เมื่อ : 05 มี.ค. 2569

บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47” ประกาศความพร้อมการจัดงานภายใต้ธีม “THE ICONIC SYNCHRONICITY” หรือ “บริบทแห่งการขับเคลื่อนไร้ที่ติ” สะท้อนการประสานอย่างลงตัวของเทคโนโลยี นวัตกรรม และงานออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ ตอกย้ำศักยภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในยุคเปลี่ยนผ่าน และบทบาทสำคัญในการเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน เวทีเชื่อมโยงอุตสาหกรรมไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว

 

วันที่ 5 มี.ค. ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี  ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานบริหารบริษัทกรังด์ปรีซ์ฯ กล่าวว่า จากสถานการณ์สงครามในตะวันออกจะทำให้รถยนต์ไฟฟ้าขายดี คนจะหันมา
ใช้กันมากขึ้น เนื่องจากราคาน้ำมันที่แพงมากขึ้น 

คุณจาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานจัดงานฯ กล่าวว่า การจัดงานในปีนี้มุ่งเน้นการเชื่อมโยงผู้ผลิตยานยนต์ เทคโนโลยี และตลาดโลก เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศสู่ เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และ เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) สอดรับกับทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่กำลังก้าวสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่างเต็มรูปแบบ  จากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่าง สหรัฐอเมริกา อิสราเอล และ อิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ผู้จัดงานมองว่าเป็นปัจจัยภายนอกที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยการบริหารจัดการผลกระทบในภาพรวมจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและมาตรการที่เหมาะสมจากภาครัฐในระดับนโยบาย

 

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังจำเป็นต้องยกระดับและพัฒนาศักยภาพการผลิต เพื่อรักษาบทบาทการเป็นฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาค และการพัฒนาทั้งรถยนต์พลังงานทางเลือกและรถยนต์สันดาปที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวและความหลากหลายของตลาด 

 

ในบริบทดังกล่าว การจัดงาน Bangkok International Motor Show จึงไม่เพียงเป็นเวทีแสดงนวัตกรรมยานยนต์ระดับนานาชาติ หากยังเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างยอดขาย ขับเคลื่อนห่วงโซ่อุตสาหกรรม ส่งเสริมการจ้างงาน การท่องเที่ยว และการหมุนเวียนเม็ดเงินภายในประเทศ พร้อมทั้งเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน”โดยในปีนี้ มีบริษัทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ตอบรับเข้าร่วมออกบูธแล้ว 45 บริษัท แบ่งเป็น รถยนต์ 37 บริษัท และรถจักรยานยนต์ 8 บริษัท และมีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ไม่น้อยกว่า 10 รุ่น ครอบคลุมทั้งยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานทางเลือก เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่


สำหรับไฮไลต์สำคัญในปีนี้ คือ การเข้าร่วมของกลุ่มแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้ารายใหม่ที่เพิ่งเปิดตลาดในประเทศไทย อาทิ CHERY LEPAS FIREFLY FORTHING และ TESLA ซึ่งเข้าร่วมงานเป็นครั้งแรก สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ผลิตระดับโลกต่อศักยภาพตลาดไทย

 

ขณะที่ ทุกบริษัทต่างปรับกลยุทธ์ด้านราคาและนำเสนอเงื่อนไขทางการเงินที่เอื้อต่อการตัดสินใจซื้อ ไม่ว่าจะเป็นราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น แคมเปญส่งเสริมการขาย หรือโปรแกรมผ่อนชำระที่ยืดหยุ่น ส่งผลให้ผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ได้ง่ายขึ้น และช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในภาพรวม จากกระแสตอบรับดังกล่าว ผู้จัดงานคาดการณ์ว่า การจัดงานในปีนี้จะสามารถ สร้างรายได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
 

คุณพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในช่วงเวลาการจัดงาน งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ยังกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตคอนเทนต์ด้านยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยมีสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ และครีเอเตอร์ เข้ามาลงทะเบียนกว่า 3000 คน เพื่อรายงานและสร้างคอนเทนต์อย่างต่อเนื่อง ทุกการเปิดตัวรถใหม่ ทุกโปรโมชั่น และทุกไฮไลต์ภายในบูธ ถูกเผยแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว สร้างการรับรู้ในวงกว้าง”


ขณะเดียวกัน ผู้เข้าชมงานจำนวนมากไม่ได้มาเพียงเพื่อชมรถเท่านั้น แต่ยังร่วมกันสร้างคอนเทนต์ผ่านการถ่ายภาพและวิดีโอ พร้อมแชร์ประสบการณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย ทำให้คอนเทนต์จากภายในงานสามารถขยายการรับรู้ไปสู่ผู้ชมจำนวนมหาศาลภายในเวลาอันสั้น เป็นการสื่อสารแบบ Organic ที่มีประสิทธิภาพสูงในยุคดิจิทัล


ด้วยเหตุนี้ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ จึงไม่ใช่เพียงพื้นที่จัดแสดงรถยนต์ แต่เป็น “แพลตฟอร์มสื่อขนาดใหญ่” ที่เชื่อมโยงอุตสาหกรรมยานยนต์ สื่อมวลชน ผู้บริโภค และโลกดิจิทัลเข้าด้วยกัน
“และในเศรษฐกิจยุคปัจจุบัน งานลักษณะนี้ถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างทั้งยอดขาย ความเชื่อมั่น และภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย”


คุณอโณทัย เอี่ยมลำเนา รองประธานจัดงานฯ กล่าวว่า “ภายในงานปีนี้ นอกจากรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ และอุปกรณ์ตกแต่งที่มีให้เลือกชมและเลือกซื้ออย่างครบครันแล้ว ทางผู้จัดยังได้เตรียมกิจกรรมพิเศษหลากหลายรูปแบบ เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้เข้าชมงานให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรมการแข่งขันจักรยานขาไถรายการ Grand Prix Runbike Championship with RCS  
 

ในงาน ยังมีกิจกรรมพิเศษอีกมากมาย อาทิ กิจกรรมฉลองครบรอบ 30 ปีของ XO Autosport ซึ่งมักจะมีการรวมตัวของบุคคลสำคัญในวงการรถแต่ง และกิจกรรมแจกของที่ระลึกสำหรับผู้ร่วมงาน อาทิ JDM & Custom Culture เน้นการโชว์รถสาย JDM และรถแต่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในบรรยากาศ Outdoor รับลมร้อน ซึ่งผู้เข้าชมงาน ที่จะได้เห็นรถแต่งระดับท็อปในประเทศกว่า 200 คัน (วันละ 100 คัน) และการรวมตัวของกลุ่มคาร์คลับต่าง ๆ ในบรรยากาศสุดคึกคักรับหน้าร้อน ที่บริเวณลาน Loading หลังอาคาร Challenger 1–3 IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 28 - 29 มี.ค.


ภายในงาน ยังพบกับงานประกวดออกแบบ Chery V23 Style Up Challenge เป็นโครงการประกวดออกแบบ อุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าทรงกล่อง (Boxy Style) รุ่น Chery V23 เพื่อเฟ้นหาไอเดียสร้างสรรค์จากคนไทยไปสู่ระดับสากล โดยภายในงานจะมีการจัดแสดงผลงานเป็นรถโมเดลที่ผ่านการคัดเลือก พร้อมให้ผู้เข้าชมงานร่วมโหวตรางวัล Popular Vote เพื่อลุ้นรับ iPad อีกด้วย


“ส่วนผู้เข้าชมงานที่ต้องการทดลองขับรถยนต์รุ่นที่สนใจ ทางผู้จัดได้เตรียมพื้นที่ลาน Test Drive บริเวณริมทะเลสาบเมืองทองธานี เพื่อรองรับการทดลองขับรถยนต์รุ่นใหม่จากหลากหลายแบรนด์ ภายใต้บรรยากาศที่เปิดกว้างและปลอดภัย โดยผู้เข้าชมงานจะได้สัมผัสสมรรถนะ เทคโนโลยี และระบบความปลอดภัยของรถยนต์อย่างใกล้ชิดในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์ของงานในปีนี้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น”


สำหรับแคมเปญส่งเสริมการขายในปีนี้ ได้แก่ “มอเตอร์โชว์…เปย์” เป็นการลุ้นรางวัล GIFT VOUCHER รวมมูลค่ากว่า 1450000 บาท ได้แก่
จองรถยนต์ ลุ้น GIFT VOUCHER 100000 บาท จำนวน 12 รางวัล
จองรถจักรยานยนต์ ลุ้น GIFT VOUCHER 10000 บาท จำนวน 5 รางวัล


นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสำหรับผู้เข้าชมงานด้วยบัตรอภินัน เพียงลงทะเบียนลุ้น GIFT VOUCHER 5000 บาท จำนวน 10 รางวัล
และตอบแบบสอบถาม ลุ้น GIFT VOUCHER 25000 บาท จำนวน 4 รางวัล
การจัดงานในครั้งนี้ ผู้จัดงานมั่นใจว่าจะมอบประสบการณ์ที่ครบถ้วน ทั้งเทคโนโลยียานยนต์ล่าสุด ข้อเสนอที่คุ้มค่า และสิทธิประโยชน์มากมาย พร้อมสร้างความคึกคักให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย


ขอเชิญชวนประชาชนและผู้สนใจทุกท่าน ร่วมสัมผัสนวัตกรรมยานยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ และยกระดับคุณภาพชีวิตแห่งอนาคต ได้ที่ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ระหว่างวันที่ 25 มี.ค. – 5 เม.ย. ที่อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1–3 เมืองทองธานี

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ