“รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ”แนะกระทรวงแรงงานควรประกาศใช้บำนาญสูตร Care ได้แล้วไม่ต้องรอรัฐบาลใหม่ 5.7 แสนคนรอรับบำนาญเพิ่มบรรเทาความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจ
เตือนรัฐบาลรับมือนักศึกษาจบใหม่ตกงานจาก AI ธุรกิจเร่งปรับตัวรับเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและเทคโนโลยีเอไอ สัญญาณตกงานมนุษย์เงินเดือนวัยกลางคนปรับไม่ทันเทคโนโลยี
รัฐต้องมีระบบรองรับให้ “แรงงาน” มีความมั่นคงในชีวิต
วันที่ 19 ก.พ. รศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตประธานคณะอนุกรรมการศึกษาและปรับปรุงสูตรการคำนวณบำนาญชราภาพของผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 (เฉพาะกิจ) สำนักงานประกันสังคม และ ทีมเศรษฐกิจ พรรคประชาชน กล่าวว่า กระทรวงแรงงานควรเร่งรัดกฎกระทรวงประกาศใช้บำนาญสูตร Care และนำเข้าสู่การพิจารณาของรัฐบาลชุดนี้โดยไม่ต้องรอรัฐบาลใหม่ เพราะสามารถดำเนินการได้เลย และ ยังมีความไม่แน่นอนว่า รัฐบาลใหม่จะจัดตั้งเสร็จเมื่อไหร่ระบบสวัสดิการชราภาพไม่ควรผูกกับความไม่แน่นอนทางการเมือง รัฐบาลนี้ควรประกาศใช้สูตร Care ทันทีเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้ประกันตนที่ได้จ่ายเงินสมทบอย่างต่อเนื่องได้รับสิทธิประโยชน์บำนาญชราภาพอย่างเหมาะสม โดยจะมี 5.7 แสนคนรอรับบำนาญเพิ่ม ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจสำหรับผู้มีเงินออมไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ
การพัฒนาสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับเงินบำนาญ ชราภาพ ด้วยการปรับเปลี่ยนวิธีคำนวณสูตรบำนาญชราภาพเป็นสูตรใหม่ ที่เรียกกันจนติดปากว่า บำนาญสูตร CARE (Career-Average Revalued Earnings) ที่ยึดหลักความสอดคล้องทางเศรษฐกิจ เพื่อสร้างความมั่นคงในการดำเนินชีวิตของผู้ประกันตนวัยเกษียณ ที่มุ่งเน้นสร้างความมั่นคง เพียงพอในการดำเนินชีวิตของผู้ประกันตนวัยเกษียณ และสอดคล้องทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน เนื่องจาก สูตรคำนวณบำนาญเดิมของสำนักงานประกันสังคมนั้นใช้ค่าจ้างที่นำส่งเงินสมทบในช่วง 60 เดือนสุดท้ายมาเฉลี่ยเพื่อใช้เป็นฐานค่าจ้างในการคำนวณบำนาญ
ส่งผลกระทบต่อผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบมาอย่างต่อเนื่องยาวนานแต่มีค่าจ้างลดลงในช่วงสุดท้ายก่อนสิ้นสภาพความเป็นผู้ประกันตน ทำให้บำนาญที่ได้รับไม่สอดคล้องกับการครองชีพที่เปลี่ยนแปลงตามสภาพเศรษฐกิจและสังคม จึงจำเป็นต้องมีการปรับสูตรบำนาญให้เหมาะสมและเป็นธรรมยิ่งขึ้น ในการพิจารณาการปรับสูตรมีการกำหนด index สำหรับใช้ในการปรับค่าจ้างในอดีตให้เป็นมูลค่าปัจจุบัน และวิธีคำนวณค่าจ้างเฉลี่ยสำหรับคำนวณบำนาญ โดยต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้รับบำนาญทุกคน
ทางอนุกรรมการศึกษาและปรับปรุงสูตรคำนวณฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินการให้รวดเร็ว รอบคอบและรัดกุมเพื่อความเป็นธรรมต่อผู้ประกันตนทุกกลุ่มพร้อมทั้งดูแลความยั่งยืนของกองทุนด้วย ผลการศึกษาการปรับสูตรบำนาญได้เสร็จสิ้นนานแล้วและได้มีการนำเสนอให้คณะกรรมการประกันสังคมตัดสินใจพร้อมทำประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นเสร็จสิ้นเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว การประกาศใช้บำนาญสูตร Care ควรดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในต้นปีนี้ กองทุนประกันสังคมเป็นกองทุนเปิด (Open-end Fund) ที่มีสมาชิกหรือผู้ประกันตนเข้ามาส่งเงินสมทบทั้งชั่วคราวและต่อเนื่อง สามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มต่างๆ ทั้ง กลุ่มเริ่มทำงานใหม่ ผู้ที่ส่งเงินสมทบต่อเนื่อง ผู้หยุดส่งเงินสมทบไม่ว่าจะถูกเลิกจ้าง ทุพพลภาพ เกษียณอายุ หรือ เสียชีวิต ระบบประกันสังคมก็จะดูแลให้ครอบคลุมทั้งหมด
“สังคมไทยนั้นก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างชัดเจน เป็นความท้าทายในการต้องสร้างระบบบำนาญที่ดีที่สุด มีประสิทธิภาพภายใต้ระบบประกันสังคมเพื่อดูแลผู้ประกันตนวัยเกษียณได้อย่างเป็นธรรมและยั่งยืน รวมทั้งมีคุณภาพชีวิตที่ดี”
รศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าวต่อว่า ความวิตกกังวลเรื่อง อนาคตของกองทุนชราภาพในกองทุนประกันสังคมมีความเสี่ยงเรื่องความยั่งยืนทางการเงิน จะไม่สามารถจ่ายบำนาญได้ในอนาคตนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ เพราะโครงสร้างประชากรเปลี่ยนแปลงไป ประชากรในวัยทำงานจ่ายสมทบให้กองทุนลดลง ขณะที่สัดส่วนประชากรวัยชราที่ได้รับสิทธิบำนาญเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด มีเงินไหลออกหรือรายจ่ายบำนาญมากกว่า ไหลเข้า (เงินสมทบ)
ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งในหลายประเทศที่ผู้เชี่ยวชาญและองค์การแรงงานระหว่างประเทศหรือไอแอลโอ พยากรณ์ว่า หากไม่มีการปฏิรูปหรือเปลี่ยนแปลงใดๆ กองทุนชราภาพในกองทุนประกันสังคมจะไม่มีเงินจ่ายบำนาญให้กับผู้ประกันตนในปี พ.ศ. 2597 คือ อีก 30 ปีข้างหน้า สภาวะกองทุนชราภาพล้มละลายจะไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศที่มีการวางแผนล่วงหน้าไว้อย่างดี และมีการปฏิรูปกองทุนประกันสังคมอย่างต่อเนื่อง การสร้างความยั่งยืนให้กับกองทุนชราภาพของกองทุนประกันสังคมนั้นไม่ได้เป็นเรื่องของสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน หรือ ของรัฐบาลแต่เพียงฝ่ายเดียว เป็นเรื่องของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องช่วยกันสร้างความยั่งยืน เพื่อให้กองทุนประกันสังคม มีความก้าวหน้า มีประสิทธิภาพ มีความยั่งยืน และครอบคลุมการให้หลักประกันและความมั่นคงในชีวิตให้กับผู้ใช้แรงงาน
การปฏิรูปและการดำเนินการต่างๆนั้นจะอยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ดังต่อไปนี้ ยุทธศาสตร์การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสร้างการให้บริการเชิงรุก (Modernized Service) ยุทธศาสตร์การสร้างพลังแห่งการขับเคลื่อนสู่องค์กรแห่งความเชื่อมั่น ความไว้วางใจและมีธรรมภิบาล (Trusted organization with good governance) ยุทธศาสตร์ การเพิ่มประสิทธิผลในการสร้างและเข้าถึงหลักประกันสังคมให้แก่แรงงาน ทุกกลุ่ม ทุกวัย (Effective Social Security System) ถ้ามีการออกกฎหมายและพัฒนาระบบและกลไกดีๆ ให้ สำนักงานประกันสังคมออกจากระบบราชการ และ พัฒนาเป็น องค์กรของรัฐที่มีศักยภาพสูง บริหารด้วยมืออาชีพที่ยึดหลักธรรมาภิบาล ยุทธศาสตร์ต่างๆเหล่านี้จะสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และบรรลุเป้าหมายได้ดีขึ้น
รศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าวต่อว่า การพัฒนาให้ “กองทุนประกันสังคม” เป็นเสาหลักของระบบสวัสดิการสังคมของไทย มีความสำคัญต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ จำเป็นต่อการรับมือความท้าทายจากปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบันและอนาคต “ระบบประกันสังคม” จะเป็นพื้นฐานในการที่ประเทศไทยจะก้าวสู่การมี “ระบบสวัสดิการถ้วนหน้า” ในอนาคต ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ห่างไกลหากเปรียบเทียบกับประเทศยุโรปเหนือที่มีสัดส่วนภาษีต่อจีดีพีอยู่ที่ 35-48% (สัดส่วนภาษีต่อจีดีพีของไทยอยู่ที่ 14.6%) ส่วนรายจ่ายด้านสวัสดิการสังคมต่อจีดีพีของไทยอยู่ที่ 4.8% อยู่ในระดับต่ำกว่าเฉลี่ยเล็กน้อยเมื่อเทียบกันประเทศที่มีฐานะทางเศรษฐกิจใกล้เคียงกัน แต่รายจ่ายสวัสดิการสังคมจะเป็นภาระทางงบประมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากสังคมผู้สูงวัย
ขณะนี้ สัดส่วนรายจ่ายด้านสวัสดิการต่องบประมาณอยู่ที่ 20-23% สิ่งนี้ตอกย้ำชัดเจนว่า ทำไมเราต้องปฏิรูปรายได้ภาครัฐ ปฏิรูประบบภาษี ทำไมเราต้องให้เศรษฐกิจไทยมีอัตราการขยายสูงกว่าในระดับปัจจุบัน และ มีการกระจายรายได้ที่ดีกว่าเดิม
การออกแบบให้ระบบประกันสังคมให้ครอบคลุมแรงงานให้มากที่สุดเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เพื่อให้คนทำงานทุกท่านไม่ว่าจะเป็นแรงงานนอกระบบ แรงงานอิสระ แรงงานภาคเกษตรได้หลักประกันในชีวิตและความคุ้มครองทางสังคมจากระบบประกันสังคม ขณะนี้ มีคนทำงานประมาณ 59% ประมาณ 23.5 ล้านคน ที่อยู่นอกระบบหลักประกันทางสังคมของรัฐ คนเหล่านี้โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อย แรงงานอิสระ แรงงานในภาคเกษตรกรรม แรงงานทำงานตามบ้าน เมื่อเจ็บป่วย อุบัติเหตุ ต้องหยุดงาน จะเอารายได้มาจากไหน เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด มีปัจจัยเสี่ยงเกิดขึ้น จะเอารายได้จากไหนมาใช้สำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เมื่อเข้าสู่วัยชราภาพแล้วจะเอารายได้และเงินที่ไหนมาดำรงชีพ สังคมไทยจะมีประชากรวัยชรายากจนไม่มีเงินออมแต่มีหนี้จำนวนมาก ระบบประกันสังคมจะช่วยบรรเทาปัญหาได้ สำหรับผู้ที่เป็นผู้ประกันตนอยู่แล้วตามมาตรา 33 ก็ดี มาตรา 39 ก็ดี มาตรา 40 ก็ดี จะพัฒนาสิทธิประโยชน์ให้เพิ่มเติมอย่างไรได้บ้างโดยคำนึงถึงความยั่งยืนระยะยาวตามหลักการคณิตศาสตร์ประกันภัย
การพัฒนาระบบประกันสังคมให้รองรับรูปแบบการจ้างงานที่เปลี่ยนแปลงไปในอนาคตตามพลวัตของธุรกิจอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี เราจะเห็น รูปแบบการจ้างงานที่มีลักษณะเป็น non-standard form of Work มากขึ้น พัฒนาโครงการเชิงนวัตกรรมรองรับรูปแบบการจ้างงานที่เปลี่ยนแปลงไป ให้ผู้เป็นเจ้าของธุรกิจแพลตฟอร์มหรือผู้ใช้บริการต้องร่วมจ่ายเงินสมทบกับคนทำงานให้แพลตฟอร์มเพื่อให้อาชีพอิสระที่ทำงานให้แพลตฟอร์ม เช่น ไรเดอร์ แรงงานสร้างสรรค์ที่ทำงานเป็นโครงการเป็นชิ้นงาน พนักงานขายอิสระออนไลน์ ได้รับการคุ้มครองทางสังคมด้วย
รศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าวอีกว่า อีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้ กองทุนประกันสังคมมีความยั่งยืน คือ การปรับแนวทางการบริหารการลงทุนเพื่อเพิ่มอัตราผลตอบแทนของเงินกองทุนให้ขึ้นมาอยู่ในระดับเฉลี่ย 5% แต่ต้องระมัดระวังในเรื่องการบริหารความเสี่ยง หากมีการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์นอกตลาด หรือ เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศ ต้องมีระบบและกลไกที่เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี เนื่องจากการลงทุนในสินทรัพย์นอกตลาดมีความซับซ้อนกว่าการลงทุนในสินทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาด จากการที่ไม่มีหน่วยงานทางการในการกำกับดูแลอย่างชัดเจน
ขณะเดียวกัน การลงทุนส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคให้ผู้ประกันตนจะช่วยลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายของกองทุนประกันสังคม การป้องกันการเกิดโรคมีต้นทุนระยะยาวที่ถูกกว่าการรักษาอย่างมาก ส่งเสริมให้มีการนำเทคโนโลยีและ AI มาใช้ในการบริหารจัดการข้อมูลสุขภาพของผู้ประกันตน ให้เกิดการเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพและเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ด้านสุขภาพให้ดียิ่งขึ้น พัฒนาระบบการพยากรณ์ด้านสุขภาพของผู้ประกันตนรายบุคคล ให้ทราบถึงสภาวะความเป็นไปได้ด้านสุขภาพ ส่งเสริมให้เกิดความตระหนักและใส่ใจดูแลป้องกันโรคร้ายแรงต่างๆด้วยการมีวิถีชีวิตและการดำเนินชีวิตที่ไม่สร้างความเสี่ยงต่อสุขภาพ
รัฐบาลควรมีแนวทางในการลดความเหลื่อมล้ำระหว่างกองทุนสุขภาพ บูรณาการสิทธิประโยชน์และการบริการทางการแพทย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดความซ้ำซ้อน ลดภาระทางการเงินการคลังของประเทศ ประชากรในวัยทำงานของไทยลดลงอย่างต่อเนื่องและในอัตราเร่งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์แล้ว มีผู้สูงวัยมากกว่า 20% วัยแรงงาน 62% และวัยเด็กเพียง 15% ประชากรในวัยทำงานปัจจุบันประมาณ 41-42 ล้านคน และ มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง
ขณะนี้บางกิจการ บางอุตสาหกรรมสามารถทำการผลิตต่อไปได้โดยอาศัยแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน บางอุตสาหกรรมปรับใช้เครื่องจักรอัตโนมัติ ระบบหุ่นยนต์และเอไอมากขึ้น พึ่งพิงแรงงานมนุษย์ลดลง และผลิตภาพเพิ่มสูงขึ้น การบูรณาการให้แรงงานต่างชาติเข้ามาอยู่ในระบบประกันสังคมเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีสำคัญ สร้างความตระหนกรู้ให้ นายจ้างและลูกจ้างต่างชาติ ว่าเมื่อเข้าเป็นสมาชิกกองทุนประกันสังคมแล้วจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง
เวลาเราพูดถึงความยั่งยืนทางการเงินของระบบประกันสังคม ในมุมของผู้ประกันตน คือ การได้รับสิทธิประโยชน์ตามที่คาดหวัง พอเพียง เหมาะสม ในมุมผู้จ่ายเงินสมทบ ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้าง นายจ้าง หรือรัฐบาล คือ การส่งเงินสมทบที่ไม่สูงเกินไปจนเป็นภาระ หรือ ไม่ถูกปรับเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน ในมุมของสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ความยั่งยืนทางการเงิน หมายถึง การทำอย่างไรให้ เกิดความสมดุลระหว่างเงินไหลออก (รายจ่าย) กับ เงินไหลเข้า (รายรับ) และป้องกันไม่ให้เกิดความรั่วไหลหรือขาดประสิทธิภาพ หรือ ป้องกันการนำเงินของผู้จ่ายเงินสมทบไปลงทุนผิดผลาดเสียหาย
รศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าวต่อว่า คาดการณ์ว่าเงินในกองทุนนี้จะเพิ่มขึ้นสูงราว 6-8 ล้านล้านบาทในปี 2585 แต่หลังจากนั้นจะเริ่มเข้าสู่ขาลง ซึ่งอาจกลายอุปสรรคสำคัญในอนาคต ดังนั้นระบบประกันสังคมจึงมีความจำเป็นต้องเร่งปรับปรุงและปฏิรูปอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาเสถียรภาพของกองทุนฯ และไม่ให้กระทบคุณภา
