เมื่อ : 19 ก.พ. 2569

วันที่ 18 ก.พ. นายอัครา  พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) มอบหมายให้นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดพม. เป็นประธานและสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการมูลนิธิโอสถสภามอบโอกาส สร้างอาชีพคนพิการ ปี 4 (พ.ศ. 2569) ระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กับ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) โดยมี น.ส.สนธยา บุณยภูษิต อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และนายประธาน ไชยประสิทธิ์ รองประธานกรรมการมูลนิธิโอสถสภา กล่าวเจตนารมณ์ความร่วมมือในการสร้างโอกาส พัฒนาทักษะ ยกระดับชีวิตคนพิการ 


พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวง พม. และ มูลนิธิโอสถสภา คณะนักศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 คนพิการ และผู้ดูแลคนพิการ เข้าร่วมงาน นอกจากนี้ ยังมีเวที TED Talk หัวข้อ “เมื่อพลังเริ่มต้นที่ตัวเรา : พัฒนาศักยภาพ สร้างคุณค่า และส่งต่อสู่สังคมแห่งโอกาส” โดยคนพิการที่เข้าร่วมโครงการฯ ที่กระทรวงพม. สะพานขาว กรุงเทพฯ
 

นายกันตพงศ์ กล่าวว่า พม. ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการและกลุ่มเปราะบางทุกมิติอย่างรอบด้าน ไม่เพียงในมิติการคุ้มครองทางสังคม แต่รวมถึงการพัฒนาศักยภาพ ด้วยการเสริมสร้างทักษะอาชีพ และการเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างเท่าเทียม ผ่านนโยบาย ”พม. ใกล้คุณ” ลดรายจ่าย สร้างรายได้ รีสตาร์ทชีวิต โดยมุ่งหวังให้ทุกครอบครัวเปราะบางได้รับการช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ เข้าถึงสิทธิประโยชน์ที่พึงมี และสามารถ ”ตั้งหลักใหม่” เพื่อก้าวต่อไปอย่างมั่นคง ทั้งนี้ กระทรวง พม. ไม่สามารถทำงานด้านสังคมได้เพียงลำพัง ต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งวันนี้ กระทรวง พม. โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) ร่วมกับมูลนิธิโอสถสภา จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการมูลนิธิโอสถสภามอบโอกาส สร้างอาชีพคนพิการ ปี 4 (พ.ศ. 2569) เพื่อสานต่อความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพคนพิการ ด้วยการส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน โดยมุ่งให้คนพิการสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมีศักดิ์ศรี ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน 

 

อาทิ มูลนิธิโอสถสภา วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (สนง.พมจ.)  ในการนำทรัพยากร ทักษะความรู้ ความเชี่ยวชาญ และเครือข่าย มาบูรณาการในการสร้างโอกาสให้คนพิการสามารถมีงานทำ มีรายได้ และดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี ซึ่ง “โครงการมอบโอกาส สร้างอาชีพคนพิการ” ไม่ได้เป็นเพียงการช่วยเหลือระยะสั้น แต่เป็นการลงทุนทางสังคม ที่มุ่งสร้างความเข้มแข็งจากภายใน ผ่านการพัฒนาอาชีพที่สอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละบุคคล ตลอดจนการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง

 

นายกันตพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า  ในนามของกระทรวง พม. ขอบคุณบริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) ที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของกลุ่มคนพิการในการฝึกอาชีพ ด้วยการดำเนินงานตรงกับกระทรวง พม. โดย พก. ว่า “คนพิการไม่ใช่ภาระของสังคม” แต่เราสามารถดึงทักษะ ความรู้ ความสามารถ ที่ทักษะคนทั่วไปอาจจะไม่มี ให้ออกมาเป็นพลังในการสร้างงานสร้าง สร้างรายได้ โดยมีหมุดหมายให้คนพิการยืนหยัดด้วยตนเอง และสามารถดูแลครอบครัวได้ เป็นการสร้างความภาคภูมิใจในตนเอง 

 

พร้อมกันนี้ ขอเชิญชวนนายจ้าง สถานประกอบการ เจ้าของบริษัท ปฎิบัติตามกฏหมายการจ้างงานคนพิการในมาตรา 33 34 และ 35 โดยมีมูลนิธิโอสถสภาเป็นต้นแบบ รวมไปถึงภาคีเครือข่ายภาคเอกชน และสถานประกอบการอื่นๆ 
 

น.ส.สนธยา  กล่าวว่า สำหรับการลงนามบันทึกความเข้าใจฯ ในวันนี้ นับเป็นการดำเนินงานต่อเนื่องสู่ปีที่ 4 (พ.ศ. 2569) ที่มุ่งขยายผลและต่อยอดความสำเร็จที่ผ่านมา เพื่อสนับสนุนให้คนพิการมีโอกาสประกอบอาชีพที่มีคุณค่า มีรายได้จริง และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง ทั้งในมิติของการพัฒนาเชิงพื้นที่และการเปิดโอกาสสู่การมีงานทำอย่างยั่งยืน ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มแข็งของการบูรณาการระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ที่ร่วมกันสร้างโอกาสทางอาชีพ สนับสนุนทรัพยากร และพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง อันนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการอย่างเป็นรูปธรรม และวางรากฐานสู่ความมั่นคงในระยะยาว

นายประธาน กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการมูลนิธิโอสถสภา ได้มอบโอกาสสร้างอาชีพ สร้างอาชีพคนพิการ ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมา 4 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 – 2569 สอดรับกับพันธกิจด้านสังคมของมูลนิธิฯ ที่ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมมามากกว่า 31 ปี ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจ ภายใต้ความร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด 4 จังหวัด 

 

ได้แก่ จ.พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ชัยนาท และสุพรรณบุรี เพื่อสนับสนุนอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่คนพิการ (ปี 2569) จำนวน 150 คน ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ภายใต้แนวคิด “ให้เบ็ด ดีกว่าให้ปลา” โดยเน้นการฝึกทักษะอาชีพ สนับสนุนอุปกรณ์ประกอบอาชีพ และติดตามผลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้คนพิการสามารถสร้างรายได้และพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว ตลอด 3 ปี (2566 – 2568) โดยได้ช่วยสนับสนุนคนพิการให้มีอาชีพ นอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนด ได้กว่า 615 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 80 ใน 10 จังหวัด ได้แก่ จ.ขอนแก่น กรุงเทพมหานคร พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี สมุทรสาคร สระบุรี อุทัยธานี ชัยนาท อ่างทอง และสุพรรณบุรี ด้วยหลากหลายอาชีพและมีอัตราการคงอยู่ในอาชีพที่น่าพอใจ ซึ่งสะท้อนความสำเร็จที่เชื่อมโยงการพัฒนาทักษะกับโอกาสทางเศรษฐกิจในท้องถิ่น และการมีอาชีพที่มั่นคงอย่างยั่งยืน


#พมใกล้คุณ

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ