เมื่อ : 28 พ.ค. 2569

เวทีเสวนา “อนาคตพลังงานไทยในโลกผันผวน: จากพลังงานทดแทนสู่นิวเคลียร์และเทคโนโลยีกักเก็บพลังงาน” ภายในงานแถลงข่าว “ลาดกระบังนิทรรศน์ 69” (KMITL EXPO 2026) จัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 พ.ค. โดยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) รวบรวมผู้เชี่ยวชาญร่วมวิเคราะห์ทิศทางพลังงานยุคใหม่ พร้อมย้ำบทบาทการพัฒนางานวิจัยและกำลังคนรองรับอุตสาหกรรมอนาคต โดยมี รศ. ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล. ร่วมเสวนาพร้อมด้วย รศ. ดร.วิภู ศรีสืบสาย คณบดีคณะเทคโนโลยีนวัตกรรมบูรณาการ

 

ผศ.ดร.จินดา เจริญพรพาณิชย์ ประธานหลักสูตรวิศวกรรมยานยนต์และการขนส่งขั้นสูง คณะวิศวกรรมศาสตร์ ศ.ดร.วิษณุ เพชรภา รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม ศ.ดร.เชรษฐา รัตนพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ และ รศ.ดร.มนตรี วิบูลยรัตน์ ประธานกรรมการมาตรฐานดาตาเซ็นเตอร์และเมืองอัจฉริยะ พร้อมเชิญชวนผู้สนใจร่วมเปิดโลกแห่งนวัตกรรมในงาน “ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569” ระหว่างวันที่ 1 - 6 ก.ย. ที่สจล. 

รศ.ดร.คมสัน กล่าวว่า โลกกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Green Energy) เพื่อลดการปล่อยคาร์บอน ขณะที่ความท้าทายสำคัญคือเสถียรภาพของแหล่งพลังงาน ทำให้ “เทคโนโลยีกักเก็บพลังงาน” (Energy Storage) กลายเป็นหัวใจสำคัญของระบบพลังงานยุคใหม่ สจล. จึงผลักดันแนวคิด “From Lab to Life” จากงานวิจัยสู่การใช้งานจริง โดยหนึ่งในผลงานเด่นคือ “ชุดแพ็คแบตเตอรี่กราฟีน” (Graphene Battery) ที่สามารถต่อยอดใช้งานในยานยนต์ไฟฟ้า เรือไฟฟ้า และโดรนเพื่อการพาณิชย์และภาคเกษตรกรรม สะท้อนศักยภาพงานวิจัยไทยสู่ภาคอุตสาหกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม
           

ด้าน ศ.ดร.วิษณุ  กล่าวว่า วิกฤตราคาพลังงานและแนวโน้มการลดลงของทรัพยากรฟอสซิลทั่วโลก กำลังผลักดันให้พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) กลายเป็นทางเลือกสำคัญของประเทศไทย ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรด้านพลังงานและอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งมีความต้องการสูงกว่า 80000 คน ภายใน 5 ปีข้างหน้า โดย สจล. พร้อมเป็นแกนกลางในการพัฒนากำลังคน งานวิจัย และความร่วมมือด้านพลังงานสะอาดเพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต  

 

รศ.ดร.วิภู กล่าวว่า พลังงานนิวเคลียร์จะเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีสำคัญในการตอบโจทย์เป้าหมาย Net Zero และรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะเทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ Small Modular Reactor (SMR) ที่ได้รับการออกแบบให้มีความปลอดภัยสูงขึ้น ควบคุมได้ง่าย และมีความยืดหยุ่นในการติดตั้งใช้งานมากกว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รูปแบบเดิม


ศ.ดร.เชรษฐา กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมแบตเตอรี่โลกยังพึ่งพาแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเป็นหลัก แต่เริ่มเผชิญข้อจำกัดด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะปัญหาความร้อนสะสมและความเสี่ยงเมื่อเกิดอุบัติเหตุในยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ดังนั้น สจล. จึงมุ่งพัฒนา “แบตเตอรี่กราฟีน” ซึ่งเป็นวัสดุที่มีศักยภาพสูง ทั้งด้านประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และการลดต้นทุน โดยมีการพัฒนาอย่างครบวงจรตั้งแต่การผลิตวัสดุ การพัฒนาเทคโนโลยีนาโน ไปจนถึงการสร้างโรงงานต้นแบบระดับกึ่งอุตสาหกรรม

 

ผศ.ดร.จินดา กล่าวว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างสมดุลด้านพลังงานและเพิ่มทางเลือกใหม่ ๆ ทั้งพลังงานชีวภาพ ยานยนต์ไฟฟ้า และพลังงานสะอาด เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ขณะเดียวกันยังมีการวิจัยด้านความปลอดภัยของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงศึกษาผลกระทบจากการเติบโตของ AI และดาตาเซ็นเตอร์ ซึ่งกำลังทำให้ความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

ด้าน รศ.ดร.มนตรี กล่าวว่า การเติบโตของ AI และเศรษฐกิจดิจิทัลกำลังทำให้ดาตาเซ็นเตอร์มีความต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ดังนั้นประเทศไทยจำเป็นต้องวางแผนด้านพลังงานควบคู่กับการพัฒนากำลังคนด้าน AI ดาตาเซ็นเตอร์ ระบบจัดการพลังงาน และเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อรองรับการแข่งขันของอุตสาหกรรมโลกในอนาคต 

 

 


ทั้งนี้ สจล. ขอเชิญชวนผู้สนใจร่วมเปิดโลกแห่งนวัตกรรมและโอกาสระดับสากล ในงาน “ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569” (KMITL EXPO 2026) ระหว่างวันที่ 1 - 6 ก.ย. ที่สจล. โดยภายในงานจะมีการจัดแสดงนวัตกรรม เทคโนโลยีแห่งอนาคต เวทีเสวนานานาชาติ กิจกรรม Open House เวิร์กชอป และกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเยาวชนตลอดทั้ง 6 วัน  ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: https://www.facebook.com/kmitlofficial และเว็บไซต์ https://www.kmitl.ac.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-329-8000