“อนุสรณ์ ธรรมใจ” แนะไม่กู้เงินแต่ดูแลเศรษฐกิจได้ ลดทุจริตคอร์รัปชันถอนทุนด้วยการลดและผ่อนคลายกฎระเบียบ ยกเลิกภารกิจที่รัฐไม่จำเป็นต้องทำ ทำงบประมาณแบบรวมยอด ต้องขยายความคุ้มครองแรงงานอิสระแพลตฟอร์ม
วันที่ 25 เม.ย. รศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ ส.ส. กรุงเทพฯ พรรคประชาชน และ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม. หอการค้าไทย เปิดเผยว่า ฐานะทางการคลังของประเทศจะมีความเสี่ยงมากขึ้น เรื่อยๆ จากการไม่สามารถเก็บภาษีได้ตามเป้า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ จะมีการขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นจากการนำเข้าพุ่งสูงจากวิกฤตการณ์พลังงาน รัฐบาลควรจัดทำงบประมาณแบบรวมยอด (Consolidated Budget) เพื่อนำเอาเงินนอกงบประมาณและกองทุนหมุนเวียนทั้งหลายเข้าสู่กระบวนการจัดทำงบประมาณและการพิจารณาของรัฐสภา เราสามารถมีมาตการหรือนโยบายที่ไม่ต้องใช้งบประมาณหรือต้องกู้เงินก่อหนี้สาธารณะเพิ่มเพื่อดูแลเศรษฐกิจได้ คือ การลดการใช้ดุลยพินิจเพื่อลดการทุจริตรั่วไหล ลดและยกเลิกกฎระเบียบที่ไม่จำเป็น
ปัจจัยสำคัญที่สุดซึ่งนำไปสู่ความสำเร็จของการดำเนินการดังกล่าว คือ เจตจำนงทางการเมืองที่แข็งแกร่งพอของภาคการเมืองที่จะต้องเผชิญหน้ากับแรงต้านจากระบบราชการ การยกเลิกและลดกฎระเบียบที่ไม่จำเป็นต้องนำไปสู่การวางรากฐานการกำกับดูแลที่ดีของภาครัฐซึ่งจะเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน การผ่องถ่ายอำนาจบางส่วนจากรัฐสู่กลไกตลาดและภาคเอกชนจะทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันดีขึ้น การทบทวนและยกเลิกกฎระเบียบล้าสมัยจะช่วยลดขั้นตอนยุ่งยากและต้นทุนต่อภาคธุรกิจและการดำเนินชีวิตของประชาชน จะช่วยเพิ่มศักยภาพของเศรษฐกิจไทยและลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชน หากกิจกรรมใดของเอกชนมีความเสี่ยงต่ำก็อาจเลือกใช้วิธีจดแจ้งแทนที่การขออนุญาต ใช้การอนุมัติหรืออนุญาตแบบอัตโนมัติในกรณีกิจกรรมที่มีความเสี่ยงปานกลาง ส่วนการขออนุญาตอย่างเต็มรูปแบบจะจำกัดไว้ใช้เฉพาะกับกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง
รศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าวว่า อีกเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญในภาวะที่เศรษฐกิจขับเคลื่อนตัวสู่เศรษฐกิจดิจิทัลมากขึ้นตามลำดับภายใต้วิกฤตการณ์พลังงาน มีการขยายตัวของกลุ่มแรงงานอิสระแพลตฟอร์มหรือแรงงานนอกระบบและได้เกิดความเหลื่อมล้ำด้านสิทธิและสวัสดิการเมื่อเทียบกับแรงงานในระบบ กรอบกฎหมายและมาตรการคุ้มครองที่มีอยู่ยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ สิทธิที่แรงงานอิสระขาดหายไปเมื่อเทียบกับแรงงานในระบบ ได้แก่ แรงงานอิสระสามารถเข้าร่วมเป็นผู้ประกันตนในกองทุนประกันสังคมได้เฉพาะแบบสมัครใจ (มาตรา 40) ซึ่งสิทธิประโยชน์ไม่ครอบคลุมและหลุดออกจากระบบได้ง่าย ไม่มีสวัสดิการครอบคลุมค่าชดเชยกรณีทุพพลภาพ ตาย หรือค่าชดเชยรายได้ระหว่างเจ็บป่วย ไม่มีสิทธิได้รับ ค่าตอบแทนในการทำงานล่วงเวลา วันหยุด ลาป่วย ลาคลอด ค่าชดเชยจากการเลิกจ้าง การรวมกลุ่มเพื่อจัดตั้งสหภาพแรงงานก็ยังไม่ได้รับการรับรองทางกฎหมาย ทำให้ขาดอำนาจต่อรอง
รศ. ดร. อนุสรณ์ กล่าวอีกว่า ประเทศไทยควรศึกษาระบบคุ้มครองแรงงานอิสระจากสเปน โดยมีกฎหมาย กฎหมาย Rider’s Law ที่บังคับให้แรงงานแพลตฟอร์ม เช่น คนส่งอาหาร ถือเป็น ”ลูกจ้าง” โดยชอบด้วยกฎหมาย จึงได้รับสิทธิเต็มรูปแบบทั้งประกันสังคมภาคบังคับ ค่าแรงขั้นต่ำ สิทธิการลา และการคุ้มครองจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม กรณีของไทย อาจผลักดัน ร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระร่างกฎหมายเพื่อมุ่งแก้ปัญหา 5 ประการที่แรงงานอิสระเผชิญ ได้แก่ 1 ค่าตอบแทนไม่เป็นธรรม 2 เข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ 3 ความไม่ปลอดภัยในการทำงาน 4 ขาดสวัสดิการพื้นฐาน และ 5 ขาดการสนับสนุนการรวมกลุ่ม หรือ อาจใช้วิธีแก้ไขคำนิยาม “แรงงาน” ในกฎหมายคุ้มครองแรงงานให้ครอบคลุม “แรงงานอิสระแพลตฟอร์ม” และ “แรงงานนอกระบบ” ทั้งหมด ส่วนจะเลือกนโยบายไหนก็ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบดูว่าใช้แนวทางแบบไหนจะดีกว่ากัน
