ปูทะเลราคาดี เกษตรกรเพชรบุรีจับขายได้ทุกวัน หนุนรายได้ชุมชน-เสริมความมั่นคงทางอาหาร
เกษตรกรผู้เลี้ยงปูทะเลในจ.เพชรบุรีมีรายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังราคาปูทะเลในตลาดยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยเฉพาะ “ปูไข่” ซึ่งเป็นสินค้าที่ตลาดต้องการสูง มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 300–700 บาทต่อกิโลกรัม(ก.ก.) ขึ้นอยู่กับขนาดและน้ำหนักของปู ส่วน “ปูเนื้อ” มีราคาเฉลี่ย 300–350 บาทต่อก.ก. เกษตรกรจับปูจำหน่ายได้ทุกวัน และมีรายได้หมุนเวียนสม่ำเสมอในครัวเรือน
ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือของสำนักงานประมงจ.เพชรบุรี เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และหน่วยงานพันธมิตร ในการดำเนินโครงการส่งเสริมอาชีพเลี้ยงปูทะเล โดยสนับสนุนพันธุ์ลูกปูทะเลให้เกษตรกร 25 ราย ในต.บางเค็ม อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี รายละ 800 ตัว เพื่อนำไปเลี้ยงในบ่อ พร้อมส่งเสริมการใช้ปลาเหยื่อที่จับได้ในชุมชนเป็นอาหารปู ช่วยลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ และใช้ทรัพยากรในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
เกษตรกรในพื้นที่ระบุว่า ปัจจุบันสามารถจับปูจากบ่อเลี้ยงจำหน่ายได้เฉลี่ยวันละ 2–3 กิโลกรัม โดยผลผลิตส่วนใหญ่ส่งจำหน่ายให้ตลาดท้องถิ่นและร้านอาหารทะเลในพื้นที่ ทำให้เกิดรายได้ต่อเนื่อง และช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับชุมชน
น.ส.กาญจนา โชติช่วง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านหนองบัว หมู่ 3 ต.บางเค็ม อ.เขาย้อย กล่าวว่า การนำปลาหมอคางดำมาใช้เป็นเหยื่อหรืออาหารเลี้ยงปู ช่วยลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรได้อย่างชัดเจน ขณะเดียวกันยังเป็นแนวทางที่ช่วยจูงใจให้ชุมชนร่วมกันนำปลาต่างถิ่นออกจากแหล่งน้ำอย่างเป็นระบบ และทำให้เกิดรายได้หมุนเวียนในชุมชนเพิ่มขึ้น
“โครงการนี้ช่วยเสริมความมั่นคงด้านอาชีพให้กับเกษตรกรในชุมชน อีกทั้งยังมีการบันทึกข้อมูลการให้อาหารและการเลี้ยงปูทุกวัน เพื่อนำข้อมูลไปใช้ประเมินผลและต่อยอดขยายผลไปยังเกษตรกรรายอื่นในอนาคต” น.ส.กาญจนากล่าว
ด้านนายประจวบ เจียงยี่ ประมงจ.เพชรบุรี กล่าวว่า โครงการนี้เป็นแนวทางบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำแบบ “ใช้ประโยชน์ควบคู่การควบคุม” โดยชุมชนสามารถนำปลาที่พบในพื้นที่มาใช้เป็นวัตถุดิบเลี้ยงสัตว์น้ำ ช่วยลดต้นทุน สร้างรายได้ให้เกษตรกร และลดจำนวนปลาดังกล่าวในระบบนิเวศไปพร้อมกัน
“แนวทางนี้ช่วยเปลี่ยนความท้าทายจากปลาต่างถิ่นให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจของชุมชน พร้อมสร้างความมั่นคงด้านอาชีพให้กับเกษตรกรในระยะยาว” นายประจวบ กล่าว
โครงการเลี้ยงปูทะเลในพื้นที่ต.บางเค็มจึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการปรับตัวของเกษตรกรที่ใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นอย่างคุ้มค่า สร้างมูลค่าเพิ่มจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
