เมื่อ : 27 มี.ค. 2569

เมื่อวันที่ 26 มี.ค. น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.)  เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการเสนอรายการ “การฟื้นฟูหนังใหญ่โดยชุมชนหนังใหญ่ในประเทศไทย”เพื่อขอขึ้นทะเบียนต่อองค์การยูเนสโกในหมวด “แนวปฏิบัติที่ดีในการสงวนรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม” ซึ่งเป็นหมวดที่ประเทศไทยยังไม่เคยเสนอมาก่อน พร้อมกันนี้ ครม.เห็นชอบให้ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เป็นผู้ลงนามในเอกสารเพื่อยื่นต่อยูเนสโกภายในวันที่ 31 มี.ค.นี้ ตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด

รมว.วธ. กล่าวว่า การเสนอ “หนังใหญ่” ในครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการใช้การทูตทางวัฒนธรรมถ่ายทอดคุณค่าและภูมิปัญญาของชุมชนไทยสู่เวทีนานาชาติ โดยเฉพาะการนำเสนอ “ต้นแบบการอนุรักษ์โดยชุมชน” ที่มีความเข้มแข็งและยั่งยืน

 

“หนังใหญ่ไม่ใช่เพียงศิลปะการแสดง แต่เป็นมรดกที่มีชีวิต สะท้อนพลังของชุมชนในการสืบสาน ฟื้นฟู และถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่นานาประเทศสามารถเรียนรู้และนำไปประยุกต์ใช้ได้” น.ส.ซาบีดา กล่าว

รมว.วธ. กล่าวเพิ่มเติมว่า การเสนอขึ้นทะเบียนในครั้งนี้ เป็นการ “ต่อยอดความสำเร็จ” จากระดับชุมชน สู่การนำเสนอในระดับนโยบายและเวทีนานาชาติ เพื่อให้เกิดการยอมรับในฐานะต้นแบบการอนุรักษ์วัฒนธรรมโดยความพยายามของชุมชนหนังใหญ่ 3 ชุมชนได้แก่ ชุมชนหนังใหญ่วัดขนอน จ.ราชบุรี ชุมชนหนังใหญ่วัดบ้านดอน จ.ระยอง และชุมชนหนังใหญ่วัดสว่างอารมณ์ จ.สิงห์บุรี ในการฟื้นฟูหนังใหญ่ให้เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและนานาชาติ

 

น.ส.ซาบีดา ยังกล่าวเสริมว่า  “หนังใหญ่วัดขนอน จ.ราชบุรี” ซึ่งเป็นหนึ่งในชุมชนต้นแบบสำคัญของประเทศไทย เคยได้รับรางวัลชุมชนที่มีผลงานดีเด่นในการฟื้นฟูมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ จาก Asia/Pacific Cultural Centre for UNESCO (ACCU) เมื่อเดือนมิ.ย. 2550  ในฐานะตัวอย่างการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมที่โดดเด่น สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของชุมชนไทยในการรักษาและฟื้นฟูมรดกวัฒนธรรมอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ รายการดังกล่าวมีความพร้อมครบถ้วนทั้งด้านข้อมูล เนื้อหา และการมีส่วนร่วมของชุมชน และจำเป็นต้องยื่นต่อยูเนสโกภายในวันที่ 31 มี.ค.นี้ หากพ้นกำหนดจะต้องเลื่อนออกไปอีกหนึ่งปี ซึ่งอาจทำให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสสำคัญในการแสดงบทบาทในเวทีโลก

 

“นี่คือจังหวะสำคัญของประเทศไทยในการยืนยันบทบาทด้านวัฒนธรรมในระดับนานาชาติ และสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ” รมว.วธ. กล่าว

 

“การผลักดัน “หนังใหญ่” สู่ยูเนสโกในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม หากยังเป็นการยกระดับบทบาทของประเทศไทยในการใช้วัฒนธรรมเป็นพลังสร้างสรรค์ สร้างความเข้าใจ และเชื่อมโยงผู้คนในเวทีโลกอย่างยั่งยืน และกระทรวงวัฒนธรรมเชื่อมั่นว่า “หนังใหญ่” จะเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญของประเทศไทยในการสื่อสารคุณค่าทางวัฒนธรรมสู่สากล และต่อยอดสู่การพัฒนาในทุกมิติอย่างยั่งยืน” น.ส.ซาบีดา กล่าว

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ