญญาณนี้ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า สำหรับสนามท้องถิ่นแล้ว “ผลงานส่วนตัวและการเข้าถึงประชาชนแบบตัวเป็นๆ” คือหัวใจหลักที่จะชี้ขาดว่าใครจะได้เข้าไปนั่งในสภากทม. ไม่ใช่กระแสพรรคเพียงอย่างเดียว งานนี้เขตพระนครจะรักษาแชมป์เก่าในนามอิสระไว้ได้ หรือพรรคใหญ่จะงัดเก้าอี้ไปครอง วันที่ 28 มิ.ย.นี้ รู้กันแน่นอน

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ