เมื่อ : 29 ธ.ค. 2568

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) นำโดย ดร.วุฒิ ด่านกิตติกุล รองผู้อำนวยการ สวทช. และผู้อำนวยการเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) พร้อมด้วย นางปิยะฉัตร ใคร้วานิช เบอร์ทัน ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาพื้นที่และกำลังคน EECi ลงพื้นที่ติดตามการขยายผลงานวิจัยวัสดุเกษตรอัจฉริยะสำหรับโรงเรือน Magik Greenhouse Series นำร่องใช้ปลูกเมล่อนในพื้นที่ของ บริษัท เอสเคพี ไบโอแม็กซ์ จำกัด ต.ป่ายุบใน อ.วังจันทร์ จ.ระยอง เมื่อเร็วๆนี้ โดยมีเป้าหมายให้เกิดกิจกรรมการเชื่อมโยงเกษตรกรสู่งานอุตสาหกรรมเกษตรสมัยใหม่ EECi Biopolis ด้วยการสนับสนุนการเข้าถึงเทคโนโลยีนวัตกรรม 


พร้อมปรับแปลงตามความต้องการและบริบทงานเกษตรกรรมในพื้นที่ เชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่า และร่วมพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมต้นแบบ ที่ใช้และได้ประโยชน์จากเมืองนวัตกรรม A Hub of Smart Farm Demonstration Site


Magik Greenhouse Series เป็นนวัตกรรมวัสดุเกษตรอัจฉริยะสำหรับโรงเรือน พัฒนาโดย ดร.ณัฐภพ สุวรรณเมฆ และทีมวิจัยจากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. โดยออกแบบวัสดุให้ทำงานร่วมกับสภาพแวดล้อมและสรีรวิทยาของพืช เพื่อตอบโจทย์การปลูกพืชมูลค่าสูง ทั้งด้านคุณภาพ ผลผลิต และการลดต้นทุนการผลิต ชุดวัสดุใน Magik Greenhouse Series ประกอบด้วย ตาข่ายพรางแสงสีแดง (shade net / insect net) แผ่นปูพื้นคลุมแปลงสีแดง (reflective mulch) และ ถุงปลูกสีแดง (pot bag) ผลิตจากวัสดุโพลิเมอร์คุณภาพสูง แข็งแรง ทนทาน และเหมาะกับการใช้งานทั้งในและนอกโรงเรือน
แนวคิดหลักของวัสดุชุดนี้คือการ คัดเลือกช่วงแสงสีแดง เพื่อช่วยลดความร้อน กระตุ้นการทำงานของฮอร์โมนพืช และส่งเสริมการเจริญเติบโตอย่างสมดุล ทำให้พืชแข็งแรง ให้ผลผลิตและคุณภาพดีขึ้น 


พร้อมทั้งช่วยลดการรบกวนจากแมลง ตาข่ายพรางแสงสีแดงช่วยกรองและควบคุมปริมาณแสง ลดความร้อนสะสมภายในโรงเรือน คัดเลือกคลื่นแสงที่เหมาะสมต่อการทำงานของฮอร์โมนพืช และช่วยลดการเข้าทำลายของแมลง โดยยังคงความแข็งแรง สามารถใช้งานกลางแจ้งได้ ส่วนภายในโรงเรือน แผ่นปูพื้นคลุมแปลงสีแดงจะช่วยสะท้อนและกระจายแสงเข้าสู่ใต้ทรงพุ่ม เพิ่มการรับแสงของใบด้านล่าง กระตุ้นการสร้างฮอร์โมนและฟื้นฟูความแข็งแรงของพืช พร้อมทั้งช่วยระบายน้ำและดูแลสภาพแปลงปลูกให้เหมาะสม

 

สำหรับถุงปลูกสีแดงออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการทำงานของปลายรากให้ได้รับแสงสีแดงที่ส่องผ่านวัสดุ กระตุ้นการสร้างฮอร์โมน ช่วยเพิ่มการออกดอก ติดผล รวมถึงเพิ่มขนาดผล ลดการใช้สารเคมี และสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ยาวนานประมาณ 3–4 ปี Magik Greenhouse Series จึงเป็นอีกทางเลือกของวัสดุโรงเรือนที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 


ควบคู่กับการลดต้นทุนและการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม สำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการที่มุ่งเน้นการผลิตพืชคุณภาพสูงอย่างยั่งยืนนอกจากนวัตกรรมด้านวัสดุที่นำมาทดสอบขยายผล ในโรงเรือนดังกล่าวยังมีการใช้ระบบ Smart Farm – WaterFIT Simple ผลงานวิจัยจากศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สวทช. ติดตั้งใช้สำหรับควบคุมการให้น้ำในปริมาณที่เหมาะสมแก่เมล่อนแบบอัตโนมัติ โดยสามารถตั้งเวลาเปิดปิดวาล์วน้ำผ่านสมาร์ทโฟน 


คุณธนัต อินเกตุ ผู้ดูแลโรงเรือน กล่าวว่า ในระหว่างการปลูกเมล่อนด้วยนวัตกรรม Magik Greenhouse Series ได้มีการจดบันทึกและเก็บข้อมูลน้ำหนักของผลเมล่อนอย่างเป็นระบบ โดยเปรียบเทียบระหว่างการปลูกด้วยวัสดุทั่วไปกับการปลูกโดยใช้วัสดุ Magik GreenHouse พบว่า เมล่อนที่ปลูกด้วยวัสดุทั่วไปมีน้ำหนักผลเฉลี่ยประมาณ 1.2 กิโลกรัมต่อผล ขณะที่เมล่อนที่ปลูกโดยใช้วัสดุ Magik GreenHouse มีน้ำหนักผลเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1.4 กิโลกรัมต่อผล ผลผลิตเมล่อนลูกใหญ่ขึ้น หนักขึ้น ขายได้ราคาดีขึ้น ถือเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยเพิ่มรายได้ และลดความเสี่ยงในการปลูกเมล่อนในโรงเรือนได้

คุณกิตติกร สอนไม้ รองผู้จัดการอุทยานกอล์ฟวังจันทร์ กล่าวว่า การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมของ สวทช. มาใช้ ช่วยให้การทำฟาร์มง่ายขึ้น เป็นระบบมากขึ้น ดูแลพืชได้ตรงจุด ทั้งเรื่องอากาศ น้ำ และการจัดการในโรงเรือน ส่งผลให้ผลผลิตออกมาดี ผลสวย คุณภาพสม่ำเสมอ และเป็นที่พอใจมาก ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้การทำเกษตรพัฒนาไปได้ไกลขึ้น ไม่ใช่แค่ได้ผลผลิตดีขึ้น แต่ยังช่วยให้เกษตรกรเรียนรู้วิธีใหม่ๆ ในการทำเกษตรสมัยใหม่อีกด้วย โดยอุทยานกอล์ฟวังจันทร์ยินดีเปิดพื้นที่เป็นโรงเรือน Magik Greenhouse Series ต้นแบบ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเกษตรกรและผู้ที่สนใจ สามารถมาศึกษาและนำไปปรับใช้กับสวนหรือฟาร์มของตนเองได้
 

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ