เมื่อ : 14 พ.ค. 2569

ในยุคที่หลายคนใช้ชีวิตอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือวันละหลายชั่วโมง อาการปวดคอ ปวด
บ่า หรือปวดไหล่ กลายเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในวัยท างาน หลายคนมองว่าเป็นเพียงอาการเมื่อยล้าทั่วไป
แต่ความจริงแล้ว อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของ “หมอนรองกระดูกคอเสื่อม” โรคใกล้ตัวที่หากปล่อยไว้อาจลุกลาม
ถึงขั้นกดทับเส้นประสาทและไขสันหลัง

 

นพ.ชุมพล คคนานต์ แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง โรงพยาบาล(รพ.) เอส เฉพาะทางกระดูกสัน
หลังและข้อ (S-spine and Joint Hospital) เปิดเผยว่า พฤติกรรมสำคัญที่เร่งให้เกิดภาวะหมอนรองกระดูกคอ
เสื่อม คือการก้มหน้าใช้โทรศัพท์มือถือ หรือการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ในท่าที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน
“ปกติศีรษะคนเรามีนำ้หนักประมาณ 5 กิโลกรัม แต่เมื่อก้มหน้าลงประมาณ 60 องศา แรงกดที่กระดูกคอ
จะเพิ่มขึ้นถึง 27 กิโลกรัม เปรียบเหมือนมีเด็กอายุ 8 ขวบนั่งอยู่บนคอตลอดเวลา ซึ่งแรงกดนี้จะทำให้หมอนรอง
กระดูกคอเสื่อมเร็วกว่าปกติ” นพ.ชุมพล กล่าว
 

แพทย์ยังเตือนให้สังเกต 3 สัญญาณอันตราย ที่อาจบ่งชี้ว่าหมอนรองกระดูกเริ่มกดทับเส้นประสาท
ได้แก่
1. ปวดร้าวเหมือนไฟช็อต
อาการปวดไม่ได้อยู่เฉพาะที่คอ แต่ร้าวลงสะบัก ไหล่ หรือแขน บางรายปวดลามไปถึงปลายนิ้ว โดยเฉพาะ
เวลาเงยหน้าหรือเอียงคอ
2. มือชา-อ่อนแรง
เริ่มหยิบจับของไม่ถนัด ติดกระดุมลำบาก หรือทำของหลุดมือบ่อย เพราะเส้นประสาทเริ่มถูกกดทับ
3. เดินเซ หรือขากระตุกเอง
 

 ถือเป็นสัญญาณอันตรายระดับรุนแรง เพราะอาจหมายถึง “ไขสันหลัง” ถูกกดทับ ซึ่งต้องรีบพบแพทย์ทันที
นอกจากนี้ หากไอหรือจามแล้วมีอาการเสียววาบลงแขนหรือหลัง อาจเป็นสัญญาณว่าหมอนรองกระดูกกำลังกดเบียดเส้นประสาทอย่างรุนแรง


สำหรับแนวทางป้องกัน แพทย์แนะน าว่า ไม่จ าเป็นต้องเลิกใช้คอมพิวเตอร์หรือมือถือ แต่ควรปรับพฤติกรรม
ให้ถูกหลักสรีระ เช่น ปรับหน้าจอคอมให้อยู่ระดับสายตา ยกมือถือขึ้นแทนการก้มหน้า รวมถึงออกกำลังกาย
กล้ามเนื้อคอชั้นลึกด้วยการดันคางไปด้านหลัง ค้างไว้ 5 วินาที ทำซ้ำ10 ครั้ง เพื่อเสริมความแข็งแรงให้กระดูกสันหลังส่วนคอ


รพ.เอส รพ.เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อขนาดกลาง 2102/52102/9 ลาดพร้าว วังทองหลาง วังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310 โทร.66-2034-0808 เลขที่ใบอนุญาต 10202000768
 

ในด้านการรักษา หากตรวจพบตั้งแต่ระยะแรก สามารถรักษาด้วยยาและกายภาพบำบัดได้ โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเสมอไป แต่หากมีอาการปวดร้าว ชา หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงต่อเนื่อง แพทย์อาจพิจารณาตรวจ MRI เพื่อดูตแหน่งำการกดทับของเส้นประสาทอย่างละเอียด ซึ่งช่วยวางแผนการรักษาได้แม่นยำมากขึ้น กรณีที่จำเป็นต้องผ่าตัด ปัจจุบันมีเทคนิค MIS (Minimally Invasive Surgery) หรือการผ่าตัดแผลเล็ก ที่ช่วยลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ ลดการเสียเลือด และฟื้นตัวได้เร็ว โดยแผลผ่าตัดมีขนาดเล็กเพียง 0.5 เซนติเมตร ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถลุกเดินได้ภายในเวลาไม่นาน และกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วกว่าเดิม


นพ.ชุมพล ฝากเตือนว่า อย่ามองข้ามอาการปวดคอเรื้อรัง เพราะหากปล่อยไว้อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ใน
อนาคต โดยโรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ ให้ความส าคัญกับการวินิจฉัยหาสาเหตุอย่างตรงจุด
ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง เทคโนโลยีวินิจฉัยที่ทันสมัย และแนวทางการรักษาที่เหมาะกับผู้ป่วย
แต่ละราย ตั้งแต่การรักษาแบบไม่ผ่าตัด ไปจนถึงเทคนิคผ่าตัดแผลเล็ก MIS พร้อมได้รับความไว้วางใจจากผู้ป่วย
ด้วยรางวัลการันตีมาตรฐานระดับนานาชาติ AACI High Reliability Degree และม Thailand Top Company
Awards 2026 สาขา Most Trusted Brand Award 

จึงมั่นใจได้ว่า ทุกขั้นตอนการดูแลมีประสิทธิภาพและคืน
คุณภาพชีวิตให้กลับไปมีช่วงเวลาแห่งความสุข

 

รพ.เอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ (S-spine and Joint Hospital) โทร. 02-034-0808
 

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ