เมื่อ : 23 มี.ค. 2569

วันที่  22 มี.ค. สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต ร่วมกับชุมชนบ้านใหม่และบ้านฝั่งหมิ่น จัดกิจกรรม “มหกรรมประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง สาละวิน” เนื่องในวันน้ำโลก ที่วัดฝั่งหมิ่นและสวนสาธารณะริมน้ำกก อ.เมือง จ.เชียงราย เพื่อสะท้อนปัญหาการปนเปื้อนสารพิษในแม่น้ำข้ามพรมแดนจากกิจกรรมเหมืองแร่ในประเทศเพื่อนบ้านที่ยืดเยื้อมานานกว่า 2 ปี และส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้น้ำกว่า 70000 ครัวเรือน พร้อมยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาที่เข้าร่วมงาน
 

ในการนี้ น.ส.มณีรัฐ เขมะวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ได้เข้าร่วมรับฟังและรับข้อเสนอจากภาคประชาชน โดยเสนอแนวทางผลักดันให้ประเด็นดังกล่าวเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ พร้อมระบุว่า แม่น้ำยังคงไหลผ่านพื้นที่เดิม แต่ความเชื่อมั่นของประชาชนเปลี่ยนแปลงไปจากความเสี่ยงของสารพิษที่กระทบต่อการดำรงชีวิต ทั้งด้านน้ำ อาหาร และสุขภาพ

 

น.ส.มณีรัฐ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเชื่อมโยงใน 3 ระดับ ได้แก่ ระดับระหว่างประเทศที่ต้องสร้างความร่วมมือกับประเทศต้นน้ำในการตรวจสอบและกำหนดมาตรฐานสิ่งแวดล้อมร่วมกัน ระดับประเทศที่ต้องยกระดับระบบเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ เปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส และพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของวัตถุดิบหรือแร่ (Traceability) และระดับพื้นที่ที่ต้องส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบ ฟื้นฟู และเยียวยาผลกระทบ
 

ขณะเดียวกัน ตัวแทนภาคประชาชนได้ยื่นข้อเสนอรวม 12 ประเด็น โดยเน้นการเปิดเผยข้อมูลการนำเข้าแร่จากเมียนมา การจัดทำระบบตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของมลพิษ การจัดทำแผนที่ความเสี่ยงในพื้นที่ลุ่มน้ำ และการตรวจสุขภาพประชาชนกลุ่มเสี่ยงอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 5 ปี รวมถึงการจัดตั้งห้องปฏิบัติการตรวจสารโลหะหนักในจ.เชียงราย และการสนับสนุนงบประมาณเพื่อหาแหล่งน้ำดิบทดแทนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ตัวแทนภาคประชาชน กล่าวว่า ปัญหาการปนเปื้อนดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง และควรได้รับการแก้ไขที่ต้นเหตุอย่างจริงจัง ขณะที่เครือข่ายเยาวชนได้ยื่นข้อเสนอเพิ่มเติม 5 ประเด็น โดยให้ความสำคัญกับการตรวจสอบความปลอดภัยของอาหาร การสื่อสารข้อมูลที่เข้าใจง่าย การผลักดันเนื้อหาเรื่องมลพิษข้ามพรมแดนในหลักสูตรท้องถิ่น และการเปิดโอกาสให้เยาวชนมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจด้านทรัพยากรธรรมชาติ


ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นกิจกรรมเสวนา ผู้เข้าร่วมได้ร่วมกันเดินรณรงค์เรียกร้องสิทธิในการเข้าถึงน้ำที่สะอาดและปลอดภัย (Clean and Safe Water) บริเวณริมแม่น้ำกก โดยภาคประชาชนระบุว่าหากภายในปีนี้ยังไม่มีความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหา อาจมีการเคลื่อนไหวเพิ่มเติมในอนาคต
 

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ