เมื่อ : 12 ก.พ. 2569

ใช้กลไกเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคถ่ายทอดองค์ความรู้และพัฒนาทักษะด้าน AI ผ่าน 12 หลักสูตรที่ออกแบบให้สอดคล้องกับบริบทของอุตสาหกรรมและพื้นที่ในแต่ละภูมิภาค

เมื่อวันที่ 12 ก.พ.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) โดยสำนักงานปลัดกระทรวง อว. จัดกิจกรรม “การบูรณาการยกระดับศักยภาพการแข่งขันทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นแนวหน้า ด้วยกลไกอุทยานวิทยาศาสตร์” เพื่อเปิดตัว “โครงการยกระดับศักยภาพการแข่งขันทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นแนวหน้า(Frontier Technology)” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว.เป็นประธาน  ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชัน กรุงเทพมหานคร

 

ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวว่า “โครงการยกระดับศักยภาพการแข่งขันทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นแนวหน้า(Frontier Technology)” กำหนดให้ “เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI)” เป็นเทคโนโลยีแกนกลางในการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ เพื่อสนับสนุนการนำเทคโนโลยีขั้นแนวหน้ามาประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งเป็นฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจของประเทศ 


โครงการดังกล่าวจะสะท้อนแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายจากระดับชาติสู่ระดับพื้นที่ โดยมุ่งเน้นการนำนวัตกรรมขั้นแนวหน้าหรือ Frontier Technology โดยเฉพาะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาประยุกต์ใช้ในการยกระดับภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ เพื่อให้ผู้ประกอบการ SMEs และสตาร์ทอัพ สามารถเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุน สร้างมูลค่าเพิ่ม และปรับตัวเข้าสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งก่อให้เกิดผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม และเกิดการยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยในระยะต่อไป

“โครงการ Frontier Technology ยังสอดคล้องกับนโยบายกระทรวง อว. ตามแคมเปญ “AI love U เร่งพลังอนาคตไทย Accelerating the Future” ซึ่งเป็นการ “สร้างคน” ให้พร้อมรับมือเศรษฐกิจ AI ตั้งแต่เยาวชน นักศึกษา สตาร์ทอัพ จนถึง SMEs ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้แนวคิด “ก้าวสู่อนาคตใหม่” ด้วยนโยบายที่ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน เพื่อให้ประเทศไทยพร้อมแข่งขันอย่างมั่นคงและยั่งยืน” ปลัดกระทรวง อว. กล่าว

 

 

ทั้งนี้ สำนักงานปลัดกระทรวง อว. มอบหมายให้เครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ทำหน้าที่เป็นกลไกเชิงพื้นที่ในการถ่ายทอดองค์ความรู้และพัฒนาทักษะด้าน AI ผ่านการจัดหลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการ จำนวน 12 หลักสูตร ครอบคลุม 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ AI เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและมูลค่าเพิ่มในภาคการผลิต AI เพื่อยกระดับคุณภาพและรูปแบบการให้บริการ AI เพื่อธุรกิจดิจิตอลและการตลาด และ AI เพื่อการกำหนดกลยุทธ์และการตัดสินใจทางธุรกิจ โดยออกแบบให้สอดคล้องกับบริบทของอุตสาหกรรมและพื้นที่ในแต่ละภูมิภาค

ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวด้วยว่า หลักสูตรภายใต้โครงการดังกล่าว มิได้มุ่งเน้นเพียงการอบรมเชิงทฤษฎีหรือการมอบใบประกาศนียบัตรเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับ การนำไปใช้จริงในภาคธุรกิจ โดยมีการดำเนินงานในเชิงลึกและต่อเนื่อง ประกอบด้วย การโค้ชโดยผู้เชี่ยวชาญ การร่วมวิเคราะห์โจทย์ทางธุรกิจ การวางแผนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ในองค์กร การติดตามความก้าวหน้า และการให้คำปรึกษาอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำความรู้และเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ในกระบวนการทำงานได้จริง 

 

อาทิ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การลดต้นทุน การพัฒนาสินค้าและบริการ และการตัดสินใจเชิงธุรกิจบนฐานข้อมูล แนวทางดังกล่าวทำให้การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการผ่านกลไกอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค แตกต่างจากการจัดอบรมทั่วไป เนื่องจากเป็นการเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการปฏิบัติจริงเข้าด้วยกัน พร้อมทั้งคำนึงถึงบริบทอุตสาหกรรมและศักยภาพของแต่ละพื้นที่

 

“ผมขอมอบนโยบายให้เครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ทำหน้าที่เป็นศูนย์ให้คำปรึกษาด้าน AI หรือ AI Advisory Hub สำหรับผู้ประกอบการไทย เพื่อให้คำแนะนำเชิงลึกด้านการประยุกต์ใช้ AI ในธุรกิจ ตั้งแต่การวางกลยุทธ์ การพัฒนาโมเดลธุรกิจ ไปจนถึงการนำไปใช้จริงในกระบวนการผลิตและบริการ และขอเชิญชวนผู้ประกอบการสตาร์ทอัพและ SMEs ทั่วประเทศ เข้ามาสมัครเข้าร่วมโครงการ เพื่อยกระดับศักยภาพองค์กรด้วยเทคโนโลยี AI อย่างเป็นระบบ” ศ.ดร.ศุภชัย กล่าว

 

ขณะที่ น.ส.ทิพวัลย์ เวชชการัณย์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยี สำนักงานปลัดกระทรวง อว. กล่าวว่า  โครงการ Frontier Technology ตั้งเป้าพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไม่น้อยกว่า 3000 คน จากกว่า 600 ธุรกิจทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถใช้เทคโนโลยี AI เป็นเครื่องมือในการเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุน สร้างมูลค่าเพิ่ม และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดทั้งในและต่างประเทศ

 

“กิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายจากระดับชาติสู่ระดับพื้นที่ผ่านกลไกอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค โดยมุ่งสร้างผลลัพธ์เชิงเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการเสริมสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมในภูมิภาค และเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการไทยต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในอนาคต” น.ส.ทิพวัลย์ กล่าว

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ