กรมประมง เปิดตัว “Thailand FishAI” โมบายแอปพลิเคชัน นวัตกรรมใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี AI มาจำแนกชนิดปลา พร้อมผนึกกำลัง DRAT ถ่ายทอด“โดรนเพื่อการบริหารจัดการด้านการประมง”
วันที่ 29 เม.ย. กรมประมงเปิดตัวโมบายแอปพลิเคชัน Thailand FishAI นวัตกรรมใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาจำแนกชนิดปลาเบื้องต้นได้อย่างถูกต้องและแม่นยำด้วยกล้องถ่ายรูปจากสมาร์ทโฟน และยังมีฟังก์ชันระบบค้นหาข้อมูลชนิดสัตว์น้ำและพรรณไม้น้ำของกรมประมง (Big Data) ไว้กว่า 2000 ชนิด ให้บริการสืบค้นข้อมูลได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมีความทันสมัย และยังมีฟังก์ชันสนับสนุนภารกิจการสำรวจและอนุรักษ์ทรัพยากรประมงแบบมีส่วนร่วม การตรวจสอบชนิดปลาจากผู้เชี่ยวชาญ รองรับทั้งระบบ Android และ iOS ช่วยให้ผู้สนใจเข้ามาใช้ประโยชน์ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
พร้อมกันนี้ยังได้ร่วมมือกับสมาคมตอบโต้ภัยพิบัติ (ประเทศไทย) (Disaster Response Associations Thailand : DRAT) จัดถ่ายทอดองค์ความรู้การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aerial Vehicle : UAV/Drone) กับการบริหารจัดการด้านการประมงให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในภารกิจการประมงได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมงเป็นหน่วยงานภาครัฐที่ขับเคลื่อน
ภาคการประมงของประเทศ ที่มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานขององค์กรให้มีความเป็นดิจิทัล สะดวก รวดเร็ว และทันสมัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายเกษตรอัจฉริยะของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนโยบายไทยแลนด์.4.0-ของภาครัฐที่มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนรูปแบบงานบริการต่าง ๆของภาครัฐให้เป็นดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบเพื่อให้บริการเกษตรกร และประชาชนได้อย่างสะดวก รวดเร็วและทันสมัยมากที่สุด
ดังนั้น กรมประมง จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาระบบต้นแบบปัญญาประดิษฐ์ในการจำแนกชนิดปลา เพื่อการสำรวจและอนุรักษ์ทรัพยากรทางด้านประมงแบบมีส่วนร่วม (Thailand FishAI) ซึ่งโครงการดังกล่าวได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (The National Board of Digital Economy and Society Office : BDE) ประจำปี 2567 ซึ่งได้พัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเป็นระบบจำแนกชนิดปลาเบื้องต้นได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ อีกทั้งยังมีฟังก์ชันที่รวบรวมฐานข้อมูลชนิดสัตว์น้ำและพรรณไม้น้ำขนาดใหญ่ของกรมประมง (Big Data) ไว้กว่า 2000 ชนิด เช่น ข้อมูลปลาน้ำจืด ปลาทะเล ปลาสวยงาม สัตว์น้ำชนิดต่าง ๆ
รวมถึงข้อมูลพรรณไม้น้ำ จัดเป็นหมวดหมู่ในการให้บริการสืบค้นข้อมูลได้สะดวก รวดเร็ว และมีความทันสมัย และฟังก์ชันสำหรับการสำรวจและอนุรักษ์ทรัพยากรประมงแบบมีส่วนร่วม การตรวจสอบชนิดปลาจากผู้เชี่ยวชาญ การแจ้งการสำรวจการพบปลาชนิดใหม่ ฯลฯ ในแอปพลิเคชันเดียว ซึ่งจะเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการบริการประชาชน เกษตรกร นักเรียน นิสิต นักศึกษา อาจารย์มหาวิทยาลัย นักวิชาการ หรือผู้สนใจสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ได้ และเป็นการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการจำแนกชนิดปลาตามหลักอนุกรมวิธาน ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดโมบายแอปพลิเคชันดังกล่าวด้วยคำค้นหาในชื่อ “Thailand FishAI” ซึ่งรองรับทั้งระบบ Android และ iOS ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
นอกจากนี้ กรมประมงยังพัฒนางานด้านเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ GIS ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีจากโดรน
ซึ่งมีบทบาทต่อการขับเคลื่อนการพัฒนางานด้านการประมงและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เนื่องจากการทำงานของโดรนสามารถควบคุมการบินได้จากระยะไกล เมื่อมีการติดตั้งกล้องถ่ายภาพคุณภาพสูงที่สามารถถ่ายได้ทั้งในเวลากลางวันและกล้องอินฟราเรด ที่สามารถบันทึกภาพระยะไกลได้แล้วแพร่ภาพสัญญาณมายังจอภาพในสถานีภาคพื้นดินแบบเรียลไทม์ โดรนจึงเป็นตัวช่วยสำคัญในการนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ ของกรมประมง เช่น การสำรวจข้อมูลเชิงภูมิศาสตร์ที่เข้าถึงได้ยากจากการถ่ายภาพจากมุมสูง การตรวจตราและเฝ้าระวังการทำประมงผิดกฎหมาย
การติดตามและประเมินสภาพพื้นที่เพื่อการเกษตร การสำรวจทรัพยากรประมง การทำระบบเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอัจฉริยะ และการเข้าช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยจากเหตุภัยพิบัติต่าง ๆ ดังนั้น การบรรยายความรู้ เรื่อง “การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aerial Vehicle : UAV/Drone) เพื่อการบริหารจัดการด้านประมง” รวมถึงการสาธิตการควบคุมการบังคับโดรน โดยนายนิธิวัชร เสนวงษ์ วิศวกรที่ปรึกษาโครงการที่มีประสบการณ์ด้านระบบโดรนเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ AI GIS/Mapping / ข้อมูลเชิงพื้นที่ และโซลูชั่นสำหรับภาครัฐและเอกชน และเป็นอาสาสมัครสมาคมตอบโต้ภัยพิบัติ (ประเทศไทย) ให้กับเจ้าหน้าผู้ที่ปฏิบัติงานในวันนี้ จะช่วยให้เกิดความรู้และทักษะในการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติภารกิจสำรวจและอนุรักษ์ทรัพยากรประมง รวมทั้งภารกิจการเฝ้าระวัง ติดตามและควบคุมการทำประมงผิดกฎหมาย
อธิบดีกรมประมง กล่าวว่าอีกว่า ในยุคดิจิทัล เทคโนโลยีมีการพัฒนาและก้าวหน้าขึ้นทุกวัน ดังนั้น บุคลากรกรมประมงควรเรียนรู้และพัฒนาการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อให้สามารถนำมาพัฒนาการทำงานเป็นการเพิ่ม
ขีดความสามารถในการแข่งขันในยุคดิจิทัลที่ใช้ข้อมูลในการตัดสินใจและกำหนดนโยบายให้ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายและยกระดับภาคการประมงของไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล รวมถึงการบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนสอดคล้องกับนโยบาย “Fisheries Connect for Sustainability” ในการสร้างเครือข่ายการขับเคลื่อนภาคการประมงที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคต
