ศาลสหรัฐสั่งยกเลิกภาษีนำเข้าตามกฎหมาย IEEPA ผลบวกต่อเศรษฐกิจการค้าโลกและตลาดการเงิน อำนาจตรวจสอบและถ่วงดุลศาลสูงสุดสหรัฐอเมริกาทำให้ “ลัทธิกีดกันการค้า” และ “ชาตินิยมทางเศรษฐกิจ” ของรัฐบาลทรัมป์ สะดุดลง
รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ มองต้องประเมินการขึ้นภาษีรอบใหม่ 10% จากรัฐบาลทรัมป์สร้างผลกระทบซับซ้อนและไม่แน่นอนต่อภาคการค้า คาดตลาดหุ้นโลกตอบสนองทางบวก โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจนำเข้าสหรัฐฯจะได้การคืนเงินประมาณ 1.29-1.33 แสนล้านดอลลาร์
วันที่ 21 ก.พ. รศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทยและอดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า อำนาจตรวจสอบและถ่วงดุลศาลสูงสุดสหรัฐอเมริกาทำให้ “ลัทธิกีดกันการค้า” และ “ชาตินิยมทางเศรษฐกิจ” ของรัฐบาลทรัมป์ สะดุดลง แต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงทิศทางของนโยบายการค้าและนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลทรัมป์ได้ แนวคิดลัทธิพาณิชย์นิยมใหม่และ America First ยังคงเป็นแกนหลักของนโยบายต่อไป ผลการตัดสินภาษีทรัมป์ของศาลฏีกาออกมาด้วยมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 ยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้าของรัฐบาลทรัมป์ภายใต้กฎหมาย IEEPA โดยศาลให้ความเห็นว่า มาตรการภาษีแบบครอบจักรวาลที่รัฐบาลทรัมป์ประกาศใช้ในวัน “Liberation Day” เมื่อปีที่แล้วโดยอ้างกฎหมาย IEEPA ไม่สามารถทำได้
ฉะนั้นการประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าดังกล่าวจึงเป็นโมฆะ ประธานาธิบดีไม่สามารถใช้กฎหมายฉุกเฉินมาอ้างเพื่อเก็บภาษีในวงกว้างอย่างไม่มีกำหนดได้ ถือว่า การประกาศเก็บภาษีศุลกากรของทรัมป์โดยอาศัยกฎหมาย IEEPA (International Emergency Economic Power Act) นั้นเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตที่รัฐธรรมนูญกำหนด การตัดสินของศาลฏีกาสหรัฐฯเช่นนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจโลกและระบบการค้าโลกปีนี้และในระยะต่อไป
ในเบื้องต้นจะส่งผลบวกต่ออัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกและปริมาณและมูลค่าการค้าของโลก และปัจจัยนี้จะส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจเอเชียรวมทั้งไทยด้วย อัตราการขยายตัวของการส่งออกในปีนี้จะดีกว่าที่คาดไว้เดิม สามารถขยายตัวเป็นบวกจากเดิมที่มีการคาดการณ์ว่าอาจติดลบจากฐานสูง (ปีที่แล้ว) และปริมาณการค้าโลกชะลอลง อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของภาคส่งออกไทยอาจมีข้อจำกัดจาก ผลของปัจจัยชั่วคราวในปี 2568 ที่เร่งนำเข้า-ส่งออก หรือ Front-loading ขณะที่ สภาพอากาศแปรปรวนในต่างประเทศและความกังวลต่อความมั่นคงทางอาหาร จะหนุนความต้องการสินค้าเกษตรและอาหารของไทย ความเสี่ยงของสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯสร้างแรงกดดันต่อราคาพลังงานและเศรษฐกิจโลก วัฏจักรเทคโนโลยีเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) จะขับเคลื่อนความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญ
รศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าวต่อว่า คาดการณ์ว่าการระงับภาษีทรัมป์จะทำให้ดอลลาร์สหรัฐมีสัญญาณอ่อนค่าลง ค่าเงินบาทจะยังคงแข็งค่าต่อเนื่อง เฉพาะหน้าสหรัฐอเมริกาอาจขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นและต้องหาเม็ดเงินมาชดเชยการขาดดุลงบประมาณเพิ่มเติมจากการสูญเสียรายได้จากภาษีศุลกากร และจะเป็นภาระทางการคลังสำคัญของรัฐบาลทรัมป์ อย่างไรก็ตาม การระงับภาษีทรัมป์จะส่งผลดีต่ออัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯในระยะปานกลางและระยะยาวมากกว่า คาดตลาดหุ้นโลกตอบสนองทางบวก แต่การตอบสนองในทางบวกของตลาดหุ้นและตลาดการเงินเป็นไปอย่างระมัดระวัง เพราะยังมีความไม่ชัดเจนว่า รัฐบาลทรัมป์จะมีมาตรการกีดกันการค้าและมาตรการขึ้นกำแพงภาษีนำเข้าออกมาเพิ่มเติมอย่างไร กลุ่มธุรกิจนำเข้าสหรัฐฯจะได้การคืนเงินประมาณ 1.29-1.33 แสนล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงสำคัญ คือ รัฐบาลทรัมป์อาจหาช่องทางอื่นตามกฎหมายในการบังคับเรียกเก็บภาษีนำเข้าได้ การดำเนินการเช่นนั้นจะสร้างไม่แน่นอนต่อระบบการค้าโลกมากขึ้น แต่การใช้ช่องทางอื่นๆเพื่อขึ้นภาษีนำเข้าเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและการใช้อำนาจเก็บภาษีต้องผ่านการเห็นชอบของรัฐสภา
ต้องประเมินการขึ้นภาษีรอบใหม่ 10% จากรัฐบาลทรัมป์ล่าสุดจะสร้างผลกระทบซับซ้อนและไม่แน่นอนต่อภาคการค้าอย่างไร มีหลายประเทศได้มีข้อสรุปการเจรจาการค้าและอัตราภาษีนำเข้ากับสหรัฐฯไปแล้ว บางประเทศยังอยู่ในระหว่างการเจรจา นอกจากนี้ มีการคาดการณ์ว่า รัฐบาลทรัมป์น่าจะใช้อำนาจรัฐบัญญัติการค้า มาตรา 301 มาตรา Special 301 มาตรา 232 ที่ให้อำนาจฝ่ายบริหาร เพื่อปกป้องทางการค้าและรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ
รศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าวต่อว่า ทางการต้องติดตามความเคลื่อนไหวการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าสหรัฐฯอย่างใกล้ชิดเพื่อกำหนดมาตรการเชิงรุกเพื่อรับมือได้ มีนโยบายการค้าที่เน้นให้ความสำคัญกับการสร้างฐานธุรกิจอุตสาหกรรมใหม่ๆ เพื่อสร้างฐานรายได้ใหม่ ตลาดใหม่ๆ ต้องพัฒนาขีดความสามารถในการขยายและรักษาผลประโยชน์ทางการค้า พัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสร้างระบบเตือนภัยทางการค้า การพยากรณ์ การตั้งเป้าหมายและการแสวงหาโอกาสทางการค้า ขยายและรักษาส่วนแบ่งตลาดโลก พัฒนาระบบการค้าบริการให้เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมการผลิต มีองค์การเจรจาการค้าที่มีเอกภาพ เพื่อรับผิดชอบการเจรจาทั้งระดับพหุภาคี ทวิภาคีและระดับภูมิภาค พัฒนาให้ “ไทย” เป็นศูนย์กลางทางการค้าและการลงทุนของภูมิภาค
