เมื่อ : 07 ส.ค. 2568

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ประกาศผลการแข่งขัน AI Thailand Hackathon 2025 ภายใต้หัวข้อ “From AI Model to Service on AI for Thai” ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่ เผยโฉมสุดยอดทีมนักพัฒนา AI รุ่นใหม่ที่สามารถเปลี่ยนโมเดล AI ให้กลายเป็นบริการที่แข็งแกร่ง (Robust) พร้อมใช้งานจริงและต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้สำเร็จ หลังขับเคี่ยวพัฒนาโซลูชันอย่างเข้มข้นตลอด 3 วัน 2 คืน ที่บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย
 

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ประกาศผลการแข่งขัน AI Thailand Hackathon 2025 ภายใต้หัวข้อ “From AI Model to Service on AI for Thai” ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่ เผยโฉมสุดยอดทีมนักพัฒนา AI รุ่นใหม่ที่สามารถเปลี่ยนโมเดล AI ให้กลายเป็นบริการที่แข็งแกร่ง (Robust) พร้อมใช้งานจริงและต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้สำเร็จ หลังขับเคี่ยวพัฒนาโซลูชันอย่างเข้มข้นตลอด 3 วัน 2 คืน ที่บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย
 

ด้าน ดร.กริช นาสิงขันธุ์ หัวหน้างานยกระดับความพร้อมทางเทคโนโลยี (LTSS) เนคเทค สวทช. กล่าวถึงโจทย์การแข่งขันที่ท้าทายว่า “ผู้เข้าแข่งขันไม่เพียงแต่ต้องมี AI Model ที่ดี แต่ต้องพัฒนา Service API จากโมเดลนั้น พร้อมสร้างแอปพลิเคชันที่เชื่อมโยงบริการกับผู้ใช้งานจริง โดยมีหัวใจสำคัญ คือ การทำให้ระบบมีความแข็งแรง (Robust) สามารถรองรับการใช้งานจริงได้ และมีศักยภาพในการต่อยอดเชิงธุรกิจ ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับนักพัฒนา AI ในปัจจุบัน”
 

การแข่งขันในปีนี้มีทีมจากทั่วประเทศสมัครเข้าร่วมกว่า 70 ทีม และผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้นจนเหลือ 25 ทีมสุดท้าย รวม 70 คน ประกอบด้วยทีมที่มีคะแนนสูงสุดจากการแข่งขัน AI Thailand Benchmark 2025 เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และทีมที่ผ่านการคัดเลือกจากการสมัครโดยตรง บรรยากาศตลอด 40 ชั่วโมงของการแข่งขันเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น โดยผู้เข้าแข่งขันได้ลงมือพัฒนาและต่อยอดแอปพลิเคชันเพื่อชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 100000 บาท นอกจากนี้ เนคเทค สวทช. ยังได้จัดกิจกรรม Hackathon Clinic โดยทีมนักวิจัยจากกลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ มาให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดทั้งในด้านการพัฒนานวัตกรรม กลยุทธ์เชิงธุรกิจ และเทคนิคการนำเสนอผลงาน

ในรอบชิงชนะเลิศ แต่ละทีมได้นำเสนอผลงานต่อหน้าคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐและภาคเอกชนชั้นนำของประเทศ ได้แก่ (1) ดร.เทพชัย ทรัพย์นิธิ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ เนคเทค สวทช. (2) คุณปิตุพงศ์ ยาวิราช Head of research and development บริษัท สยาม เอไอ คอร์เปอเรชั่น จำกัด (3) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐสุดา เกาทัณฑ์ทอง สมาคมปัญญาประดิษฐ์แห่งประเทศไทย (4) ดร.อิทธิพันธ์ เมธเศรษฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) บริษัท ZTRUS (5) ดร.ชัยอนันต์ ดำรงรัตน์ นักวิจัย ทีมวิจัยการเข้าใจเสียงและข้อความ เนคเทค สวทช. (6) คุณชาญชัย จันฤาชัย วิศวกรอาวุโส งานยกระดับความพร้อมทางเทคโนโลยีฝ่ายสนับสนุนบริการและเทคโนโลยี (TSS) เนคเทค สวทช.
 

ทั้งนี้  พิธีปิดและประกาศผลรางวัลได้รับเกียรติจาก ดร.เทพชัย ทรัพย์นิธิ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ เนคเทค สวทช. ประธานในพิธีและมอบรางวัล พร้อมกล่าวแสดงความยินดีและชื่นชมศักยภาพของนักพัฒนาไทย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการนำโมเดลหรือผลงานที่สร้างขึ้นไปใช้งานได้จริง ไม่ใช่เพียงแค่การสร้างได้เท่านั้น และชื่นชมผลงานของทุกทีมที่ทำออกมาได้ดีเยี่ยม แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องรางวัล แต่อยากให้ทุกคนภาคภูมิใจในความสำเร็จของตนเอง และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ได้รับไปต่อยอดในอนาคต และไม่ทิ้งสิ่งที่กำลังทำอยู่ เพราะหลายงานมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นบริการที่ดีได้

ผลการแข่งขัน AI Thailand Hackathon 2025


รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 50000 บาท ได้แก่ ทีม อย่าคับ เจนมันเวิ่นเว้อป่าวว
สมาชิกประกอบด้วย นายปิติกร คล้ายสำเนียง และนายกนธี บุญมีประกอบ


ผลงาน Thai Audio Intelligence มุ่งพัฒนาระบบ Voice Agent ภาษาไทยประสิทธิภาพสูง เพื่อแก้ข้อจำกัดด้านความเร็วและความหลากหลายของเสียงในระบบ AI สนทนาด้วยเสียงที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทีมได้พัฒนาชุดโมเดลของตัวเองที่ทำงานได้รวดเร็วและครบวงจร ประกอบด้วย โมเดลแปลงเสียงเป็นข้อความ (ASR) ที่เร็วกว่าโมเดลทั่วไปโมเดลแปลงข้อความเป็นเสียง (TTS) ที่สามารถโคลนเสียงของใครก็ได้จากไฟล์เสียงสั้น ๆ และโมเดลภาษาขนาดเล็ก ที่ยังคงความสามารถในการสนทนาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้สามารถสร้าง Voice Agent ที่โต้ตอบได้อย่างรวดเร็วและมีเสียงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 30000 บาท ได้แก่ ทีม DIDA สมาชิกประกอบด้วย นายคณกรณ์ หอศิริธรรม นายเกริกเกียรติ สุวิรัตน์ และนายชนาวีร์ โทห์
 

 
ผลงาน หวานน้อย Assistant ผู้ช่วย AI อัจฉริยะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานผ่านแพลตฟอร์ม Line OA โดยเล็งเห็นว่าผู้ป่วยต้องจัดการดูแลสุขภาพในหลายมิติและมักได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง โซลูชันนี้ทำหน้าที่เป็นผู้เชี่ยวชาญส่วนตัวที่คอยให้คำแนะนำ ตอบคำถามเกี่ยวกับโรคเบาหวาน วิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการจากรูปภาพอาหารที่ผู้ป่วยส่งมา พร้อมทั้งติดตามข้อมูลสุขภาพ เช่น ระดับน้ำตาลในเลือด หรือจำนวนก้าวเดินในแต่ละวัน เพื่อส่งคำแนะนำที่ปรับให้เข้ากับแต่ละบุคคลได้อย่างต่อเนื่อง เทคโนโลยีหลัก คือ โมเดล Diabetica 7B ที่ผ่านการ Fine-tune ด้วยข้อมูลโรคเบาหวานโดยเฉพาะ และใช้โมเดลปทุมมา Vision ในการวิเคราะห์รูปภาพอาหาร

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 10000 บาท ได้แก่ทีม EX-Machina
สมาชิกประกอบด้วย นางสาววาธิน พรมฝ้าย นายศวิษฐ์ โกสียอัมพร และนายวัชรวิชญ์ หอมรังสฤษดิ์
ผลงาน DAMZ (Data Anything Zero-shot Detection) เป็นเทคโนโลยีการตรวจจับวัตถุและการกระทำ (Object & Action Detection) ที่ทำงานได้โดยไม่ต้องมีการเทรนข้อมูลใหม่ เพื่อทลายข้อจำกัดของการใช้ AI ในภาคอุตสาหกรรมหรือการเกษตรที่ต้องใช้ชุดข้อมูลขนาดใหญ่และมีต้นทุนสูง ผู้ใช้สามารถสั่งงานโมเดลด้วยคำสั่งที่เป็นภาษาพูดธรรมดา รองรับทั้งไทยและอังกฤษ เช่น ”หารูปผู้ชายใส่เสื้อสีแดง” หรือ ”หาช่วงเวลาที่มีการวิ่งในวิดีโอ” ระบบก็จะสามารถตรวจจับสิ่งที่ต้องการได้ทันที นับเป็นโซลูชันที่ยืดหยุ่นและลดต้นทุนการพัฒนา AI ได้อย่างมหาศาล โดยใช้โมเดล Grounding DINO เป็นพื้นฐานและต่อยอดให้เข้าใจบริบทที่ซับซ้อนได้ดียิ่งขึ้น
รางวัลชมเชย จำนวน 2 รางวัล เงินรางวัลละ 5000 บาท ได้แก่
(1) ทีมวัดไร่ขิง
สมาชิกประกอบด้วย นายกมลวิช ทองศรี  นางสาวคีตภัทร ศรีปินตา และ นายวิศรุต หงษ์ทอง

ผลงาน MeJOB Agentic AI ที่ทำหน้าที่เปรียบเสมือนผู้ช่วยหางานส่วนตัว เพื่อแก้ปัญหาของผู้หางานที่ต้องเสียเวลาค้นหาตำแหน่งงานจากหลายแพลตฟอร์มและอาจพลาดโอกาสดี ๆ ไป ผู้ใช้เพียงแค่อัปโหลด Resume ของตนเองเข้าระบบ จากนั้น AI Agent จะทำการวิเคราะห์ข้อมูลใน Resume เพื่อทำความเข้าใจจุดแข็งและทักษะต่างๆ แล้วแปลงเป็นคำค้นหา (Query) ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อนำไปจับคู่กับตำแหน่งงานที่เหมาะสมจากฐานข้อมูลที่รวบรวมมาจากเว็บไซต์หางานชั้นนำทั่วประเทศ นับเป็นการหางานเชิงรุกที่ช่วยประหยัดเวลาและเพิ่มโอกาสในการได้งานที่ตรงใจ

(2) ทีม huhi
สมาชิกประกอบด้วย นายธรรศ กาญจนพัชระ นายชนันท์วิชญ์ พลับพลาทอง และนายภูชิต ชฎาศิลป์

ผลงาน ท่าน (AI) จารย์ มุ่งยกระดับการใช้ AI เพื่อการศึกษา โดยมองว่าเครื่องมือ AI ในปัจจุบันมักให้คำตอบสำเร็จรูป แต่ขาดมิติของการเป็นผู้สอนที่แท้จริง โครงการนี้จึงเป็นแชทบอทเพื่อการศึกษาที่ออกแบบมาเพื่อสอนไม่ใช่แค่ตอบ ผู้ใช้สามารถเรียนรู้เนื้อหาเฉพาะทาง เช่น แนวข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยหรือการสอบ ก.พ. ผ่านบทเรียนที่ AI สร้างขึ้น มีการทำแบบทดสอบ และสามารถสนทนาซักถามข้อสงสัยได้ ซึ่ง AI จะพยายามชี้แนะแนวทางแทนการบอกคำตอบโดยตรง ทีมได้เลือกใช้โมเดลปทุมมา (Pathumma) เป็นหัวใจหลักในการสร้างปฏิสัมพันธ์ และผสานกับ API อื่นๆ ของ AI for Thai อย่าง OCR และ Speech to Text เพื่อให้การเรียนรู้มีความหลากหลายและเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น

การแข่งขันครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดียิ่งจาก สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) บริษัท สยาม เอไอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (SIAM AI Cloud) และ บริษัท เดอะคอมพลีท โซลูชั่น จำกัด (TCS)

นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ เนคเทค สวทช. ในการสร้างและสนับสนุนระบบนิเวศ AI ที่แข็งแกร่งของประเทศ ผ่านเวทีการแข่งขันที่ไม่ได้เพียงเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้แสดงศักยภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นการบ่มเพาะทักษะสำคัญที่จำเป็นต่อการพัฒนา AI ในอนาคตให้คนรุ่นใหม่ มีทักษะและหลักคิดในการพัฒนาสู่บริการที่ใช้งานได้จริงจนสามารถต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้ในอนาคต ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน

 

 

#สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) #ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ