นาโนเทค-สวทช. ส่ง “e-Nose” นวัตกรรมสายลับจมูกอิเล็กทรอนิกส์ ชี้เป้าต้นตอ PM2.5 มุ่งแก้ฝุ่นพิษอย่างยั่งยืน
วิกฤตฝุ่น PM2.5 ยังพ่นพิษไม่หยุด ล่าสุด ”นาโนเทค-สวทช.” ผนึกกำลัง กรมควบคุมมลพิษ กฟผ. แม่เมาะ เปิดตัวนวัตกรรม “e-Nose” จมูกอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ 100 เครื่อง ลงพื้นที่ 5 โซนนำร่อง ดมกลิ่นสืบหา ‘แหล่งต้นตอฝุ่น’ จากการเผาไหม้ในภาคเกษตร-โรงงาน มุ่งสร้างฐานข้อมูลบิ๊กดาต้าแม่นยำสูง เพื่อการตัดสินใจเชิงนโยบายระดับประเทศ
วันที่ 18 ก.พ. สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติฯ(นาโนเทค) จัดกิจกรรม NSTDA x Press Interviews นักวิจัยพบสื่อมวลชน เพื่อเจาะลึกสัมภาษณ์ข้อมูลผลงานวิจัยใช้ประโยชน์ตอบโจทย์กลยุทธ์งานวิจัยเพื่อพัฒนาสังคมและประเทศชาติของ สวทช. โดย ดร.ภญ.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการนาโนเทค เปิดเผยถึงยุทธศาสตร์การวิจัย ว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็กเป็นโจทย์ท้าทายระดับชาติที่ นาโนเทค สวทช. ให้ความสำคัญสูงสุด นโยบายหลักคือการใช้นวัตกรรมระดับนาโนเข้าไป ”สืบหาแหล่งต้นตอ” เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่แค่การเฝ้าระวัง โดยความสำเร็จของเทคโนโลยี e-Nose (จมูกอิเล็กทรอนิกส์) ที่ผ่านมาถูกนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์อย่างกว้างขวาง เช่น การตรวจวัดคุณภาพอาหารและเครื่องหอม แต่ปัจจุบันเราได้ยกระดับนวัตกรรมนี้สู่ภารกิจด้านสิ่งแวดล้อมเต็มตัว เพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศอย่างแม่นยำและยั่งยืน ผ่านโครงการต้นแบบการกระจายเซนเซอร์ 100 เครื่องในพื้นที่วิกฤต
ด้าน ดร.รุ่งโรจน์ เมาลานนท์ ทีมวิจัยวิศวกรรมกระบวนการและระบบตรวจติดตาม นาโนเทค อธิบายถึงการทำงาน ว่า e-Nose คือชุดเซนเซอร์อัจฉริยะที่ทำหน้าที่เลียนแบบการดมกลิ่นของมนุษย์ แต่สามารถตรวจจับสารประกอบเคมีและก๊าซที่ตาเปล่ามองไม่เห็นได้ ”ฝุ่น PM2.5 จากแต่ละแหล่งกำเนิดจะมี ’ลายเซ็น’ (Signature) หรือองค์ประกอบทางเคมีที่แตกต่างกัน เช่น ฝุ่นจากการเผาชีวมวล เช่น ตอซัง ข้าวโพด แยกออกจากฝุ่นจราจร ฝุ่นอุตสาหกรรม รวมถึงฝุ่นทุติยภูมิที่เกิดจากการทำปฏิกิริยาของปุ๋ยไนโตรเจนในดิน ซึ่งปล่อยก๊าซแอมโมเนียไปทำปฏิกิริยาในบรรยากาศจนก่อให้เกิดสารอย่างแอมโมเนียมไนเตรต (Ammonium Nitrate)
ดร.รุ่งโรจน์ กล่าวต่อว่า ทีมวิจัยเตรียมส่งระบบต้นแบบ 100 เครื่อง ลงตรวจติดตามใน 5 พื้นที่นำร่อง ได้แก่ พื้นที่โล่ง (ค่าอ้างอิง) แปลงนาข้าว ไร่ข้าวโพด สวนผลไม้ และป่าธรรมชาติ โดยจะมีการใช้ AI และแบบจำลองคณิตศาสตร์ขั้นสูงเพื่อประมวลผลข้อมูลแบบ Real-time ผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อให้เห็นสัดส่วนแหล่งกำเนิดฝุ่นในแต่ละพื้นที่อย่างชัดเจน
“จากการทดสอบเบื้องต้นในพื้นที่ภาคเกษตร ระบบ e-Nose สามารถแยกแยะได้ว่าค่า PM2.5 ที่พุ่งสูงขึ้นในวันนั้น มาจากลมที่พัดพาควันจากการเผาไหม้ไร่อ้อยในพื้นที่ข้างเคียง หรือเกิดจากการทำปฏิกิริยาเคมีของปุ๋ยในแปลงเกษตรเอง ซึ่งความละเอียดระดับนี้ช่วยให้ภาครัฐสามารถเข้าไประงับเหตุหรือให้ความรู้เกษตรกรได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ไม่ต้องสุ่มตรวจแบบหว่านแหเหมือนในอดีต” ดร.รุ่งโรจน์ กล่าว
ด้าน นายวิรัตน์ คำพรม หัวหน้ากองปฏิบัติการเหมือง ฝ่ายการผลิตเหมืองแม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานในพื้นที่จริง กล่าวว่า ความร่วมมือกับนาโนเทค สวทช. ในจังหวัดลำปางถือเป็นก้าวสำคัญของการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ของเหมืองแม่เมาะ โดยใช้นวัตกรรมนี้เพื่อจำแนกและสืบหาต้นตอของฝุ่นที่เกิดขึ้นในพื้นที่อย่างเป็นระบบ ข้อมูลที่ได้ช่วยให้เราทำงานร่วมกับชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการกล่าวโทษโดยไม่มีมูล แต่ใช้ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์มายืนยันแหล่งกำเนิดมลพิษที่แท้จริง
ขณะที่ ดร.ศักดา ตรีเดช ผู้อำนวยการส่วนนวัตกรรมคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำหนดนโยบาย ภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการควบคุมมลพิษคือ ”ข้อมูลที่แม่นยำ” (Precision Monitoring) ประเทศไทยจำเป็นต้องมีนวัตกรรมที่สามารถชี้เป้าแหล่งกำเนิดฝุ่นได้ตรงจุด e-Nose จะเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่สร้างฐานข้อมูลบิ๊กดาต้าให้กับกรมควบคุมมลพิษ เพื่อนำไปจัดทำมาตรการรับมือ บังคับใช้กฎหมาย และวางกรอบนโยบายควบคุมคุณภาพอากาศของประเทศให้เข้าเป้าและเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด
นักวิชาการ หรือหน่วยงานที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ท่านสามารถเข้าร่วมงานประชุมวิชาการประจำปีสวทช. หรือ NAC2026 ร่วมเปิดมุมมองใหม่ในการ ชี้เป้าแหล่งกำเนิดฝุ่นอย่างแม่นยำ ด้วยเทคโนโลยี e-Nose นวัตกรรมจมูกอิเล็กทรอนิกส์ ที่ช่วยยกระดับการติดตามและแก้ไขปัญหา PM2.5 จากห้องปฏิบัติการสู่การใช้งานจริงในพื้นที่ภาคสนาม ซึ่งจะจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 27 เม.ย. เวลา 09.30 – 12.00 น. ห้อง CC-404 อาคารศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี โดยงานเสวนาครั้งนี้รวบรวม ผู้กำหนดนโยบาย นักวิชาการ ผู้บริหารเมือง ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และผู้ใช้งานจริง มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ตั้งแต่นโยบายอากาศสะอาด การเตรียมความพร้อมต่อร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ไปจนถึงบทเรียนการใช้งานจริงจากเหมืองแม่เมาะ และแนวทางขยายผลสู่พื้นที่เมืองใหญ่
ผู้ที่สนใจ สิ่งแวดล้อม สุขภาพ เทคโนโลยี และนโยบายสาธารณะ งานเสวนาครั้งนี้ คือโอกาสสำคัญในการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนอากาศสะอาดอย่างยั่งยืนของประเทศ
