เมื่อ : 03 เม.ย. 2569

กรมศุลกากร ผนึกกำลัง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดผลปฏิบัติการเข้ม สกัดกั้นสินค้าไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. ในช่วงเดือนต.ค. 2568 มี.ค. 2569 มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจรวมกว่า 73.60 ล้านบาท ย้ำเดินหน้าคุมเข้มทุกช่องทาง เพื่อปกป้องผู้บริโภคจากความเสี่ยงด้านสุขภาพและอนามัย


​เมื่อวันที่ 3 เม.ย. นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร พร้อมด้วย เภสัชกรหญิง สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมแถลงข่าว ที่อาคาร 1 กรมศุลกากร เผยผลสำเร็จจากการบูรณาการความร่วมมือในการตรวจยึดสินค้าไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. อย่างต่อเนื่อง
 

นายพันธ์ทอง  เปิดเผยว่า กรมศุลกากรได้ยกระดับมาตรการเชิงรุกในการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสินค้าในทุกมิติ สำหรับมิติความปลอดภัยต่อผู้บริโภค กรมศุลกากรได้บูรณาการความร่วมมือกับ อย. โดยเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวัง และป้องกันไม่ให้ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐานและไม่มีใบอนุญาตในการนำเข้าจาก อย. หลุดรอดออกสู่ท้องตลาด เพื่อเป็นการคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน และสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการ
ที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตั้งแต่เดือนต.ค. 2568 - เดือนมี.ค.ที่ผ่านมา กรมศุลกากรได้จับกุมสินค้าในกลุ่มความปลอดภัยต่อผู้บริโภค มูลค่ารวม 1072.32 ล้านบาท จำแนกเป็นคดีที่ไม่ได้รับใบอนุญาตจาก อย. มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 73.60 ล้านบาท จำนวน 2029 ราย ปริมาณสินค้ากว่า 2 ล้านชิ้น
 

ทั้งนี้ มีผลงานการจับกุมที่น่าสนใจ ดังนี้


​- กองสืบสวนและปราบปราม ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ลงพื้นที่ตรวจค้นสถานที่
เก็บสินค้าในเขตอ.เมือง จ.ปทุมธานี พบเครื่องสำอาง และสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นสินค้านำเข้า จากต่างประเทศ ไม่มีใบอนุญาตในการนำเข้าจาก อย. กว่า 20000 ชิ้น มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 5.5 ล้านบาท


​- สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 ร่วมกับด่านศุลกากรมุกดาหารและกองสืบสวนและปราบปราม ตรวจสอบใบขนสินค้าขาเข้า พบ น้ำหอม ละเมิดเครื่องหมายการค้าและไม่มีใบอนุญาตในการนำเข้าจาก อย. จำนวน 800 ขวด มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 4.5 ล้านบาท

 

​- สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ตรวจสอบใบขนสินค้าขาเข้า พบ “แปรงสีฟันไฟฟ้า” ไม่มีใบอนุญาตในการนำเข้าจาก อย. มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ 2 แสนบาท และตรวจสอบใบขนสินค้าขาเข้า พบ แก๊สหัวเราะ (Happy Gas) ไม่มีใบอนุญาตนำเข้าจาก อย. น้ำหนัก 96000 กิโลกรัม มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 1.3 ล้านบาท โดยทุกกรณีเป็นความผิดฐานหลีกเลี่ยงข้อห้ามหรือข้อจำกัด ตามพ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 ประกอบพ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2551 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง


​อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวอีกว่า นอกเหนือจากการจับกุมกลุ่มสินค้าในมิติความปลอดภัยต่อผู้บริโภคข้างต้นแล้ว กรมศุลกากรยังให้ความสำคัญกับกลุ่มสินค้าผิดกฎหมายในมิติอื่น ๆ ด้วย อันได้แก่

 

1) มิติการปกป้องสังคม 2) มิติการปกป้องเศรษฐกิจในประเทศ 3) มิติการปกป้องสิ่งแวดล้อม และ 4) กลุ่มยาเสพติด โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 มีผลการจับกุมในคดีสำคัญทั้ง 4 มิติและคดียาเสพติดรวมทั้งสิ้น 1177 คดี คิดเป็นมูลค่าการจับกุมรวมทั้งสิ้น 2888.40 ล้านบาท ซึ่งในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณ (ม.ค. - มี.ค. 2569) มีผลการจับกุมในคดีสำคัญ จำนวน 676 คดี คิดเป็นมูลค่าการจับกุมรวม 1648.78 ล้านบาท โดยเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีงบประมาณ 2568 พบว่า มีมูลค่าจับกุมสูงขึ้นถึง 4 เท่าของปีที่ผ่านมา


​ทั้งนี้ ​การบริโภคสินค้าที่ไม่ผ่านการรับรองจาก อย. โดยเฉพาะกลุ่มอาหาร เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สุขภาพ มีความเสี่ยงสูงต่อร่างกาย อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง หรืออันตรายถึงแก่ชีวิต จึง​ขอให้ประชาชน
ใช้ความระมัดระวังในการเลือกซื้อสินค้าที่ผ่านการรับรองจาก อย. เท่านั้น โดยกรมศุลกากรและอย. ยืนยันเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าไม่ได้รับอนุญาต พร้อมทั้งเข้มงวดในตรวจสอบสินค้าผ่านช่องทางขนส่งต่าง ๆ รวมถึงเฝ้าระวังการซื้อขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยต่อผู้บริโภคสู่ระดับสากลต่อไป

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ